มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ยาพ่น พ่น แก้หอบ


อย่างที่รู้ๆ กันว่า เด็กยุคใหม่เป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของเรา เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน สภาพบ้านก็ไม่โปร่งรับลมเหมือนแต่เดิม อับทึบติดแอร์ ปูพรม แถมมีเฟอร์นิเจอร์มากมาย ทั้งตู้ ทั้งม่าน ที่นอนก็นุ่มหนา มีหมอน ผ้าห่ม ผ้านวมเต็มที่นอน เสื่อผืนหมอนใบหมดสมัยไปนานแล้ว บางบ้านยังสะสมตุ๊กตาเต็มห้องเด็กอีกต่างหาก ครั้นออกมานอกบ้าน อากาศก็เป็นพิษ สารพัดฝุ่นควัน ฟุ้งตลบเต็มเมือง ไม่รู้จะไปหาอากาศดีๆ ที่ตรงไหน

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเรามีจำนวนเด็กที่หอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่ง (ส่วนใหญ่ด้วยครับ) ของเด็กที่หอบก็มาจากภูมิแพ้ เมื่อเจ้าหนูน้อยหอบแฮ่กๆ มาหาแพทย์ สิ่งที่แพทย์จะช่วยได้ก็คือ ขยายหลอดลม ให้หลอดลมที่ตีบอยู่นั้นขยายออก โดยไม่ต้องใช้อะไรมาทะลวง หากแต่ใช้ยาครับ เป็นยาขยายหลอดลม ซึ่งจะมีมาเป็น 3 รูปแบบ

ชนิด ข้อดี ข้อเสีย
แบบรับประทาน








สะดวก ไม่ต้องสอนวิธีใช้ ทุกคนทำได้ มีทั้งเม็ดและน้ำ




  • ออกฤทธิ์ช้า ไม่ทันใจ ยิ่งตอนกำลัง หอบมากๆ ขืนรอยากินออกฤทธิ์ คงจะ หอบจนหน้าเขียวไปเสียก่อน
  • มีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ สั่น บางคนมาบอกว่าลูกมือสั่นเห็น ได้ชัดตอนเขียนหนังสือ เหตุที่เรา พบอาการข้างเคียงได้บ่อยก็เพราะการ ให้ยาโดยการกิน มักจะมีปริมาณยา มากกว่าการให้โดยวิธีอื่นๆ (เทียบ ยาตัวเดียวกัน) เนื่องจากยาที่กิน ต้องไปผ่านการย่อยการดูดซึม เข้ากระแสเลือดกระจายไปทั่วตัว เหลือไปถึง หลอดลมจริงๆ นิดเดียว
แบบฉีด

ยานี้ถ้าถามตัวเด็ก ไม่เห็นมีใครอยากฉีดสักคน มีแต่พ่อแม่บางประเภทที่ยัง ยึดติดกับความเชื่อรุ่นเก่าว่า ฉีดแล้วหายไว เลยอยากให้ หมอฉีดยาให้

ราคาถูก ยาฉีดนี้จึงยังนิยมกัน อยู่ตามต่างจังหวัด ลูกเจ็บและมีอาการข้างเคียงมาก เนื่องจากยาซึมเข้ากระแสเลือดได้ดี เลยไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว หลายๆ คนจะมีอาการใจสั่น บางคนบอกว่า สั่นโครมครามเลยครับ
แบบพ่น

เราจะคุยเรื่องนี้กันต่อ อย่างละเอียดครับ




จับมือกับยาพ่น

ยาแบบพ่นนั้น หมอชอบ คนไข้เด็กก็ชอบ เพราะไม่เจ็บตัว แถมยังได้สมติตัวเองว่า กำลังใส่หน้ากากอุลตร้าแมนอีกต่างหาก แต่ก็มีพ่อแม่บางประเภทอีกนั่นแหละที่ยังไม่ (ยอม) เคยชินกับยาพ่น (ซะที) กลัวว่าเป็นยาอันตรายหรือเปล่า เข้าทำนอง "ของใหม่ ปฏิเสธไว้ก่อน" ถามอยู่นั่นแหละว่า "พ่นแล้วจะติดไหม" "พ่นแล้วคราวหน้าจะต้องพ่นอีกหรือเปล่า" คำถามเหล่านี้แม้ตอบกันทุกวัน ก็มีรายใหม่แวะเวียนมาถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคิดว่าจะอัดเทปวิดีโอคำตอบไว้ให้แล้วครับ

ทีนี้หมอมีคำถามที่อยากถามบ้าง อยากถามว่า…
  • ทำไมถึงปล่อยให้ลูกหอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ?
  • ทำไมไม่รักษาต่อเนื่องให้มันดีขึ้น จนจบๆ กันไป ?
  • ทำไมต้องมาหาเฉพาะตอนป่วย ตอนดีๆ นัดแล้วทำไมไม่มา ?
  • ทำไมไม่รู้จักป้องกันโรคบ้าง ลูกจะได้ไม่ต้องป่วย ?
Case Study ของอเมริกา

ลองมาดูกันหน่อยไหมครับว่า ในสหรัฐอเมริกา หมอภูมิแพ้เขาจัดการรักษาเด็กโรคหอบอย่างไร

ในเด็กที่อายุ 2 ขวบขึ้นไป เขาจะทดสอบหาสารที่เป็นต้นเหตุของโรคให้ วิธีทดสอบในเด็กก็แสนจะง่ายดาย ไม่มีอันตราย และเจ็บน้อยกว่าฉีดวัคซีนเสียอีก เมืองไทยเราก็ทำได้แล้วนะครับ (สงสัยจังทำไมไม่ค่อยจะทดสอบกัน ทำไมกินแต่ยาสร้างภูมิ เสริมภูมิ บางรายกินกันเป็นปีๆ แพ้อะไร แพ้จริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แต่กินยาเข้าไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว)

ในรายที่ทดสอบทราบว่าแพ้อะไรแล้ว ก็ต้องหลีกเลี่ยงสารเหล่านั้นอย่างจริงจังตั้งใจไปตลอด แล้วถ้ายังคุมโรคไม่อยู่ เขาก็ใช้ยาช่วย ยาปัจจุบันนี้มีดีๆ มากมาย ถ้ารายไหนอาการค่อนข้างมาก กำเริบบ่อยๆ แพทย์อาจให้ใช้ยาควบคุมโรคประจำโดยฝรั่งเขาจะนิยมให้เด็กใช้ยาพ่น เพราะยาพ่นปลอดภัยกว่ายากิน ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้ก็จะใช้ยาควบคุมโรคชนิดพ่น (คนละตัวกับยาขยายหลอดลม ซึ่งแก้เฉพาะอาการหอบแล้วนะครับ) ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจให้พ่นด้วยเครื่องพ่นยาที่ซื้อไว้ที่บ้าน พ่นได้เองง่ายๆ หรือถ้าเด็กโตหน่อยก็ใช้กระบอกช่วยพ่นยา พ่นต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้โรคสงบลงได้ บางรายหายขาดไปเลยก็มี (ในเด็กเล็กๆ เราจะยังไม่ฉีดวัคซีนภูมิแพ้ครับ ต้องรอให้โตสักหน่อย ถ้ายังไม่หายก็ฉีดได้ครับ)

ยาพ่นแก้ภูมิแพ้

ตัวยาพ่นที่ว่าในเมืองไทยจะมี 2 ประเภท คือแบบที่เป็นแบบสเตียรอยด์ และไม่ใช่สเตียรอยด์
  • แบบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ก็มีข้อดีตรงที่มันไม่ใช่สเตียรอยด์ครับ ใช้แล้วสบายใจมากเรื่องความปลอดภัย แต่มีปัญหาว่ามันค่อนข้างอ่อน บางทีคุมโรคไม่อยู่

  • ส่วนแบบที่เป็นสเตียรอยด์ จะควบคุมโรคได้ดีกว่า ทำให้การอักเสบภายในหลอดลม ที่เกิดจากการแพ้สงบลงได้ดี ความไวต่อสิ่งกระตุ้นของหลอดลมก็ลดลง หลอดลมหดตัวยากขึ้นกว่าเดิม อาการก็ดีกว่าเดิม เด็กสบาย โรคไม่ค่อยกำเริบ
แต่ปัญหาที่คนไข้กลัวคือมันเป็นสเตียรอยด์ ซึ่งไม่ดีแน่ ถ้าเรากินเข้าไปต่อเนื่องนานๆ อาจเกิดปัญหามากมายตามมาภายหลัง แต่ถ้าเป็นชนิดพ่นจะปลอดภัยกว่ากันมากครับ เพราะปริมาณยาพ่นที่ร่างกายได้รับจะน้อยกว่าที่ให้โดยการกินประมาณ 100-200 เท่า คิดง่ายๆ ก็คือ กินยาวันเดียวเท่ากับยาพ่นทุกวันไปครึ่งปีและถ้าเราพ่นยาไว้ อาการไม่กำเริบ เราก็ค่อยๆ ลดยาลงได้เรื่อยๆ จนอาจจะใช้ยากลุ่มไม่ใช่สเตียรอยด์ได้ในที่สุด เมื่อรักษาจนโรคสงบดีแล้ว เราก็เลิกยาได้ ไม่ได้ต้องพ่นไปตลอดชีวิตสักหน่อย

ในเด็กที่ไม่รักษาให้เป็นเรื่องเป็นราว บางรายก็เป็นหอบหืดไปจนโตเลยก็มี บางรายพออาการกำเริบมากๆ พ่นยาก็เอาไม่อยู่อีกต่างหาก หมอจำเป็นต้องให้กิน หรือฉีดสเตียรอยด์ด้วย ไม่งั้นอาจอาการหนัก และถ้าต้องกินหรือฉีดสเตียรอยด์บ่อยๆ ผลร้ายของยาตามมาแน่นอนครับ

มีคุณแม่คนหนึ่ง พาลูกน้อยมารักษา ตอนแรกอาการแย่เลยให้ใช้ยาพ่นกันมาปีหนึ่งตอนนี้ดีแล้ว เลิกยาพ่น ก็ยังแข็งแรงอยู่ ไม่เจ็บไม่ป่วย ตัวเบ้อเริ่ม ไม่ได้เตี้ยอย่างที่กังวลกัน วันหนึ่งเธอพาลูกมารับวัคซีน แล้วคุยให้ฟังว่า มีญาติที่มีลูกมีอาการแย่เหมือนลูกเธอตอนแรก รักษาแบบตรงใจแม่เขาคือกลัวพ่นยา ก็ไม่ต้องพ่นยา กินแต่ยาเสริมภูมิอย่างเดียว หอบทีรักษาที ทดสอบว่าแพ้อะไรก็ไม่เคยทำ เธอแนะนำให้ทำอะไรก็ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมทำ ตอนนี้ก็เด็กยังไม่หาย อาการหอบกำเริบอยู่ประจำ เธอสงสารเด็กมาก แต่ก็ไม่ใช่พ่อใช่แม่ ไม่รู้จะทำยังไง ไม่เข้าใจพ่อแม่เขาจริงๆ

หมอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ใครที่เป็นพ่อแม่ประเภทนี้ช่วยบอกทีเถอะครับ อยากรู้จริงๆ ว่า ทำไมไม่ทำในสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ลูก มีเหตุผลอะไรกันครับ

สารพัดคำถามเรื่องพ่นยา

" ยาอันตรายหรือเปล่า " คำตอบ " ไม่ครับ " ตัวยาพ่นไม่ได้อันตรายไปกว่ายากิน ยาฉีด เพราะเป็นยาตระกูลเดียวกัน แถมยังปลอดภัยกว่ายากินยาฉีดตั้งเยอะ เพราะปริมาณยาที่ใช้พ่นนั้นน้อยมาก และที่เราใช้น้อยแค่นี้แต่ได้ผล ก็เพราะยามันลงไปที่หลอดลมโดยตรงเลย (เปรียบเหมือนเอายาทา มาทาตรงที่เป็นผื่น ทำไมเราไม่เห็นจะกลัวยาทากันเลยครับ) เด็กจะรู้สึกสบายขึ้นทันทีที่พ่นเสร็จ

" พ่นแล้วจะติดไหม " คำตอบคือ " ไม่ " อีกเหมือนกัน เพราะยาพ่นไม่ใช่ยาเสพย์ติด อ้าว…นี่พูดจริงๆ ไม่ใช่เล่นลิ้น (ทราบไหมครับว่า ยากินแก้หอบบางอย่างในยุคโบราณมีสารเสพย์ติด สารกล่อมประสาท ผสมอยู่ด้วยจริงๆ) แต่เด็กอาจ "ติดใจ" ได้ เพราะสนุกและสบายกว่าฉีดยามากครับ

" พ่นแล้วคราวหน้าต้องพ่นอีกไหม " ตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า " ก็ถ้าสบายดีมาก็ไม่ต้องพ่น " แต่ถ้าหอบมาอีกก็ต้องรักษา ส่วนจะเลือกกิน หรือฉีด หรือพ่นก็แล้วแต่ (ชี้แจงให้ทราบอย่างนี้แล้ว ไม่เลือกยาพ่นก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับ)

พ่นแล้วทำให้ตัวเตี้ย ?

พ่อแม่บางคนสงสัยกันว่าพ่นยาแล้วจะทำให้ลูกตัวเตี้ยหรือเปล่า การศึกษาในช่วงหลังออกมาว่า ความสูงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะเป็นไปตามปกติ แล้วยังดูจะสูงกว่าปล่อยให้เป็นหอบไปโดยไม่ได้รักษาด้วยซ้ำ ก็คนขี้โรค จะให้สูงใหญ่ได้อย่างไรครับ

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

(update 9 เมษายน 2001)


[ที่มา.. นิตยสารรักลูก   ปีที่ 18 ฉบับที่ 212 กันยายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600