ถึงเท้าจ้อยๆ ของคุณหนูจะยังไม่ทันเริ่มขยับก้าวไปไหนมาไหนได้เหมือนอย่างใครๆ
แต่เรื่องดูแลใส่ใจขอบอกว่าเท้าน้อยคู่นี้ก็ต้องการเหมือนกันนะ
ที่พุ่งเป้าเล็งความสนใจไปที่เท้าคู่น้อยนี้ เพราะมักเป็นส่วนที่ถูกมองข้ามกันอยู่บ่อยๆ
ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพาคุณหนูไปไหนมาไหนได้ หรืออีกทีก็ใส่ใจกัน
แบบไม่เข้าใจธรรมชาติเท้าน้อยๆ ของลูก จนกลายเป็นสร้างปัญหาให้กับโครงสร้างเท้า
และการเติบโตของลูกในอนาคต โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยล่ะ
เจ้าสองเท้าสารถีของลูกนี้เติบโตพัฒนาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่และออกมาให้พ่อแม่ได้ยลโฉม
ครั้งแรกในแบบเหี่ยวๆ แดงๆ แต่ไม่นานก็จะค่อยกลายเป็นเท้าอ้วนอวบอูมน่าจูบ
ซึ่งถ้าสังเกตหน่อยจะเห็นว่าเท้าน้อยๆ ของลูกไม่มีส่วนโค้ง ส่วนเว้าเหมือนกับเท้าของผู้ใหญ่เลย
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ แถมยังมีส่วนของไขมันอัดแน่นอยู่เยอะเชียวค่ะ
กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างเหมือนคนโตๆ ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปีนู่นแน่ะ
|
|
ดูแลกันหน่อย |
เรื่องของเท้าคู่จ้อยเหล่านี้แหละที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ
- ถุงเท้าเลือกให้เหมาะ ต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับเจ้าตัวน้อยมากที่สุด โดยดูว่า
ขนาดถุงเท้านั้นต้องพอดีกับเท้าของลูก ไม่คับหรือมียางรัดแน่นจนเกินไป
และทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย เพื่อช่วยในการระบายอากาศ
ก่อนใส่ให้เจ้าตัวเล็กต้องตรวจดูตะเข็บด้านในอย่าให้มีชายหลุดรุ่ยหรือ
มีเส้นด้ายที่อาจไปพันหรือบาดนิ้วเท้าของลูก จนเกิดการเสียดสีเป็นรอย
หรือเลือดไหลเวียนไม่สะดวกด้วยนะคะ
- ความสะอาด ทั้งความสะอาดของเท้าและถุงเท้าเลยค่ะ หลังอาบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัว
แล้วก็อย่าลืมเช็ดเท้าลูกให้แห้ง และเปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่ให้ทุกครั้งแม้จะไม่ได้
สัมผัสสิ่งสกปรกใดๆ ก็เถอะ เพื่อความสะอาดและสุขภาพของเท้าน้อยๆ ค่ะ
- หมั่นตัดเล็บให้สั้น ปกติเล็บเท้าจะยาวช้ากว่าเล็บมืออยู่แล้ว จึงไม่ต้องตัดกันบ่อย
เหมือนกับเล็บมือ แค่เดือนละ 1-2 ครั้ง และตัดให้เป็นแนวตรง ไม่ต้องโค้งตามรูปของเล็บ
เพื่อป้องกันขอบข้างของเล็บยาวออกมาดันเข้าเนื้อลูกค่ะ และถ้าเจ้าตัวน้อยยุกยิก
เวลาตัดคุณแม่ก็แอบไปตัดเอาตอนหลับหรือหลังอาบน้ำก็ได้ (เพราะเล็บจะนิ่ม
ตัดง่ายกว่าปกติ) ที่สำคัญกรรไกรตัดเล็บที่ใช้ต้องเป็นชนิดของเด็กอ่อนที่มีขอบกลมมน
ใบมีดสั้นนะคะ จะได้ไม่เผลอตัดโดนเนื้ออ่อนๆ ของลูกเข้ายังไงล่ะ
- ขออิสระเวลานอน เวลานอนควรให้อิสระกับเท้าของลูกได้ขยับแข้งขาบ้าง
อย่าเอาผ้าห่มรัดลูกแน่นนัก ฉะนั้นจึงไม่ควรห่อตัวลูกแน่นเกินไป และผ้าห่มของลูก
ควรเลือกขนาดพอดี ไม่ใหญ่หนาหรือหนักจนเกินไป แล้วประเภทที่ชายยาวรุ่มร่าม
ก็มองข้ามไปได้เลย
- เลือกให้ดีเสื้อผ้าแบบนี้ ถ้าจะเลือกเสื้อผ้าแบบชุดติดกันมาให้เจ้าตัวเล็กใส่
ต้องเลือกที่ช่วงความยาวของขายาวกว่าความยาวขาลูก จะได้เหลือที่ไว้ให้เท้า
เคลื่อนไหวไปมาได้บ้าง ชุดที่เล็กหรือพอดีเกินไปนอกจากไม่มีที่ว่างให้เท้าแล้ว
ยังอาจทำให้การเจริญเติบโตของเท้าหนูผิดรูปไปได้ค่ะ
- กระตุ้นหน่อยด้วยการนวด ใช้นิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างของคุณแม่นวดคลึงเบาๆ
จากฝ่าเท้าไล่ไปปลายนิ้วเท้า และจากหลังเท้าไปที่ปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง
เป็นการกระตุ้นประสาทสัมผัส เสริมความแข็งแรงให้เท้าน้อยๆ
ของเจ้าตัวเล็กได้อย่างดีเชียวค่ะ
- ระวังความปลอดภัย ถ้าถึงวัยเริ่มหัดคลาน หัดเดิน เจ้าหนูก็จะเป็น
นักสำรวจตัวน้อยๆ ที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง คุณแม่ต้องมั่นใจได้ว่าบริเวณพื้นที่
ที่ลูกคืบคลานไปนั้นไม่มีสิ่งแหลมคมที่จะบาด ข่วนหรือทำอันตรายลูกได้
เช่น เข็มหรือดินสอปลายแหลม เป็นต้น
|
|
จำเป็นมั้ยนะ ? |
ในบ้านเราอากาศไม่เย็นเหมือนเมืองนอกเขา ฉะนั้นหากอากาศไม่เย็นจัด
หรือไม่มีความจำเป็นจริงๆ ถุงเท้าและเสื้อผ้าชุดติดกันก็ไม่จำเป็นนักสำหรับลูก
เพราะการปล่อยให้เท้าเปล่าเปลือยของแกได้สัมผัสพื้นผิวต่างๆ จะช่วยกระตุ้น
พัฒนาการของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าที่ปลายเท้าถูกหุ้มจนมิดชิด แต่หากวันไหนจำเป็น
ต้องใช้ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับเจ้าตัวน้อยมากที่สุดค่ะ
|
|
เลือกรองเท้าแบบไหนดี |
คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ที่ใส่ใจกับเท้าคู่น้อยๆ ของลูกด้วยการหาซื้อรองเท้า
มาสวมใส่ให้เมื่อเห็นลูกเริ่มยืนหรือขยับก้าวได้ เพียงเพราะหลงรักรูปแบบน่ารักของรองเท้า
ทั้งๆ ที่ยังไม่จำเป็นเลยสำหรับในขวบปีแรกนี้ เพราะเท้าของลูกต้องการการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
และเท้าที่ได้สัมผัสโดยตรงกับพื้นจะช่วยให้เจ้าตัวเล็กเรียนรู้การทรงตัวได้ดีกว่า
การมีรองเท้าคั่นกลางค่ะ ฉะนั้นถ้าจะรอให้ลูกเดินเหินได้คล่องโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยพยุงก่อน
ก็ไม่ถือว่าช้าเกินไปหรอกนะคะ แต่ถ้าคุณแม่จะมีไว้ในยามที่ออกนอกบ้านล่ะก็
ต้องเลือกให้ดีอย่างนี้ค่ะ
- ขนาดและรูปทรงต้องกว้างและพอเหมาะ รับกับรูปเท้าของเจ้าของเขา
ฉะนั้นเวลาจะเลือกซื้อก็ต้องพาเจ้าตัวเล็กไปด้วย อย่าใช้วิธีนึกภาพ
กะเกณฑ์ขนาดเอาเองเชียวนะ
- พื้นรองเท้าต้องทำจากวัสดุนุ่ม น้ำหนักเบา อ่อนนุ่มและยืดหยุ่นดี
- วัสดุที่ทำรองเท้าควรเป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าใบคุณภาพดี
หนังฟอกเนื้อโปร่ง เป็นต้น และด้านในต้องไม่มีรอยต่อตะเข็บหรือขอบแข็งคม
เพราะจะเสียดสีหลังเท้าและข้อเท้าคุณหนูให้เจ็บได้
- รองเท้ามือสองไม่เหมาะจะเป็นรองเท้าคู่แรกของลูกหรอกค่ะ
เพราะเท้าของคุณหนูแต่ละคนรูปร่างต่างกันและรองเท้าคู่นั้น
อาจเปลี่ยนไปตามรูปเท้าของเจ้าของเดิมไปแล้ว
|
|
สร้างปัญหาหรือเปล่ารองเท้าคู่นี้ |
ถึงจะเลือกอย่างดีแล้วแต่ก็ต้องมีการตรวจเช็กกันอยู่เสมอๆ
เพราะวัยนี้คุณหนูเขาเติบโตเร็วค่ะ
- หลังถอดรองเท้าแล้วคุณแม่ต้องสังเกตกันหน่อยค่ะว่า มีรอยแดงที่เกิดจาก
การบีบรัดของรองเท้าหรือไม่ แล้วถ้าเห็นรอบที่ว่านั้นล่ะก็ อย่าไปมัวนึกเสียดาย
รองเท้าคู่นั้นอยู่เลย
- หมั่นตรวจดูทุกครั้งที่ลูกใส่รองเท้า ว่าลูกสามารถเคลื่อนไหวหรือแบนิ้วเท้า
ได้เต็มที่หรือไม่ ด้วยการบีบบริเวณนิ้วโป้งของลูกขณะสวมรองเท้า
ถ้ามีพื้นที่เหลืออยู่สัก 1.5 เซนติเมตร แสดงว่ารองเท้าคู่นี้ยังใช้ได้อยู่ค่ะ
(update 13 พฤศจิกายน 2001)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 69 กรกฎาคม 2544 ]
|