
"
คุณแม่ของดิฉันเคยล้มป่วยด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองตีบรุนแรง (สโตร๊ค)
เมื่อเธอมีอายุเพียง 53 ปี ดิฉันสงสัยว่าตัวเองจะมีความเสี่ยงการเป็นสโตร๊คมากขึ้นหรือไม่
ในฐานะที่เป็นลูกสาว ?"
คุณไม่ได้มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพียงเพราะเป็นบุตรสาวของคนที่ล้มป่วยด้วยโรคนี้
แต่โอกาสเกิดสโตร๊คของคุณขึ้นกับว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่เป็นสโตร๊ค
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแม่เป็นสโตร๊คเพราะความดันโลหิตสูง คุณก็ควรจะรับ
การตรวจวัดแรงดันโลหิตไว้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากว่าคุณเกิดมีความดันโลหิตสูง
ก็จัดการรักษาเสียให้ถูกต้อง
ในกรณีที่มีสมาชิกของครอบครัวคนอื่นๆ เป็นสโตร๊คด้วย คุณก็ควรจะลดความเสี่ยง
เพิ่มเติมโดยการงดสูบบุหรี่ หรืออย่าริสูบบุหรี่
"
การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสโตร๊คหรือไม่
?"
มีผู้หญิงจำนวนน้อยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดสโตร๊คได้ขณะที่กำลังรับประทาน
ยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ ด้วยเหตุผลนี้หมอจึงพยายามบอกผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป
ว่าอย่ารับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดดีกว่า
ส่วนผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดสโตร๊คต่ำอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หญิงอายุน้อยดังกล่าวถ้ามีประวัติการเป็นไมเกรนแล้ว หมอก็ไม่อยากให้เธอ
ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเพราะในกรณีเช่นนี้ ยาเม็ดคุมกำเนิดจะไปเพิ่มโอกาสอีกเล็กน้อย
ต่อการเกิดสโตร๊ค ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
"
เมื่อเกิดสโตร๊คแล้วจะมีการผ่าตัดใดหรือไม่ที่จะช่วยคนไข้ดังกล่าวได้
และการผ่าตัดที่ว่านี้มีผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด
?"
ในอดีต มีแพทย์เสนอการผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดที่อุดตันอยู่จนเป็นเหตุให้เกิดสโตร๊ค
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก เพราะเป็นกรณีสายเกินไปแล้ว บางรายกลับทำให้
อาการเลวลง เพราะสมองส่วนที่เสียหายไปแล้ว อยู่ๆ มีเลือดไหลมาเพิ่มขึ้นเลย
กลับบวมมากขึ้น
มีบางกรณีที่เส้นเลือดขนาดใหญ่ที่คอซึ่งส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองเกิดตีบแคบลง
หรือมีคราบไขมันพอกที่ผนังด้านใน ก็อาจแก้ไขได้โดยการผ่าตัดลอกคราบไขมันออก
เพื่อป้องกันการเกิดสโตร๊คหรือถ้าเกิดแล้วช่วยให้ความเสียหายที่เกิดแล้วไม่ได้เลวร้ายลงไป
กล่าวโดยทั่วไป ถ้าสโตร๊คเกิดขึ้นแล้ว การผ่าตัดไม่ค่อยมีบทบาทช่วยเหลือเท่าไรนัก
"
คุณพ่อของผมเป็นสโตร๊คเมื่อเร็วๆ นี่และพูดไม่ค่อยได้
ขอเรียนถามว่าจะกลับปกติได้หรือไม่
?"
อาจกลับคืนได้ บางครั้งคนที่พูดไม่ได้ใน 2-3 วันแรก ที่เกิดสโตร๊คแล้ว
กลับสู่สภาพเกือบเหมือนเดิมในโอกาสต่อมา
"
คนที่เป็นสโตร๊คจะต้องเข้าโรงพยาบาลทุกรายหรือไม่
?"
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสโตร๊ค และสภาพแวดล้อมที่บ้านว่ามีความพร้อม
ที่จะดูแลคนไข้สโตร๊คมากน้อยแค่ไหน ในบางพื้นที่ อย่างเช่นที่สหรัฐอเมริกา
เขามีทีมงานพิเศษเพื่อช่วยด้านกายภาพบำบัดให้ถึงบ้าน อย่างไรก็ตาม
คนที่เป็นสโตร๊คมักจะต้องพึ่งพาโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีอาการรุนแรง
จนไม่สามารถช่วยตัวได้ หมอจะได้ประเมินอาการและความรุนแรงของโรคเพื่อให้การรักษา
และป้องกันสโตร๊คไม่ให้เลวร้ายลงไปอีก
"
เมื่อเกิดสโตร๊คแล้ว ถ้าความดันโลหิตยังสูงอยู่ จำเป็นต้องรักษาต่อไปหรือไม่
เพราะดูเหมือนวัวหายแล้วจึงจะล้อมคอก
?"
ทันที่เกิดสโตร๊คแล้ว หมอมักจะปล่อยแรงดันโลหิตให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่สัก 2-3 วัน
เพราะว่าถ้ารีบรักษาเพื่อให้แรงดันโลหิตลดลงอาจทำให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงที่สมอง
ส่วนที่เสียหายน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาจำเป็นต้องให้การบำบัด
เพราะถ้าปล่อยให้แรงดันโลหิตสูงต่อไป อาจเกิดสโตร๊คซ้ำจนอาการย่ำแย่ลงไปอีก
"
คุณลุงของดิฉันเคยหัวใจวายอย่างรุนแรงและ 2-3 สัปดาห์ ต่อมาเกิดสโตร๊คซ้ำสอง
จนเป็นอัมพาตไปทั้งซีกซ้ายของร่างกาย ขอเรียนถามว่า ปรากฏการณ์นี้
เกี่ยวข้องกับอาการหัวใจขาดเลือดครั้งแรกหรือไม่ และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
?"
หลังหัวใจวาย (Heart attack) จากภาวะหัวใจขาดเลือด จะมีก้อนลิ่มเลือดเกิดขึ้น
ภายในผนังของห้องหัวใจที่เป็นปัญหา บางครั้งลิ่มเลือดหลุดออกจากผนังหัวใจ
แล้วล่องลอยไปตามเส้นเลือดแล้วไปอุดเส้นเลือดเลี้ยงสมองจนเกิดสโตร๊ค
จึงป้องกันด้วยการให้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดให้แก่คนที่หัวใจวาย
จากภาวะหัวใจขาดเลือด
"
สโตร๊คป้องกันได้หรือไม่ ?"
ป้องกันได้ เช่น ถ้าคนๆ หนึ่งมีความดันโลหิตสูง เมื่อตรวจพบแล้วก็ให้การรักษา
ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดสโตร๊คลดลง
(update 4 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2544 ]
|