มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ยาแก้ไอ
   นพ.นเรศรัตน์ นฤนาทวานิช


ไอเป็นอาการอย่างหนึ่งที่ทุกคนเคยมีประสบการณ์ เป็นอาการที่ก่อความรำคาญ รบกวนชีวิตประจำวัน แม้กระทั่ง รบกวนการนอนหลับในเวลากลางคืน ในเด็กจะพบว่า การไอ อาจจะตามมาด้วยการอาเจียนได้ ค่อนข้างบ่อย

อาการไอ เกิดขึ้นได้อย่างไร

ร่างกายของมนุษย์มีตัวรับรู้เกี่ยวกับการไอ (Cough receptor) อยู่ที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง กระเพาะอาหาร และหูชั้นนอก เมื่อมีสิ่งรบกวน เช่น เสมหะที่อยู่ในหลอดลม น้ำมูกไหลจากจมูกลงคอ ควันบุหรี่ อากาศที่เย็น สิ่งเหล่านี้เมื่อกระทบกับตัวรับรู้ ก็จะส่งสัญญาณไปยังสมอง สมองก็จะส่งสัญญาณกลับมาทำให้เกิดการไอขึ้น


สาเหตุของการไอ ที่พบบ่อย

1. การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัด หลอดลมอักเสบ โพรงไซนัสอักเสบ เป็นต้น บางครั้งการติดเชื้อหายแล้ว แต่อาการไอก็ยังเป็นอยู่
2. โรคภูมิแพ้ หอบหืด
3. สารก่อความระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ มลภาวะ สารเคมี เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีโรคอื่นๆ อีกที่พบไม่บ่อย เช่น การสำลักสิ่งแปลกปลอมไปในหลอดลม เนื้องอกในหลอดลม พยาธิบางชนิด เป็นต้น


ลักษณะของการไอ บางครั้งช่วยบอกสาเหตุของโรคได้ เช่น
1. ไอกลางคืนมากกว่ากลางวัน มักจะนึกถึงการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เนื่องจากจะมีน้ำมูกไหลลงคอ ทำให้ระคายเคืองต่อตัวรับรู้ กระตุ้นให้เกิดอาการไอขึ้น
2. ไอแบบแน่นหน้าอก พบในผู้ป่วยโรคหอบหืด มักจะมีเสียงหายใจผิดปกติ เช่น เสียงวี้ดๆ ด้วย
3. ไอแบบมีเสมหะ ลักษณะของเสมหะจะช่วยในการวินิจฉัยโรคด้วย เช่น ถ้าเสมหะเป็นหนองมาก มักจะมีการติดเชื้อ ถ้าไอจากภูมิแพ้ หรือหอบหืด เสมหะก็มักจะเป็นสีขาว

การรักษา

เนื่องจากการไอเป็นอาการแสดงของโรคหลายโรคมาก คงไม่มีตัวยาใดตัวหนึ่ง ที่จะเหมาะสมกับการไอทุกประเภท การเลือกใช้ยาแก้ไอให้เหมาะสมกับโรค จึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ถ้าป่วยเป็นไข้หวัดแล้วมีอาการไอ เนื่องจากน้ำมูกไหลลงคอ การกินยาละลายเสมหะ หรือยาขยายหลอดลม ก็ไม่น่ามีประโยชน์ ยาลดน้ำมูกอาจจะช่วยได้บ้าง ถ้าอาการไอ เกิดจากน้ำมูกที่เพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อในโพรงไซนัส อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

ยาละลายเสมหะ ช่วยให้เสมหะที่มีอยู่ใสขึ้นและไอออกได้ง่ายขึ้นเท่านั้น การดื่มน้ำให้มากขึ้นก็มีประโยชน์ช่วยละลายเสมหะเช่นกัน

ยาขยายหลอดลม จะมีประโยชน์อย่างมากในผู้ป่วยที่มีอาการไอจากหอบหืด แต่จะไม่มีประโยชน์ถ้าผู้ป่วยเป็นหวัด แล้วไอจากน้ำมูกไหลลงคอ

ยากดไอ (Cough depressant) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ที่สมอง โดยการยับยั้งไม่ให้สมอง สั่งการลงมา ไม่ช่วยในการรักษาโรค ยาบางตัวจะทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ จึงไม่ควรใช้ยาในกลุ่มนี้ ผู้ป่วยเด็กบางรายที่ไอแบบมีเสมหะ เมื่อใช้ยาประเภทนี้ ถึงจะไอน้อยลง แต่เสมหะที่คั่งค้างมากขึ้นในหลอดลมอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงได้ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ได้แก่ โคดีอีน เดกโตเมโซฟาน เป็นต้น ยากลุ่มนี้มีทั้งชนิด ที่เป็นยาเดี่ยวๆ หรือผสมอยู่ในยาแก้ไอละลายเสมหะ ซึ่งจะออกฤทธิ์ขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ ยาละลายเสมหะใสขึ้น ไอออกได้ง่ายขึ้น แต่กลับผสมยากดไอที่จะทำให้ไอน้อยลง

ดังนั้นการเลือกยาแก้ไอ แพทย์จำเป็นต้องได้ข้อมูลการเจ็บป่วย ร่วมกับการตรวจร่างกายเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการไอ แล้วรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งจะทำให้อาการไอหายได้อย่างแน่นอน


(update 3 ธันวาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 9 กันยายน 2544


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600