 |
|
เมื่อลูกโตจนเข้าวัยรุ่น จะเกิดพฤติกรรมอีกแบบหนึ่ง
ที่ชวนให้พ่อแม่หงุดหงิดได้ |
|
 |
ลูกจะอายมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับรูปร่าง ร่างกาย ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
บางคนอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศ ทำให้มีสิว มีกลิ่นตัวเสียงแตกในผู้ชาย บางคนโตเร็วมาก
เวลาเดินจะดูเก้ๆ กังๆ ไหล่ห่อ ดูไม่สง่างาม พ่อแม่อาจจะดุว่าบ่อยๆ เพื่อให้รู้จักยืดอกไหล่ผึ่งดูสมชาย
แต่พอเผลอก็เป็นแบบเดิมอีก น่าสงสัยว่ามีอะไรน่าอายกันนักหนานะครับ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองย้อนอดีตกลับไประลึกถึงตนเองตอนเป็นวัยรุ่น อาจจะยังพอจำได้ว่า
สมัยนั้นเราก็มีลักษณะอย่างที่กล่าวข้างต้นเหมือนกัน แต่เราพ้นวัยนั้นมานานเข้า เลยลืมไปว่า
พอเข้าวัยรุ่นก็มีอะไรให้อายมากมายเหลือเกิน
- ความอายในวัยรุ่นเป็นของธรรมดา
วัยรุ่นคนไหนไม่อาย ดูแปลก และถ้าไม่อายเลยละก็ผิดปกตินะครับ
วัยรุ่นอายเนื่องจากตนเองมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ
รวมไปถึงสังคมรอบตัวเขา การเปลี่ยนแปลงนี้มาเร็วจนตั้งรับไม่ค่อยทัน ยกตัวอย่างเช่น ความสูง
วัยนี้จะสูงเร็วโดยเฉพาะวัยรุ่นตอนต้น (หรือก่อนวัยรุ่นเล็กน้อย)เมื่อวัยรุ่นสูงขึ้นเร็ว เขาก็กะระยะต่างๆ
ผิดพลาดจนดูเป็นซุ่มซ่าม ความจริงเกิดจากร่างกายเขาเปลี่ยนขนาดเร็วจนปรับไม่ทัน ทำให้การเคลื่อนไหวต่างๆ
ไม่สัมพันธ์กันได้ดีเหมือนเดิม เด็กจะเกิดความไม่มั่นใจ กลัวผิดพลาด ยิ่งถ้าผู้ใหญ่ชอบดุว่าตำหนิ
ก็จะยิ่งไม่กล้าแสดงออกมากขึ้น ทำให้อายรูปร่างของตนเอง
ถ้าลองพิจารณาดูวัยรุ่นตอนต้นกำลังเติบโตจะพบว่า รูปร่างเขาก็ดูน่าหัวเราะอยู่เหมือนกัน
เพราะสัดส่วนต่างๆ จะดูตลก ไม่ชวนมองเหมือนวัยรุ่นตอนกลางหรือตอนปลาย ซึ่งจะเห็นความเป็นหนุ่มสาวชัดเจน
วัยรุ่นเขาก็มองตัวเองออกเหมือนกันว่า รูปร่างของเขาไม่ค่อยน่าดูเท่าใดนัก ก็จะรู้สึกไม่ชอบรูปลักษณ์ของตนเอง
พัฒนาการทางจิตใจของวัยนี้จะมีความอ่อนไหวเรื่องตนเอง วัยรุ่นจะครุ่นคิดถึงเรื่องรูปร่าง
และรูปลักษณะของตนเองบ่อยๆ ถ้าเห็นอะไรในร่างกายที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือแตกต่างจากเพื่อนๆ
เขาก็จะกังวลมากแม้แต่สิวเม็ดหนึ่งบนใบหน้า ก็อาจทำให้กลุ้มใจจนนอนไม่หลับได้ และความที่วัยรุ่นเอง
จะเปลี่ยนแปลงไม่พร้อมกัน บางคนเป็นหนุ่มเร็ว บางคนเป็นสาวช้ากว่าเพื่อนๆ ทำให้เขาเปรียบเทียบ
ตนเองกับเพื่อนๆ ด้วยความวิตกกังวล คนที่โตเร็วจึงมักจะพยายามบีบตัวเอง โดยการเดินไหล่ห่อบ้าง
ก้มหัวบ้าง เพียงเพื่อให้ตนเองไม่สูงเกินเพื่อนๆ จะได้ไม่เป็นจุดเด่นเกินไปนัก
สาวน้อยบางคนอายนัก ถ้ามีใครมาทักถามเกี่ยวกับหน้าอกของตนเอง ซึ่งเริ่มโตขึ้นมากกว่าเพื่อนๆ
การล้อเลียนกันในหมู่เพื่อนหรือผู้ใหญ่ ก็ทำให้วัยรุ่นอายมากขึ้นด้วยนะครับ
ต่อเมื่อเพื่อนๆ ของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมาทันกัน ความรู้สึกแตกต่างนี้จึงจะค่อยๆ หายไป
และในที่สุดคนที่เป็นวัยรุ่นช้ากว่าคนอื่นซึ่งเหลือน้อยลงๆ จะเริ่มกังวลว่า ทำไมร่างกายตนเอง
จึงไม่เปลี่ยนแปลงไปเหมือนเพื่อนเสียที
ดังนั้น วัยรุ่นที่จะรู้สึกอายได้มากๆ มี 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เป็นวัยรุ่นเร็ว และกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นช้ากว่าเพื่อน
ปัจจัยทางจิตใจ-สังคมก็มีส่วนทำให้วัยรุ่นอายได้ เนื่องจากพวกเขาจะไม่มีความมั่นใจว่า
คนอื่นคิดอย่างไรกับเขา ทั้งรูปร่างหน้าตา จะทำให้คนอื่น (เพื่อนๆ และคนในครอบครัว) รู้สึกน่าขันหรือไม่
วัยรุ่นอยากจะให้คนอื่นรู้สึกต่อตนเองในทางที่ดี ยอมรับเขาและชื่นชมเขา แต่ความเปลี่ยนแปลงในวัยนี้
ก็รบกวนเขามากเหลือเกิน ต่อเมื่อเขามีความรู้สึกมั่นใจในรูปลักษณ์หรือเอกลักษณ์ของตนเอง
ตอนนั้นเขาก็จะไม่เขินอาย
ความรู้สึกต่อตนเองทางด้านบวก จึงช่วยให้วัยรุ่นมั่นใจในตนเอง ไม่อาย กล้าแสดงออก
กล้าเป็นตัวของตัวเอง การเผชิญความอายในวัยรุ่นจึงเป็นแบบฝึกหัดหนึ่ง ซึ่งมีความจำเป็นที่จะหล่อหลอม
ในวัยรุ่นมีวุฒิภาวะทางจิตใจสูงขึ้น
ความอายในวัยรุ่นจึงเป็นเรื่องปกติ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลนะครับ มองทางด้านดีก็คือ
วัยนี้พยายามทำตัวให้เป็นที่ยอมรับนั่นเอง ตราบใดที่เขาอาย แสดงว่าเขาคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น (ที่มีต่อเขา)
เราควรช่วยส่งเสริมให้วัยรุ่นเอาชนะความอาย โดยการทำให้เขามั่นใจและพอใจในตนเอง
- คุณพ่อคุณแม่จะช่วยได้อย่างไร
เข้าใจและทำใจ พฤติกรรมอายในวัยนี้เป็นปกติ อย่าไปหงุดหงิดถือสาหรือเป็นอารมณ์กันใหญ่โต
ความเข้าใจทำให้ผู้ใหญ่มองวัยรุ่นดีขึ้น บางทีแค่เข้าใจ ทำเฉยๆ เสีย พฤติกรรมอายเหล่านี้ก็หายไปเอง
พูดคุยให้ความรู้ คุณพ่อคุณแม่ควรจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น
(ซึ่งหาอ่านได้จากหนังสือเกี่ยวกับวัยรุ่นต่างๆ) เช่น การเกิดสิว เกิดกลิ่นตัว ประจำเดือน คืออะไร
ทำไมเขาจึงสูงมากขึ้นในขณะนี้ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยมีสอนกันในโรงเรียน แต่วัยรุ่นอยากรู้
ถ้าคุณพ่อคุณแม่หยิบยกมาพูดคุยกันในโอกาสที่เหมาะสม จะช่วยให้วัยรุ่นสบายใจขึ้นอีกมาก
และดูแลร่างกายตนเองได้ดีขึ้น
พยายามองหาส่วนดีของเขา และช่วยให้เขาพบข้อดีในตนเอง รู้สึกชื่นชมตนเองได้
อาจจะเป็นจุดเด่นของเขาด้านใดด้านหนึ่ง (หรือหลายๆ ด้าน) บางคนเรียนเก่ง บางคนเป็นนักกีฬา
บางคนชอบดนตรีร้องเพลงบางคนชอบศิลปะ หรือบางคนมีเพื่อนฝูงมากมาย (แต่ด้านอื่นไม่ดีเลย)
จุดเด่นเหล่านี้จะช่วยให้วัยรุ่นรู้สึกยืดได้กับเขาบ้าง เกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และมีเอกลักษณ์ในทางที่ดี
แบบนี้เขาก็จะไม่อายอีกต่อไป
การมองหาข้อดีอาจทำโดยการสังเกต สอบถามพูดคุยและติดตามพฤติกรรมตามความชอบ
ความถนัดของเขา
คุณพ่อคุณแม่ควรหาโอกาสพูดคุยกันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังกล่าว โดยวิธีการต่อไปนี้นะครับ
" ตอนนี้ลูกโตขึ้นมากนะ รู้สึกร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างไหม " (ถามนำ)
" ลูกรู้สึกอย่างไรที่ตัวเองสูงขึ้นมาก " (ถามความรู้สึก)
" อายเพื่อนๆ บ้างไหม " (ถามนำความรู้สึกที่เกิดขึ้น)
" มีใครเปลี่ยนแปลงเหมือนลูกบ้าง " (ถามหาเพื่อน)
" มีใครล้อเลียนเรื่องนี้กันบ้างไหม " (ถามนำ หาปัญหา)
" ลูกรู้สึกอย่างไรที่เพื่อนๆ พูด " (ถามความรู้สึก)
" มีใครเป็นแบบลูกไหม " (ถามหาเพื่อน)
" ลูกรู้สึกไหมว่าแตกต่างไปจาเพื่อน " (ถามนำหรือสะท้อนความรู้สึกเขา)
" ลูกคิดจะทำอย่างไรต่อไป " (หาทางออก)
" ลูกอยากจะคุยกับพ่อแม่เรื่องนี้ไหม " (ชักชวนให้คุย)
" ลูกเคยปรึกษาใครบ้าง" (ถามหาทางแก้ปัญหา)
" ลูกเคยคิดถึงข้อดีของตนเองบ้างไหม มีอะไรบ้าง " (ถามนำข้อดีของตนเอง)
การซักถามปูพื้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นั้นสามารถทำได้ทั้งเรื่องทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าพูดคุยกันได้ และพ่อแม่ยินดีจะให้ข้อมูลในบางเรื่องได้ หลังจากนั้นลองสังเกตดูว่า
ลูกพร้อมที่จะรับฟังเราหรือไม่
ถ้าเขาพร้อม คุณพ่อคุณแม่ก็เดินหน้าให้ความรู้ทางวิชาการได้ แต่ควรเป็นลักษณะสื่อสารสองทางคือ
เปิดโอกาสให้ลูกซักถาม ชวนคิดไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น
" ประจำเดือนจะเกิดขึ้นในผู้หญิงเท่านั้น ลูกรู้ไหมว่าทำไม "
" สิวมักจะเกิดในช่วงวัยรุ่น ลูกคิดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น "
" ถ้าเรารู้สาเหตุของการเกิดสิว เราก็สามารถป้องกันได้ ลูกคิดว่า จากที่คุยกันมา
จะป้องกันสิวของตนเองได้อย่างไร "
ในวัยรุ่นนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตว่า เขาไม่ค่อยมีเวลากับเรามาก แต่จะไปสนิทสนมกับเพื่อนๆ
ถึงแม้เวลาพูดคุยกันจะน้อย คุณพ่อคุณแม่ก็ควรหาเวลาพูดคุยกันในสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งคราว
ลองสังเกตความสนใจใฝ่รู้ของลูก และสอดแทรกความรู้ในจังหวะที่เหมาะสม วัยรุ่นก็จะเลิกอายไปได้เองครับ
หลีกเลี่ยงการตำหนิ คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการตำหนิติเตียนในพฤติกรรม
ที่แสดงความอายของเขา เลิกการบ่นถึงการเดินหลังงอ เลิกดุเขาต่อหน้าคนอื่นถึงความไม่กล้า
ไม่มั่นใจของเขา เลิกดุต่อหน้าคนอื่นซึ่งจะยิ่งทำให้อับอาย สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อตนเอง
และทำให้เขาอายยิ่งขึ้น ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ นานๆ จะกลายเป็นเด็กที่มองตนเองไม่ดี ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ
คุณพ่อคุณแม่ลองดูนะครับ ถ้าลูกวัยรุ่นเริ่มอาย ต้องเข้าใจ ทำใจ ให้ความรู้ ดูข้อดี
และอย่าจี้ข้อเสียของเขา เท่านี้ลูกของท่านก็จะพ้นวัยรุ่นไปด้วยความมั่นใจ
ผศ.นพ.พนม เกตุมาน
|