
เดี๋ยวนี้เราอาจจะพบเห็นครอบครัวที่มีลูกเพียงคนเดียวมากขึ้น อาจจะด้วยว่าเมื่อมีลูก
1 คนแล้ว คุณแม่ส่วนใหญ่ก็จะกลับไปทำงานอีก พอทำงานต่อเนื่องไปแล้วบางทีก็ไม่นึก
อยากกลับมามีลูกอีก หรือหลายๆ คนก็อาจมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่อยากมีลูกหลายคน
หลายๆ ท่านรู้สึกว่ามีลูกคนเดียวก็สบายดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมัวมาแต่เหนื่อยเลี้ยงดูลูก
แต่ว่าจริงๆ แล้วการมีลูกคนเดียวก็ยังต้องดูแลมากเหมือนกัน มีปัญหาบางอย่างที่พบบ่อย
ในลูกคนเดียว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีไหม ส่วนใหญ่ในเรื่องของเวลา
มักไม่ค่อยมีปัญหา
เพราะการมีลูกคนเดียวอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถทุ่มเทหรือให้เวลาเขาได้มาก
ปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูมักจะเป็น 2 กรณี
กรณีหนึ่งก็คือว่า
บางทีเราอาจจะเอาอกเอาใจเขามากเกินไป ความที่ว่ามีลูกคนเดียว
เราก็ให้อะไรกับเขาได้ทุกอย่าง เพราะว่ามีความพร้อม บางท่านฐานะค่อนข้างดีด้วยซ้ำไป
แต่ก็ไม่นึกอยากมีลูกอีก เมื่อมีลูกคนเดียวก็สามารถให้ลูกได้ค่อนข้างมาก อาจจะมีทั้งพี่เลี้ยง
ทั้งคนให้ดูแล ทั้งคุณพ่อคุณแม่อีก เด็กก็เลยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจอยู่ตลอดเวลา
ปัญหาอีกประการหนึ่งอาจจะเกิดการปล่อยปละละเลยได้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่า
มีลูกคนเดียวแล้วทำไมจึงปล่อยปละละเลยลูก นี่เป็นเพราะว่าบางทีความที่เราอาจมัวแต่ทำงาน
จนเลือกจะมีลูกคนเดียว จนกระทั่งลืมไปว่าเรายังมีลูกรออยู่ เพราะบางทีเขาก็อยู่ได้ตามลำพังของเขา
เราก็อาจมัวทำงานหรือละเลยลืมเรื่องลูกไป ตรงนี้ก็อาจจะเป็นผลเสียเช่นเดียวกัน
คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกคนเดียว จึงควรหันมาดูกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจากอะไร
ที่พบบ่อยคือปัญหาว่ารักและตามใจลูกมากเกินไป อยากจะได้อะไรก็เอาให้ทุกอย่าง
บางท่านอาจจะบอกว่า ลูกจะเอาอะไรก็ได้ ขออย่างเดียวว่าให้เรียนหนังสือ คำพูดสั้นๆ
แค่นี้อาจจะเห็นได้ว่า เราอาจจะลืมเลือนไปว่าในช่วงที่ลูกอยู่ในวัยเด็กเล็ก ความสามารถ
ทางการเรียนเด็กอาจค่อนข้างดี ผลการเรียนจึงเป็นที่น่าพอใจของคุณพ่อคุณแม่
คุณพ่อคุณแม่จึงไม่สนใจในเรื่องอื่นๆ ให้โอกาส ให้ความรักลูกอย่างมาก จะเอาอกเอาใจ
หรือตามใจเขาค่อนข้างมาก แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ถึงเวลาที่เขาจะเข้าใจว่าอะไรควรทำ
อะไรไม่ควรทำ บางทีมันก็ช้าเกินกว่าที่เราจะดัดเขาได้ หรือว่าเขาเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น
จากการที่เขาเอาแต่ใจตัวเอง ตอนนั้นอายุเขาก็มากแล้ว กว่าเราจะคิดมาปรับเขา
ก็ต่อเมื่อเขามีปัญหาค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งบางทีก็เป็นเรื่องยากแก่การแก้ไข
ดังนั้น บางทีอาจจะต้องกลับมาดูตัวเราเอง เรื่องรักลูกมากในครอบครัวที่มีลูกคนเดียว
ก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ก็ยอมรับ แต่อาจจะต้องมาคุยในระหว่างพ่อกับแม่เป็นระยะๆ ว่า
บางอย่างเราทำอะไรที่เกินขอบเขตไปบ้างหรือไม่ หรือเป็นการตามใจลูกมากเกินไปไหม
บางท่านคิดว่าทำงานก็เหนื่อยก็หนัก หาเงินมามากมายก็อยากจะให้ลูกใช้ เมื่อลูกอยากได้อะไร
แล้วไม่ซื้อให้ก็เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่า ทำไมเราต้องไปตระหนี่กับลูกด้วย ทำไมต้องไปขัดขวาง
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพอมีเงินซื้อให้ได้
ตรงนี้อยากจะให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นว่า จริงๆ แล้วจำนวนเงินไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราจะซื้อหรือไม่ซื้อให้เด็ก แต่เด็กๆ ต้องเรียนรู้ว่า อะไรที่เขาควรได้หรือไม่ควรได้ อะไรที่เขาทำได้
หรือทำไม่ได้ อันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสอนให้เขารู้จักการควบคุมตัวเอง ไม่ใช่ว่าเมื่อลูกโตมากขึ้น
เขาเรียนหนังสือได้ดี เขาก็จะรู้เองว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ นี่เป็นความเข้าใจผิดอยู่มาก
ที่คิดว่าความคิดเช่นนี้จะเกิดขึ้นตามอายุของเด็ก แต่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการอบรมของพ่อแม่
หลายคนก็เลี้ยงลูกมาจนเป็นเทวดา มารู้ตัวอีกทีหนึ่งก็ตอนที่เขาเริ่มมีปัญหา ก็อาจจะเริ่มมากังวลใจว่า
ทำไมลูกเราถึงเป็นอย่างนี้ไปได้
ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในลูกคนเดียวอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องคอยระวังและหาประสบการณ์เสริมให้เขา
คือ เรื่องเพื่อน เนื่องจากครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน
เด็กจะเรียนรู้ทักษะทางสังคมจากพี่น้องของตนเอง
เช่น เวลาอยากได้ของคนอื่น ควรจะทำอย่างไร เวลาคนอื่นมาหยิบเอาของเราไป เราจะจัดการอย่างไรดี
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การให้คนอื่น แต่ในลูกคนเดียวเนื่องจากเขาไม่คุ้นเคยกับเงื่อนไขเหล่านี้มาก่อน
อยู่บ้านเขาไม่เคยต้องแบ่งปันใคร ไม่ต้องแบ่งปันคุณพ่อคุณแม่ให้กับน้อง ไม่ต้องแบ่งปันสิ่งของให้กับใคร
ทุกอย่างเป็นของเขาหมดเพียงคนเดียว เวลาที่เข้าไปอยู่กับเพื่อน บางทีเขาอาจจะมีปัญหาว่า
เขาไม่สามารถที่จะเข้ากับเพื่อนได้ เพราะว่าไม่เคยได้รับการฝึกฝนในเรื่องเหล่านี้มาก่อน
หรือบางทีอาจจะขาดเพื่อน เพราะเวลาที่อยู่กับเพื่อนก็อาจจะไปแย่งไปทะเลาะกับเพื่อน จนเขาเบื่อ
มีความรู้สึกว่าเขามีชีวิตอยู่คนเดียวดีกว่า ตรงนี้เราก็สามารถช่วยเหลือได้ โดยเข้าไปดูแล
ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังหรือเล่นอยู่กับตัวเอง
ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือ
เด็กอาจจะอยู่กับผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก เพราะว่าในบ้านมีเด็กอยู่คนเดียว
นอกนั้นเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด บางทีเด็กก็มีวิธีคิด มีอะไรบางอย่างเหมือนผู้ใหญ่ จนพอเวลา
เขาไปเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันก็จะรู้สึกว่าเล่นกับเพื่อนไม่ได้ เพราะว่าเพื่อนไม่รู้เรื่อง
เดิมเวลาเล่นกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะนำการเล่นให้กับเขา แล้วส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ก็มักจะยอมให้กับเด็ก
แต่คงไม่มีเพื่อนคนไหนยอมให้กับเขาตลอดเวลา
บางทีการเป็นลูกคนเดียวแล้วเราเอาอกเอาใจเขาค่อนข้างมาก จนเขาอาจจะติดพ่อแม่
หรือติดผู้ใหญ่มากกว่าที่จะออกไปเล่นกับเพื่อน เพราะความที่เราประคบประหงมเขามาก
เด็กบางคนยังให้พ่อแม่ช่วยเหลือทุกอย่างแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง จนกระทั่ง
เด็กขาดความเป็นตัวของตัวเองไป
อีกปัญหาหนึ่งคือ ความดื้อรั้น ความที่เป็นลูกคนเดียว เขาก็รู้ว่าเขาเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน
เมื่อเขาต้องการอะไร ผู้ใหญ่ก็มักจะยินยอมในที่สุด เด็กก็อาจจะดื้อรั้น มีความรู้สึกว่า
เขาเรียกร้องอะไรได้ทุกอย่าง ไม่มีโอกาสที่จะได้รู้เลยว่าอะไรผิดอะไรถูก เขาทำแบบไหนก็ได้
เพราะว่าในที่สุดผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านก็ต้องยอมให้กับเขา เพราะเขาเป็นคนเดียวในบ้าน
ตรงนี้ก็เป็นปัญหามากทีเดียว
นอกจากนี้การที่เด็กอยู่คนเดียวตามลำพัง ไม่ค่อยได้เล่นกับเพื่อนหรือไม่ค่อยได้เข้าสังคม
บางทีอาจจะไปรบกวนจินตนาการของเด็กได้ เด็กบางคนเหงามาก เบื่อมาก พี่น้องก็ไม่มี
พ่อแม่เองก็ทำงานยังไม่กลับมา อาจจะเริ่มเล่นกับตัวเอง พูดคุยหรือเล่นตามลำพังกับตัวเองอยู่เสมอ
เพราะฉะนั้นอยากจะให้ข้อเสนอแนะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกคนเดียวว่า การมีลูกคนเดียวนั้น
เราไม่ควรปกป้องหรือดูแลเขามากเกินไป แม้ว่าเราจะมีเวลาหรือมีโอกาสที่จะทุ่มเทให้กับเขา
แต่การเลี้ยงดูเด็กนอกจากความรักและความเอาใจใส่ เรายังต้องฝึกฝนเขาให้เขามีพัฒนาการที่เหมาะกับวัย
เมื่อเขาถึงเวลาที่จะต้องช่วยเหลือตัวเอง เราก็ต้องให้เขาช่วยเหลือตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องเรียนรู้ว่า
บางสิ่งบางอย่างนั้นเขาไม่ได้ดั่งใจตัวเอง ต้องมีความอดทนต้องรู้จักรอคอย เราก็ต้องฝึกให้กับเขา
ตรงนี้ก็เหมือนกับเราค่อยพัฒนาเขาไปแต่ละขั้นตอน วันหนึ่งเขาก็จะโตขึ้นเป็นตัวของตัวเองได้
สามารถดูแลตัวเองได้
พ่อแม่เองก็ไม่ควรจะกังวลมากจนเกินไป ความที่มีลูกคนเดียวบางท่านจะกังวลมาก
เกรงว่าจะเกิดอันตรายหรือเป็นอะไรกับลูกแล้วตัวเองจะเสียใจมาก เราจึงเข้าไปปกป้องลูกมากเกินไป
ทำให้ลูกขาดโอกาสในการเรียนรู้ เช่น ไม่ยอมให้ลูกออกไปเที่ยวนอกบ้าน ไม่ยอมให้ลูกมีเพื่อนนอกบ้าน
เกรงว่าเพื่อนจะรังแกลูก กลายเป็นความกลัวที่มากเกิน ทำให้เด็กขาดโอกาสพัฒนาตนเอง
ตรงนี้ก็อาจจะต้องปล่อย หรือว่าติดตามในระดับที่เด็กสามารถเป็นตัวของเขาเองได้
การฝึกฝนเรื่องทักษะทางสังคมก็เป็นเรื่องสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจต้องหาโอกาสให้เด็ก
ได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันบ้าง ถ้าอยู่ในครอบครัวขยายบางทีก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ถ้ามีเด็กๆ
จากครอบครัวอื่นได้มีโอกาสเล่นด้วยกัน เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้ในเรื่องทางสังคม เหมือนกับเขาอยู่กับพี่น้อง
หรือบางทีเราก็หาโอกาสอย่างนั้นให้กับลูก โดยพาไปสนามเด็กเล่นบ้าง ปล่อยให้เด็กได้เล่น
กับเพื่อนวัยเดียวกัน ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานว่าเวลาเขาอยู่กับเพื่อนก็สนุกเหมือนกับเวลา
ที่เขาอยู่กับผู้ใหญ่ มิใช่ว่ามาติดอยู่กับผู้ใหญ่ตลอดเวลา
การมีลูกคนเดียว หลายๆ ท่านก็อาจคิดว่ามีข้อดีหลายอย่างเลยทีเดียว เศรษฐกิจอย่างนี้
ก็อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลลูก ไม่ต้องสิ้นเปลืองมากนัก หลายๆ ท่านอาจตั้งใจเลยว่า
จะมีลูกเพียงคนเดียว ก็อยากให้พึงระมัดระวังว่า จุดอ่อนของการมีลูกคนเดียวก็คือ
เด็กมักจะขาดในเรื่องทักษะทางสังคม มักเอาตนเองเป็นใหญ่ ไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้
ในเรื่องแบ่งปันให้คนอื่น
แต่ตรงนี้ไม่ใช่ข้อเสีย หรือไม่ใช่ข้อห้ามไม่ให้เราลูกคนเดียว เพียงแต่เมื่อเรารู้ข้อเสีย
จุดอ่อนตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีความระมัดระวัง เอาใจใส่เด็กตามสมควร รักและดูแลเขา
ให้เหมาะสม อย่าให้มากจนเกินไป เปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นตัวของตัวเอง ให้โอกาสเด็ก
ได้พัฒนาทักษะทางสังคม โดยการอยู่ร่วมกับคนอื่น สอนลูกให้รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
เราอาจจะพาลูกไปในที่ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่าเวลาเขาอยู่ร่วมกับคนอื่น เขาจะต้องสนใจ
เอาใจใส่ความรู้สึกของคนอื่น เขาจะต้องให้กับคนอื่นบ้าง ในขณะเดียวกันเราก็อาจจะสอน
หรือใช้กิจกรรมอื่นเข้ามาร่วมให้เด็กได้ตระหนักอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเขาเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่แล้ว
เขาอยากจะได้อะไร ก็ได้ตามใจเขาไปเสียหมด เขาก็เริ่มเรียนรู้ว่า ยังมีส่วนอื่นในสังคม
ที่เกี่ยวข้องกับเขา ไม่ใช่อยู่แต่ในครอบครัว แต่เขาต้องไปอยู่ในโรงเรียนอยู่กับคนอื่นในสังคม
เขาก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อคนอื่น ต่อเพื่อนที่โรงเรียน ต่อทุกๆ คนเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น
(update 18 สิงหาคม 2001)
|