
สิ่งที่เป็นความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคนก็คือ อยากให้ลูกเติบโต เป็นบุคคลที่มีความ
ปกติ ทั้งร่างกายและจิตใจ
เมื่อบุตรเกิดมามีร่างกายปกติ ก็ดูจะโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่บุตร
แสดงแนวโน้มของการเติบโตทางจิตใจในทิศทางที่ไม่ควรจะเป็น พ่อแม่ทุกคนจะเริ่มรู้สึกกังวล
และอาจตั้งคำถามในใจว่า ลูกเราจะกลายเป็นเกย์หรือเลสเบี้ยน หรือไม่ ?
การผิดเพศเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ท่านผู้อ่านอาจอยากจะทราบสาเหตุการผิดเพศของเด็กนี้ ไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจง
ลงไปได้อย่างชัดเจน ถ้าท่านไปถามหมอ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ก็อาจจะได้คำตอบ
ต่างกันออกไป เพราะการผิดเพศนี้ อาจมาได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ การผิดเพศนี้
มิใช่พันธุกรรม
หมายความว่า การผิดเพศไม่สามารถสืบทอดทางสายเลือดได้ เด็กชายที่เป็นเกย์
หรือเด็กหญิงที่เป็นทอม อาจมาจากครอบครัวปกติ ที่ไม่เคยมีประวัติผิดเพศจากทางพ่อ
หรือแม่เลยก็ได้
แต่แม้ว่าจะไม่ได้ถูกถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมก็จริง แต่มนุษย์ทุกคนก็จะมีฮอร์โมน
ของเพศตรงข้ามอยู่ในตัวเรา คือเพศชายก็จะฮอร์โมนของเพศหญิงในเลือด เช่นเดียวกัน
กับเพศหญิงก็จะมีฮอร์โมนของเพศชายในตนเองเช่นกัน ทำให้บ่อยครั้งเราจะได้ยินว่า
มีบุคคลบางคนสามารถแสดงบทบาททางเพศได้ทั้ง 2 ลักษณะ คือทั้งหญิงและชายในเวลาเดียวกัน
ในด้านจิตวิทยา เชื่อว่า สาเหตุของการเป็นเกย์ หรือทอม-ดี้ นั้นมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลิกภาพของแม่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาทางจิตใจของเด็กอย่างมาก
ถ้าแม่มีลักษณะชอบข่มขู่วางอำนาจกับทุกคนในบ้าน หรือแม่ที่มีอารมณ์ไม่ใคร่ปกติ เดี๋ยวดี
เดี๋ยวร้าย ไม่อยู่กะร่องกะรอย แม่ทั้ง 2 ลักษณะนี้จะไม่สามารถสร้างรูปแบบ หรือบทบาทของเพศหญิงที่ดีได้
และเมื่อเวลาอยู่กับลูก โดยเฉพาะลูกชายก็จะแสดงความรู้สึกวางอำนาจ ทำให้เด็กชายรู้สึกกลัวเพศหญิง
ขาดความมั่นคงทางจิตใจ พูดง่ายๆ ก็คือกลัวแม่อยู่ลึกๆ
เด็กชายที่เติบโตในครอบครัวดังกล่าว จะขาดความสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง
กับเพศแม่ได้ และยังไม่สามารถพัฒนาบุคลิกภาพอย่างปกติกับเพศหญิงทั่วๆ ไป จึงหาทางออก
ด้วยการไปมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเป็นการทดแทน
นอกจากแม่ที่มีลักษณะข่มขู่ ก้าวร้าว แล้ว พ่อของเด็กที่เป็นเกย์มีบุคลิกอย่างไร ?
เด็กที่เป็นเกย์ มักมีบิดาที่ค่อนข้างจะอ่อนแอ อยู่ใต้อำนาจของภรรยา ไม่มาใกล้ชิดกับลูก
ทำให้เด็กขาดการลอกเลียนแบบการแสดงออกของเพศชายจากพ่อในทางที่ถูกต้องไปอย่างน่าเสียดาย
ยิ่งกว่านั้น ความสัมพันธ์ของพ่อและแม่ของเด็กชายที่เป็นเกย์ก็มักจะมีลักษณะต่อต้านกัน
อย่างเปิดเผย พูดง่ายๆ ก็คือทะเลาะกันเป็นประจำ หรือเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เอาแน่ไม่ได้
บรรยากาศในครอบครัวเช่นนี้ นอกจากจะทำให้เด็กชายมีแนวโน้มเป็นเกย์แล้ว
ยังทำให้เด็กหญิงไม่สามารถเติบโตเป็นผู้หญิงที่เข้าใจบทบาทของสตรีที่ถูกต้องได้
เด็กหญิงเหล่านี้มักมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับเพศชาย เมื่อมีความรัก
ก็มักวางตัวไม่ถูก อาจกลายเป็นเด็กหญิงที่อ่อนแอไม่รู้จักโต ต้องการคนมาปกป้องดูแล
และเป็นเหยื่อของผู้หญิงที่เข้มแข็งก้าวร้าวในลักษณะของ "ทอม" เข้ามาดูแล กลายเป็นความสัมพันธ์
ของ "ทอม-ดี้" ไปในที่สุด
เด็กที่มีพ่อแม่ดังกล่าว จะกลายเป็น เกย์-ทอม-ดี้ เสมอไปหรือไม่ ?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป
เด็กหลายคนมาจากครอบครัวลักษณะดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องผิดเพศเสมอไป
เพราะการผิดเพศมาจากหลายสาเหตุ ที่กล่าวมาเป็นเพียงการศึกษาของนักจิตวิทยาเท่านั้น
พ่อแม่ควรทำตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้ลูกผิดเพศ ?
พ่อแม่ควรวางตัวให้ถูกต้องกับบทบาทของเพศชายและเพศหญิง เช่น พ่อก็ควรจะมีลักษณะ
ของเพศชายที่เข้มแข็ง แต่ทว่าอ่อนโยน การแสดงทีท่าแข็งกร้าวเกินไป ก็จะทำให้เด็ก
กลายเป็นคนก้าวร้าวได้ ส่วนแม่ก็ต้องเล่นบทของเพศหญิงให้ถูกต้อง อย่าข่มขู่วางอำนาจ
หรืออ่อนแอจนเกินไป และควรจะแสดงอารมณ์ที่สม่ำเสมอ อย่าวูบวาบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
เด็กจะเลียนแบบไม่ถูก
นอกจากนี้ ทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ของเด็ก เช่นการปฏิบัติตัวของครู อาจารย์ เพื่อนฝูง
รวมทั้งหน้าตาของเด็กเองล้วนมีส่วนต่อการผิดเพศของเด็กได้ทั้งสิ้น เช่น เด็กชายหน้าตาดี
อาจถูกจับแต่งตัวเป็นเพศหญิง รวมทั้งการล้อเลียนของเพื่อนฝูง ครู อาจารย์ อาจทำให้เด็ก
เกิดความรู้สึกว่า ถ้าทำกริยาท่าทางผิดเพศไป จะเป็นที่น่ารักเอ็นดู เด็กก็อาจทำผิดเพศบ่อยๆ
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และกลายเป็นบุคลิกภาพที่ผิดเพศไปได้ในที่สุด
ข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่ ก็คือ
อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ การผิดเพศนั้นแก้ไขได้ในวัยเด็ก หากท่านพยายามให้ความรัก
ความใส่ใจ และเป็นรูปแบบที่ดีให้แก่เขา เด็กจะเติบโตด้วยความมั่นคงในจิตใจ
เข้าใจในบทบาททางเพศของเขาอย่างถูกต้อง และสามารถมีความสัมพันธ์อย่างปกติ
กับบุคคลทุกคนที่เขารู้จัก
(update 25 กรกฎาคม 2001)
[ ที่มา...
หนังสือก่อนจะถึงวันนั้น โดย รศ.ดร.นวลศิริ เปาโรหิตย์]
|