มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



เมื่อเพื่อนนอกใจสามี


คุณจะทำอย่างไร ถ้ารู้ว่าเพื่อนกำลังมีพฤติกรรมผิดศีลธรรม ?
และผิดหรือไม่ถ้าพยายามจะช่วยเหลือ และจะช่วยเหลืออย่างไร
จึงจะไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ ?

"จ้อย" เครียดมากเมื่อพบว่า ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเพื่อนสาวที่บ้านและความคุ้นเคย จึงเดินเลยเข้าในห้องนอน แล้วก็พบว่าเพื่อนสาวมีการซื้อยานอนหลับมากินเป็นกำๆ ทำให้เธอตกใจว่าเพื่อนมีเจตนาจะทำอะไร เพื่อนคนนี้คบหากันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนหนังสือด้วยกัน โตมาด้วยกันจนแต่งงานมีสามีมีลูกวัยรุ่นด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทั้งสามีเธอก็เป็นคนดี และต่างก็เป็นเพื่อนกันเสมอมา ต้องพูดหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมกันอยู่นาน กว่าจะได้รับรู้ว่า เพื่อนสาวกำลังนอกใจสามี มีความสัมพันธ์กับเพื่อนชายซึ่งแต่งงานมีครอบครัวแล้ว และต่างก็เป็นเพื่อนกันมาหลายปีเช่นกัน เธอบอกว่าเธอรักผู้ชายคนนั้น ในขณะเดียวกันก็รักสามีตัวเองด้วย !

เมื่อแรกที่รับรู้ความต้องการที่จะให้เพื่อนเลิก ก็ใช้วิธีด่าว่ารุนแรงเพื่อให้เพื่อนเจ็บจำ และเลิกพฤติกรรมดังกล่าวเสีย แต่นานไปเพื่อนเลยไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง กลับยิ่งเงียบขรึม โศกเศร้าหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่คนเดียว ยิ่งทำให้เธอวิตกกังวลมากขึ้น เกรงว่าเพื่อนจะคิดสั้น หรือเป็นฝ่าย "เก็บ" ผู้ชายคนนั้นเสียเองด้วยความแค้น

หลายเดือนมานี้เธอได้ทุ่มเทเวลาให้กับเพื่อนรักคนนี้ โดยพยายามพาไปเที่ยว ไปทำบุญไปไหว้พระเพื่อให้เธอสบายใจ ซึ่งบางครั้งเพื่อนก็รู้สึกดีขึ้นทำใจจะเลิกได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนไป ทำใจไม่ได้อีก เธอจึงซักถามเอาความจริงมากขึ้น เพื่อนก็บอกว่าเวลาโทรฯไปหาผู้ชายให้ออกมาพบ เขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมออกมา ทำให้เธอมุมานะจะเอาชนะ หรือรู้สึกท้อแท้ที่ผู้ชายคงไม่มีเยื่อใย แต่พอเธอออกไปพบเขาที่ทำงาน เขาก็พูดด้วยดี อ่อนหวานเอาอกเอาใจอย่างเคย แล้วก็พากันไปโรงแรม และทุกครั้งเขาก็พร่ำพรอดแต่คำหวานทำให้เธอหลงใหลไม่เสื่อมคลาย แล้วความสัมพันธ์ ก็ดำเนินเรื่อยมาในลักษณะนี้

เธอเคยถามเพื่อนตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ทางเพศกับสามีที่บ้านไม่ดีหรือไง เธอบอกว่าดีทุกอย่าง แต่คนนี้ดีกว่า ! "จ้อย" ฟังแล้วก็อึ้งไปและสรุปว่าเพื่อนสาว หลงเสน่ห์ทางเพศของผู้ชายคนนี้และทั้งที่เห็นใจ แต่เธอก็รู้ว่ายิ่งปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปนานเท่าไร ผลร้ายจะยิ่งตกอยู่กับเพื่อนสาว "จ้อย" บอกว่าสามี ของเพื่อนสาวคนนี้เป็นผู้ชายมุทะลุดุดันพอสมควร แม้ว่าโดยทั่วไปเขาจะเป็นคนดี แต่เรื่องนี้เขาคงไม่ยอม ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ที่จะได้ชื่อว่าถูกภรรยาสวมเขาให้ ! เพราะฉะนั้น "จ้อย" จึงกลัวมาก ว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงตามมา

สำหรับผู้ชายคนนี้ เขาเป็นคนรักลูกรักเมีย การที่จะคิดว่า เขาจะเลิกมาแล้วมาแต่งงาน กับเพื่อนสาวนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงสรุปว่า "ไอ้ผู้ชายคนนี้มันหลอกลวงเพื่อนเธอ" แต่ "จ้อย" ก็มีคำถามว่า นี่เราก็อายุกันเกือบจะ 50 ปี แล้วนะ ทำไมมันไม่ไปหลอกเด็กสาวๆ แทนที่จะเป็นคนอายุขนาดเรา หรือมันรู้ว่าคนอายุขนาดเราไม่กล้าโวยวาย แล้วมันเป็นความสมัครใจ ของฝ่ายเราจะให้เขาหลอกด้วย !

"จ้อย" บอกว่าฝ่ายชายยังไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้ด้วย ใจหนึ่งก็อยากไปบอกตรงๆ ให้เลิกเสีย ใจหนึ่งก็กลัวเขาจะย้อนกลับมาว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ เธอควรจะทำอย่างไรดี ?

ผู้เขียนแนะนำให้เธอไปคุยกับผู้ชายตรงๆ บอกให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้เสีย เพราะดูเหมือนเขา จะใช้เสน่ห์ผูกมัดเพื่อนสาวเอาไว้ ถ้าเขาได้มีการตกลงพูดจากับเธอดีๆ เพื่อเห็นแก่ลูกๆ และคู่สมรสที่บ้าน จะช่วยให้ต่างฝ่ายสามารถคบหาเป็นเพื่อนกันต่อไปได้ เพราะถ้าเพื่อนชายพูดขอเลิกดีๆ กับเพื่อนสาว ไม่ทำให้เธอเสียใจหรือรู้สึกอับอายเชื่อว่าเพื่อนจะทำใจเลิกได้ แต่ถ้าเขาก้าวร้าวรุนแรงหรือปฏิเสธเธอ โดยไม่พูดจา เกรงว่าจะทำให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายทำรุนแรง เช่น ฆ่าตัวตายหรือฆ่าฝ่ายชายให้ตายไปตามกัน ก็จะยิ่งเป็นความเสียหายที่มากมาย โดยเฉพาะกับลูกๆ และคนข้างหลัง ส่วนที่จะคบหากันไปแบบนี้ ไม่นานสามีและภรรยาของคนทั้งสองก็คงจะจับได้ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ต้องเลิก จึงควรต้องเลิกเสียแต่เดี๋ยวนี้ !

ส่วนที่เธอเกรงว่าฝ่ายชายจะโต้ว่า "ไม่ใช่เรื่องของเธอ !" ก็บอกเขาไปเลยว่า รู้ว่าไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แต่ "จ้อย" ยังไม่อยากเห็นเขาตายไปก่อนที่จะได้เห็นลูกโต เพราะฉะนั้นเขาต้องยุติเรื่องนี้ให้เรียบร้อยไม่โวยวาย !

ใช่…มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่จะต้องรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสามีของเพื่อนสาว หรือภรรยาของฝ่ายชาย แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายหรือผู้หนึ่งผู้ใดที่กำลังตกอยู่ในฐานะที่ภรรยาหรือสามีนอกใจ ไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ขอให้ตั้งสติและทบทวนถึงความจริงว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เป็นไปได้ เพราะสังคมทุกวันนี้ เราต่างดำเนินชีวิตที่ติดอยู่กับวัตถุ จนบางทีเราก็หลงลืมความสัมพันธ์ ฉันเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไป จนทำให้คนใกล้ไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่เขาหรือเธอต้องการ หรือหากจะเป็นความต้องการจาก "อารมณ์ส่วนเกิน" ของเขาหรือเธอกันบ้าง ก็ขอให้ระงับสติอารมณ์ ให้พูดกันดีๆ อย่างเพื่อน อย่างมิตรที่คุ้นเคย อะไรที่พออภัยกันได้บ้างก็ขอให้อภัยต่อกัน อย่าไปคิดว่า ถ้าเขาหรือเธอสวมเขาให้ แล้วเราจะรับไม่ได้ต้องจัดการให้เด็ดขาดกันไป !

เหตุการณ์เช่นนี้ เราก็คงได้ยินได้เห็นกันมาบ่อยๆ แม้บนหน้าหนังสือพิมพ์ประจำวันทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นก็ขออย่าได้ทำอะไรที่จะสร้างความสูญเสียชีวิตและจิตใจของเรา ของลูก ของคนที่รักเรามากไปกว่านี้ คนที่รักเราจะเสียใจเพราะการกระทำที่รุนแรงของเรา ไม่ใช่แต่ลูกเมียหรือผัวของเรา คนที่รักเรายังมีพ่อแม่เพื่อนฝูง ญาติมิตรของเราอีกมากมาย ที่จะต้องเสียใจกับการกระทำของเรา

เคยมีผู้หญิงที่เป็นภรรยามาปรึกษากรณีที่สามีที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา แต่งงานอยู่กินกันมาจนลูกโตเป็นหนุ่มสาว สามีก็ยังอุตส่าห์ไปมี "อีหนู" เสียทั่วไปหมด เธอต้องคอยวิ่งไปแก้ไขเหตุการณ์ให้ จนนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะหย่าก็เกรงว่า จะทำให้หน้าที่การงานของทั้งสองต้องมัวหมอง เพราะต่างฝ่ายอยู่ในระดับบริหาร ไม่รู้จะจัดการอย่างไร พฤติกรรมของเขาเป็นที่ระอากับทั้งเธอและลูกๆ จนไม่มีใครอยากคุยด้วย เวลาเขาอยู่บ้าน จึงเหมือนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครสนใจจะพูดด้วย ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่เธอและลูกๆ ตั้งใจทำเพื่อเป็นการลงโทษเขา แต่เขาก็ไม่ดีขึ้นเลย

ผู้เขียนได้แนะนำให้เธอลองดึงตัวเองออกมา อย่าไปคิดแต่ว่าเราเป็นภรรยาที่สามีนอกใจ แต่จงมองว่า ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนที่คบหากันมานาน ถึงวันนี้เพื่อนมีปัญหา แต่เขาอาจไม่กล้าจะไปปรึกษาใคร ก็จะมีแต่คุณเท่านั้นที่เขาพอจะพึ่งพาได้ เพราะฉะนั้นจงเป็นเพื่อที่ดีที่สุดของเขาในการช่วยเขา แก้ไขสถานการณ์ และไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเป็นเรื่องที่ทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจก็ตาม แต่ขอให้นึกว่า ตัวเขาเองก็เจ็บปวดและอับอายเช่นกัน เขาคงไม่อยากให้เหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสมาชิก ในครอบครัวเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จงร่วมมือกันแก้ไขอย่างใจเย็นและเรียนรู้ ที่จะให้อภัยในความผิดพลาดของกันและกันบ้าง

เช่นกัน ในกรณีของเพื่อนของจ้อยคนนี้ เธอเองเสียใจทุกข์ใจอับอายและโกรธตัวเอง ที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ทั้งที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยทำอะไรที่ผิดพลาดมาก่อน เพราะฉะนั้นความใกล้ชิดกับการได้รู้รสชาติทางเพศที่ต่างไปจากเดิม อาจทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวไปบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือของฝ่ายชาย และด้วยความเข้าอกเข้าใจ และการให้อภัยจากสามี จะทำให้เธอสามารถทำใจถอนตัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ด้วยความรู้สึกที่ไม่บาดเจ็บ หรือเคียดแค้นจนเกินกว่าจะเยียวยา

ในความเป็นเพื่อน "จ้อย" ได้แสดงออกถึงความเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เธอไม่ได้เล่าให้สามีตัวเองฟัง เพราะกลัวเพื่อนจะเสียหาย เธอให้เวลาและพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้เหตุการณ์ยุติลงด้วยดี และที่สำคัญ เธอควรพาเพื่อนมาคุยกับนักจิตวิทยา เพื่อรับการ "เตือนสติ" จากคนใกล้ชิด หรือผู้ที่รับรู้เหตุการณ์

เพราะจริงๆ แล้วการทำตัวเป็น "แมวขโมย" ขโมยปลาย่างนั้น มันไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชายที่แท้จริง และไม่ว่าผู้หญิงจะยินยอมหรือสมัครใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ในศีลธรรมจะพึงกระทำ หากจะบอกว่า เป็นสันดานมักง่ายของผู้ชายทุกคน ก็ขอให้จำไว้ด้วยเช่นกันว่า ผู้ชายมักง่ายเหล่านี้ มีภาพข่าวอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าแรกเกือบทุกวัน และคนต่อไปอาจเป็นเขาก็ได้ !

อรอนงค์ อินทรจิตร
นรินทร์ กรินชัย

(update 18 เมษายน 2001)


[ ที่มา...หนังสือผู้หญิงกับเซ็กซ์ โดย อรอนงค์ อินทรจิตร และ นรินทร์ กรินชัย]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600