
หลอดเลือดและหัวใจมีความสำคัญเพียงใดใครก็รู้ หากทำงานผิดพลาด
ย่อมส่งผลต่อสุขภาพของคุณมากมาย และยังโยงใยไปถึงระบบต่างๆ ด้วย
โรคร้ายที่กำลังมาแรงคือ โรคหลอดเลือดสมอง และอัมพาตจากหลอดเลือดสมองผิดปกติ
เรียกรวมๆ ว่า สโตร๊ค (Stroke)
สโตร๊ค ฟังไม่คุ้นหู แต่หากพูดถึงอัมพาตครึ่งซีก หรือเส้นเลือดในสมองแตกตาย
ทุกคนร้องอ๋อ เพราะคนรอบกายเป็นมากขึ้นทุกวันโดยเฉพาะหญิงชายที่พ้นวัยทำงาน
มีทรัพย์มากขึ้น ออกแรงน้อยลง กินอาหารไขมันมาก ไฟเบอร์น้อย
ถึงแม้โรคสโตร๊คเกิดในสมอง แต่ในทางวิชาการ แพทย์ถือเป็นโรคของหลอดเลือด
ไม่ใช่โรคของสมอง เพราะมันมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดทำงานบกพร่อง
ดังนั้น การป้องกันสโตร๊คที่สำคัญคือ ดูแลสุขภาพของหลอดเลือดไว้ให้ดี
อย่าให้โคเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หลอดเลือดแดงแข็ง
เพราะโรคเหล่านี้ ล้วนเชื้อเชิญให้สโตร๊คแวะมาเยี่ยมเยียน
ตานี้ลองมาดูกันว่า อาหารจากธัญชาติอันได้แก่ เมล็ดข้าวทั้งหลาย
มีส่วนช่วยบำรุงหลอดเลือดและหัวใจให้สดใสแข็งแรง ป้องกันสโตร๊คได้อย่างไร
ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง และธัญชาติไม่ขัดขาวทั้งหลาย เป็นแหล่งชั้นดีของวิตามินบีและอี
ซึ่งช่วยบำรุงสุขภาพหลอดเลือด
ชาวนาผู้ปลูกข้าวโอ๊ตในเนเธอร์แลนด์กินข้าวโอ๊ตซ้อมมือถึงวันละห้าชาม
มีอัตราป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันสูง ต่ำกว่าคนทั่วไป
สถาบันวิจัยทางการแพทย์ มูลนิธิซุท แคนาดาได้เตือนว่า ข้าวทุกวันนี้ถูกสีให้ขาว
จนส่วนที่เป็นจมูกข้าวซึ่งอุดมด้วยวิตามินบีและอี ได้หลุดหายไป ประชากรในโลก
ระยะร้อยปีที่ผ่านมา จึงค่อยๆ สูญเสียแหล่งกักตุนวิตามินบีและอีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ส่งผลให้ประชากรมีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่เห็นได้ชัดคือ โรคหัวใจ
และหลอดเลือด อันเนื่องจากการขาดวิตามินบี และอี
นายแพทย์เจมส์ แอนเดอร์สันแห่งมหาวิทยาลัยเคนทัคกี้ สนใจคุณประโยชน์
ของธัญชาติต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ เนื่องจากข้าวโอ๊ตหาง่ายในบ้านเมืองของเขา
คุณหมอจึงได้ทำการทดลองให้คนไข้กินข้าวโอ๊ตในรูปแบบต่างๆ
พบว่า
ข้าวโอ๊ต สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดการกำเริบของโรคหัวใจ
ได้น่าพอใจ นอกจากนี้ นายแพทย์เจมส์ ยังทดลองกับตัวเองพบว่า ข้าวโอ๊ตสามารถ
ลดระดับโคเลสเตอรอลและความดันโลหิตด้วย เขาได้วัดระดับโคเลสเตอรอล
ในเลือดของตัวเอง ซึ่งวัดได้ถึงสามร้อย จากนั้นเขาก็ระดมกินรำข้าวโอ๊ตเป็นการใหญ่
ช่างน่าอัศจรรย์แท้ ระดับโคเลสเตอรอลลดเหลือเพียง 175 ในเวลาห้าอาทิตย์
วิธีกินรำข้าวโอ๊ตของคุณหมอเจมส์ก็คือ กินวันละ 180 กรัมทุกเช้า
หลังจากนั้น เขาจึงได้แนะนำให้คนไข้หลายร้อยคน กินข้าวโอ๊ตเพื่อลดโคเลสเตอรอล
พบว่าระดับโคเลสเตอรอลลดลงมาเฉลี่ย 20% พบต่อมาว่า ฤทธิ์ของข้าวโอ๊ต แท้ที่จริง
เกิดจากไฟเบอร์ชนิดละลายซึ่งมีสูงในข้าวโอ๊ตและธัญชาติไม่ขัดขาวทั้งหลาย
และสูงเป็นพิเศษในรำข้าว
ไฟเบอร์ชนิดละลายนี่เอง เป็นตัวจับโคเลสเตอรอล ลักษณะการออกฤทธิ์เช่นนี้
คล้ายยาลดโคเลสเตอรอลที่ชื่อ โคเลสทายรามีน
เมื่อโคเลสเตอรอลลดความเสี่ยงต่อโรคสโตร๊คและอีกหลายโรคพลอยลดตาม
ลองจินตนาการดูครับว่า ผนังด้านในเส้นเลือดของทารกเกิดใหม่ สะอาดสะอ้าน
มองเห็นเป็นสีเหลือบมุก หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดออกไปได้อย่างสบายๆ ไม่หนักแรง
เพราะไม่มีสิ่งใดขวางกั้น
แต่ครั้นโตขึ้น เจ้าของร่างเริ่มแสวงหาอาหารหลากชนิด สวาปามกันโดยไม่บันยบันยัง
สูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ท่อเริ่มสกปรก เส้นเลือดขาดความยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า เส้นเลือดแดงแข็ง
หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น บีบเลือดแรงขึ้น เกิดความดันสูง ถ้าเส้นเลือดไม่ยืดหยุ่น
ก็อาจแตกดังโพละ ถ้าแตกที่สมอง นั่นแหละ ใช่เลย " สโตร๊ค "
ปี ค.ศ.1972 โทรเวล และเบอร์กิตได้แสดงให้เห็นว่า ใครที่กินอาหารไฟเบอร์
ชนิดละลายน้ำสม่ำเสมอ จะมีโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดต่ำ เพราะไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ
จะจับตัวกับน้ำดีในทางเดินอาหาร ทำให้โคเลสเตอรอลที่สะสมถูกนำออกมาใช้หมดไปเรื่อยๆ
ข้าวซ้อมมือ รำข้าว และธัญชาติทั้งหลาย เป็นแหล่งที่ดีของไฟเบอร์ และยังพบไฟเบอร์
ชนิดละลายมากในผลไม้หลายชนิด เช่น ส้ม กล้วย แคนตาลูป แอปเปิล ฯลฯ
ในประเทศอุตสาหกรรมที่ประชาชนใช้แรงงานน้อยลง สิ่งอำนวยความสะดวกมีมากขึ้น
อาหารการกินเปลี่ยนไป ระบบหลอดเลือดและหัวใจทั้งระบบ กำลังถูกคุกคามจากวิถีชีวิตแบบใหม่
อัตราการตายด้วยโรคหัวใจสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ติดตามมาด้วยอุบัติเหตุและมะเร็ง
ไม่น่าเชื่อว่าทุกวันนี้คนไทยตายด้วยโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจมากกว่าถูกรถชน
เป็นที่ยอมรับทั่วกันในวงการสาธารณสุขว่า " กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ย้ำแย่เดี๋ยวจะแก้ไม่ทัน "
ไม่มีเทคโนโลยีวิเศษใดๆ ที่จะมาช่วยป้องกันโรคให้เราได้
เราต้องทำด้วยตนเอง
ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และธัญชาติไม่ขัดขาว ช่วยเสริมสุขภาพหลอดเลือด
ป้องกันสโตร๊คได้อีกทางครับ
(update 4 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2544 ]
|