มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


วิธีกำจัด ซาก โรงพยาบาล


เมื่อกลางเดือนที่แล้ว มีข่าวและภาพคนแทะ " ศพทารกย่าง " ลงหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี นัยว่าดึงมาจากท่องหนึ่งของเว็บไซต์ rotten.com ซึ่งรวมข่าวแปลกพิศดารของชาวไต้หวันไว้เยอะแยะ

รัฐบาลไต้หวันออกมาปฏิเสธข่าวนี้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง นายคนที่แทะศพนั้น เป็นศิลปินสติเฟื่อง รูปทารกย่างในจานนั้นก็เป็น 1 ในงานศิลปะที่เขานำมาแสดง แต่เนื้อหาในเว็บไซต์นั้นเล่าตรงกันข้าม บอกว่า ได้ศพทารกนี้มาจากขยะในโรงพยาบาล

หลายคนชักสงสัยว่า โรงพยาบาลเขามีวิธีการกำจัด " ขยะ " อย่างไร ถึงได้มีซากทารก กระเด็นออกมาเป็นเมนูสยองนี้ได้ ?

ในไต้หวันจะอย่างไรก็สุดคาดเดา แต่สำหรับบ้านเรา สถานพยาบาลหลายแห่ง ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะกำจัดขยะด้วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้น กรุงเทพมหานคร จึงได้วางแผนจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อแยกจากมูลฝอยทั่วไป ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา โดยให้มีบริษัทมูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาลต่างๆ ไปจัดการให้ถูกต้องและปลอดภัย

วิธีเก็บขยะจากสถานพยาบาลนั้น ว่าไปแล้วมีรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อให้เกิด ความรัดกุมหลายหน้า แต่สรุปภาพรวมได้ว่า อันดับแรก ถ้าเป็นถุงขยะก็ต้องทำด้วยพลาสติกพิเศษ ทนทานต่อการรับน้ำหนัก มีสารเคมีเคลือบให้เหนียวกว่าถุงขยะใช้ในบ้าน เพื่อไม่ให้ฉีกขาดง่าย กันน้ำรั่วซึมได้ ถุงขยะโรงพยาบาลไม่ใช่สีดำอย่างที่เราใช้กัน แต่ต้องเป็นสีแดงสด มีความทึบแสง มีตัวพิมพ์คำเตือนว่า " มูลฝอยติดเชื้ออันตราย " ตามด้วยรูปกระดูกไขว้ใต้หัวกะโหลก ขนาดของถุงไม่ควรใหญ่เกิน แต่ให้มีความจุขยะได้เพียงวันต่อวัน เวลาใส่ขยะก็ไม่ให้ใส่เต็มถุง แต่ใส่แค่ 3 ใน 4 พอ ที่เหลืองจะได้มีเนื้อที่ไว้รวบมัดปากถุงด้วยเชือก

แต่ถ้าเป็นพวกขยะที่เป็นของมีคม เช่น มีด เศษแก้ว จะต้องใช้ภาชนะใส่ที่เป็นกล่อง หรือพลาสติกแข็ง หรือโลหะ ที่มีความทนทาน มีฝากล่องปิดมิดชิด ป้องกันการรั่วไหล ของของเหลวที่นำมาทิ้ง สามารถยกหรือหิ้วได้สะดวก โดยไม่เกิดการสัมผัสกับเชื้อที่อยู่ภายใน และเช่นเดียวกัน กล่องขยะนี้ก็ต้องเป็นสีแดงสด มีรูปหัวกะโหลกไขว้ พร้อมข้อความเหมือนกับถุง แถมอีก 2 ข้อความว่า " ห้ามนำกลับมาใช้อีก " และ " ห้ามเปิด "

ถ้าเป็นมูลฝอยติดเชื้อที่เป็นของเหลว เช่น เสมหะ เลือด พวกนี้ต้องบรรจุลงในขวด หรือถังที่มีฝาเกลียวปิดสนิท

ขยะเหล่านี้ เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลจะเอามาวางไว้ตรงมุมห้อง แล้วไปเก็บในห้อง ที่แยกจากขยะทั่วไป เพื่อรอให้บริษัทรับเหมามาเก็บ ซึ่งโดยปกติก็จะมาเก็บวันละ 2 ครั้ง เพื่อนำไปทำลาย

ซากอะไรต่อมิอะไรที่อาจจะรั่วไหลได้ ก็อยู่ตรงขั้นตอนการทำลายนี่ล่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่ขาดความระมัดระวัง



มูลฝอยติดเชื้อ

ขยะติดเชื้อ หรือมูลฝอยติดเชื้อจากโรงพยาบาล สามารถจำแนกได้ดังนี้
  • วัสดุ ซาก หรือชิ้นส่วนของมนุษย์และสัตว์ ที่ได้หรือเป็นผลมาจากการผ่าตัด การตรวจชันสูตรศพ การใช้สัตว์ทดลองที่ทดลองเกี่ยวกับโรคติดต่อ รวมทั้งวัสดุ ที่สัมผัสในการดำเนินการนั้นๆ

  • วัสดุที่ใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ เช่น สำลี ผ้ากอซ ผ้าต่างๆ ท่อยาง ฯลฯ ซึ่งสัมผัสหรือสงสัยว่าจะสัมผัสกับเลือด ส่วนประกอบของเลือด เช่น น้ำเหลือง เม็ดเลือดต่างๆ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเลือด สารน้ำจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ เสมหะ น้ำลาย น้ำเหลือง หนอง เป็นต้น

  • ของมีคมที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น เข็ม ใบมีด กระบอกฉีดยา หลอดแก้ว ภาชนะที่ทำด้วยแก้ว สไลด์ แผ่นกระจกปิดสไลด์ ทั้งที่ใช้ในการบริการ การวิจัย และในห้องปฏิบัติการ

  • เชื้อ และอาหารเลี้ยงเชื้อ และวัสดุที่ใช้ในห้องปฏิบัติการหรือใช้ในการตรวจวินิจฉัย ที่สัมผัสกับเชื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ เชื้อโรคและชีววัตถุต่างๆ อาหารเลี้ยงเชื้อ จานเลี้ยงเชื้อที่ใช้แล้ว ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ในการถ่ายเชื้อหรือกวนเชื้อ

  • วัคซีนที่ทำจากเชื้อโรคที่มีชีวิตและภาชนะบรรจุ ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน โรคคางทูม วัคซีนโรคไข้รากสาดน้อยชนิดรับประทาน เป็นต้น

  • มูลฝอยทุกประเภทที่มาจากห้องติดเชื้อร้ายแรง เช่น ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อร้ายแรง ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษห้องปฏิบัติการเชื้ออันตรายสูง เป็นต้น


วิธีการทำลายมูลฝอยติดเชื้อนั้น โดยหลักการแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องฆ่าเชื้อเสียก่อน เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่แหล่งชุมชนในบริเวณแหล่งกำจัดขยะ วิธีกำจัดเชื้อนั้น ก็มี 3-4 วิธี ขึ้นอยู่กับอันตรายของมูลฝอยนั้น ได้แก่ การเผา เพื่อเป็นการทำลายเชื้อให้หมดไป เมื่อเผาเสร็จแล้ว ถ้ามีเถ้าเหลือก็ต้องเอาขี้เถ้าไปกำจัดต่อ การอบไอน้ำ จะเป็นการฆ่าเชื้อโรค ด้วยการนึ่ง วิธีนี้จะมีมูลฝอยเหลือในปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่า เนื่องจากได้รับความชื้น จากไอน้ำ การใช้สารเคมี และการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือไมโครเวฟ อันนี้เป็นวิธีการใหม่ ซึ่งได้ผลดีพอสมควร

วิธีกำจัดขยะที่น่าสนใจอีกอันหนึ่ง คือ วิธีกำจัด " รก "

ในการนี้ บริษัทที่รับกำจัดมูลฝอยติดเชื้อเขาจะมีตู้แช่แข็งมาให้สถานพยาบาลที่เป็นสมาชิก เพื่อเก็บรก สายสะดือ เยื่อหุ้มตัวทารก น้ำเลือด หรือแม้แต่ศพทารกในกรณีที่เด็กเสียชีวิต เทรวมใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ในตู้เย็น พอได้จำนวนหนึ่งแล้ว ทางบริษัทก็จะมารับไป ถ่ายเข้ากล่องเหล็กบรรจุสินค้า ซึ่งก็เป็นตู้แช่แข็งอีกเหมือนกัน แล้วค่อยเข้าสู่กรรมวิธีการกำจัด

แต่ถ้าสถานพยาบาลไหนไม่ได้เป็นสมาชิกกับบริษัทกำจัดมูลฝอยที่ว่า ก็อาจจะมีวิธีการกำจัดเองดังนี้ เริ่มจากเอาไปเผา วิธีนี้มีข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายสูง เพราะรกเป็นชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ มีปริมาณมาก ต้องใช้เตาพิเศษ เตาขยะมูลฝอยธรรมดาใช้ไม่ได้

หรืออีกวิธีหนึ่งปั่นให้แหลกเป็นน้ำ แล้วกำจัดโดยใช้สารเคมี หรือเทลงในระบบ กำจัดน้ำเสียที่มีการทำลายเชื้อในขั้นสุดท้าย แต่ข้อเสียคือ การปั่นเศษเนื้อไม่ใช่ของง่าย มีการหก ฟุ้งกระจายของเลือด และชิ้นเนื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

อีกวิธีหนึ่ง คือเอาไปต้มสุก เพื่อฆ่าเชื้อแล้วเอาไปทิ้ง วิธีนี้มีข้อเสียก็เหมือนเนื้อต้มสุก แล้วทิ้งไว้เฉยๆ นั่นแหละ คือมีกลิ่นเหม็นแถมสิ้นเปลืองอีกต่างหาก

วิธีที่ 4 ได้แก่ การเอาไปฝังดิน วิธีนี้ต้องมีสถานที่พิเศษ เพื่อป้องกันเชื้อโดยเฉพาะ ถ้ารกนั้นติดเชื้อเอดส์ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ถ้าฝังในสถานที่ไม่ถูกต้อง อาจมีการรั่วซึมไปตามดิน และลำน้ำ ทำให้เกิดโรคในบริเวณดังกล่าวได้

วิธีสุดท้าย ซึ่งบริษัทกำจัดขยะมักจะใช้กันคือ นำซากไปสกัดสารแอลบูมิน วิธีนี้เป็นที่นิยมกันในหลายประเทศ สารที่ได้นี้ก็จะนำส่งโรงงานในประเทศฝรั่งเศส

สารแอลบูมินจากรกเด็กเอาไปทำอะไร ?
แหม…ก็ประเทศฝรั่งเศสน่ะนอกจากน้ำหอมแล้วก็มีชื่อเสียงตรงเครื่องสำอางนี่แหละ


(update 8 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600