มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

เซียสต้า
เซียสตา (Siesta) คือ การนอนพักผ่อนหลังอาหารเที่ยง (นอนนะจ๊ะ ไม่ใช่ หลับนอน ซึ่งความหมายของมันเป็นไปคนละเรื่องเลย) เป็นประเพณีนิยมของสแปนิชหรือคนสเปน และผู้คนในแถบยุโรปได้หลายประเทศ
เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ ฯลฯ ใครเคยไปเที่ยวแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคงเคยเจอ กับเรื่องเซียสต้ามาบ้างตามเมืองใหญ่ๆ ร้านค้าจะปิดนอนกันเงียบตั้งแต่เที่ยงวัน ยันบ่ายสามสี่โมงจึงจะเปิดอีกครั้งหนึ่ง แล้วไปปิดเอาราวสามสี่ทุ่ม ผู้คนเดินถนนลดน้อยลง ส่วนมากเหลือแต่นักท่องเที่ยวมาเดินวินโดว์ช้อปิ้ง (เดินดูสินค้านในตู้โชว์) ส่วนชาวเมืองปิดบ้านอนกันหมด บ้างก็หลับมันตามม้ายาวในสวนสาธารณะ ตามป้ายรถเมล์ รถไฟใต้ดินยังวิ่งตามปกติแต่ผู้โดยสารหรอมแหรม แต่โชเฟอร์ห้ามหลับนะ บางเมืองในอิตาลี และสเปนถึงกับออกกฎหมายลงโทษผู้ทำเสียงอึกทึกรบกวนการเซียสต้าด้วย

ชาวสเปนที่กล่าวกันว่าเป็นต้นนิสัยการนอนหลังเที่ยงยึดเกาะประเพณีเซียสต้า มาหลายร้อยปีแล้ว สันนิษฐานว่า เป็นเพราะอากาศในแถบยุโรปใต้ค่อนข้างร้อนในตอนบ่าย เฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อน สู้นอนพักเอาแรงจนความร้อนผ่อนคลายลงแล้ว ค่อยลุกขึ้น มาทำมาหากินต่อจะดีกว่า

มีสมมติฐานอีกบทหนึ่งกล่าวว่า นิสัยนอนหลับหลังเที่ยงนี้เริ่มมาจากดินแดน แถบเส้นศูนย์สูตรในทวีปแอฟริกาตามที่ราบต่ำ ที่อากาศร้อนตลอดปี ชาวแอฟริกาแถบนี้ อพยพไปอยู่ตามประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรปใต้ โดยสมัครใจบ้าง โดยถูกกวาดต้อน ไปเป็นทาสบ้าง ก็เลยเอานิสัยการนอนกลางวันติดตัวไปด้วย

ชาวฝรั่งเศส อิตาลีและสเปนที่นิยมประเพณีเซียสต้า เมื่อไปยึดครองดินแดนแถบเอเชีย เป็นอาณานิคมก็นำประเพณีนอนกลางวันไปเผยแพร่ในดินแดนเหล่านั้น เช่น เวียดนาม ลาวกัมพูชาและฟิลิปปินส์ เมื่อก่อนการปลดปล่อยผู้ที่ข้ามไปยังประเทศลาวในตอนบ่าย จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านด่างแพงขึ้นเพราะเป็นเวลาพักผ่อนสมัยสงครามเวียวดนาม พวกเวียดกงรู้จุดอ่อนข้อนี้ดี จึงถือโอกาสบุกเข้าโจมตีเมืองใหญ่ในเวียดนามใต้พร้อมกันหลายเมือง ทั้งไซ่ง่อน เว้ และดานัง ในระยะเวลาเซียสต้าของกองทหารเวียดนามใต้ ยังความเสียหาย อย่างมหาศาลแก่ผู้คน ทรัพย์สินและอาวุธยุทโธปกรณ์การรบครั้งนี้ถูกบันทึกไว้ว่า การบุกโจมตีในเทศกาลตรุษญวน (Tet Offensive)

คนเรามีความโน้มเอียงที่จะง่วงเหงาหาวนอนหลังอาหารกลางวันอยู่เป็นทุนแล้ว สาเหตุนอกจากเพราะต้องคร่ำเครงทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมงในตอนเช้า อาการกลางวัน ยังทำให้เลือดถูกส่งไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้มากขึ้น เพื่อใช้ในการย่อยอาหาร เหลือเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงเป็นเหตุให้สมองเฉื่อยชาและง่วงนอน

นโปเลียน โบนาปาร์ด จอมจักรพรรดิฝรั่งเศส เคยกล่าวถึงการนอนว่า บุรุษต้องการนอนหลับพักผ่อนวันละ 6 ชั่วโมง อิสตรีต้องนอน 7 ชั่วโมง ไอ้งั่งเท่านั้น จึงต้องการนอนถึงวันละ 8 ชั่วโมง เป็นความคิดที่ค่อนข้างก้าวร้าว ทั้งๆ ที่ชาวฝรั่งเศส นิยมการนอนหลับในตอนบ่าย และนี่เองอาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้นโปเลียนพ่ายสงครามในที่สุด

อัจฉริยบุคคลหลายท่าน ตั้งแต่ลีโอนาโด ดาวินซี ไปจนถึงเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ต่างก็นิยมการงีบหลับเมื่อมีโอกาส ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการได้งีบเพียงเล็กน้อย ได้ช่วยให้ความคิดอ่านของท่านเหล่านั้นแจ่มแจ๋วยิ่งขึ้น

มีโคลงสี่สุภาพของเก่าบทหนึ่งกล่าวถึงการนอนไว้ดังนี้

" ยามหนึ่งบพิตรไท้ ทรงฤทธิ์         สองปราชญ์ราชบัณฑิต แน่แท้
ยามสามเหล่าพาณิช นรชาติ         นอนสี่ยามนั่นแล้ เที่ยงแท้เดรัจฉาน "

ยาม เป็นมาตรการนับเวลา ยามหนึ่งเท่ากับ 3 ชั่วโมง

การพักผ่อนนอนหลับอย่างพอเพียงมีผลต่อการปฏิบัติงานมาก หากนอนไม่พอ จะมีผลต่อความคิดความอ่าน เกิดอาการสะลึมสะลือพูดจาตะกุกตะกัก ความทรงจำรวมทั้งสมอง ไม่ค่อยแล่น จากการศึกษาวิจัยล่าสุดมีความโน้มเอียงที่จะเชื่อแล้วว่าทำให้ระบบภูมิต้านทาน อ่อนแรงลง ผลร้ายที่ติดตามมาคือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โรคเบาหวานมาเร็วขึ้น และอวัยวะสำคัญ สำแดงอาการแก่ก่อนวัย เช่น เกิดการเหี่ยวย่นของผิวหนังทั้งๆ ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

จากสถิติอุบัติเหตุพบว่า อุบัติเหตุนับไม่ถ้วนทั้งจากการจราจรและในโรงงานอุตสาหกรรม มักเกิดขึ้นในเวลาเช้ามืดหรือในการปฏิบัติงานกะดึซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ใช้แรงงานกำลังอ่อนล้าที่สุด ผู้จ้างงานที่ทันยุคทันสมัยจึงหาทางแก้ไขโดยจัดแบ่งเวลาให้พักผ่อนดื่มกาแฟ เพราะถ้าประสิทธิภาพ ของการปฏิบัติงานตก ผลงานย่อมลดลง ผู้เสียหายก็คือเจ้าของงานนั่นเอง

บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทในสหรัฐอเมริกาจึงจัดสถานที่สำหรับให้ผู้ใช้แรงงาน ได้งีบหลับพักผ่อนระยะสั้นให้ได้รับความสะดวกสบาย เรียกว่า Nap Lounges (ห้องโถงสำหรับงีบ)

ในสเปนรู้สึกว่าจะใส่ใจในเรื่องเซียสต้ามาก ถึงขนาดที่สถานอาบอบนวดบางแห่ง มีแผนกบริการพิเศษ จัดเก้าอี้แบบที่เอนหลังได้สำหรับลูกค้าที่ไม่มีเวลาพอที่จะกลับไปงีบ หลังอาหารกลางวันที่บ้าน ได้มีที่ทางส่วนตัวงีบในช่วงสั้น

ถึงแม้เซียสต้าจะได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก แต่คนเป็นอันมากยังไม่เข้าใจ ความหมายอันแท้จริงของมัน กฎกติกาสำคัญของเซียสต้าคือ จะต้องใช้เวลางีบไม่เกินครึ่งชั่วโมง ถ้าใช้เวลานานเกินไปผลร้ายที่ตามมาคือ เกินการง่วงเหงาหาวนอนไปตลอดวัน บางคนเรียกว่า อาการเมาขี้ตา และยังมีผลรบกวนต่อการนอนปกติในเวลาค่ำคืนด้วย เซียสต้านั้นต้องการแค่หลับ ไม่ให้น้อยกว่า 15 นาทีก็พอแล้ว ควรเป็นการหลับลึกถึงขั้นหลับสนิทด้วย ถ้าทำได้เซลล์สมอง จะได้รับการพักผ่อนเพียงพอที่จะฟื้นจากความอ่อนล้าจากการปฏิบัติงานช่วงเช้า แต่ถ้านัยน์ตาแข็ง ไม่ยอมหลับ ได้แค่เอนกายหลับตาปล่อยใจให้ว่าง สมองก็จะได้รับการพักผ่อนแล้ว

ในโลกที่มีการแข่งขันรุนแรงในยุคโลกาภิวัฒน์ ผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน จากการนอนไม่หลับหรือนอนไม่พอเพียงอย่างเรื้อรังมีไม่น้อย เซียสต้าน่าจะเป็นคำตอบ สำหรับการแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างหนึ่ง จากการศึกษาวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า ในสภาพการปัจจุบันที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพแบบตีนถีบปากกัดทำให้คนเราต้องลดเวลา พักผ่อนนอนหลับจากวันละ 10 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยในปี 1910 เหลือเพียง 5-7 ชั่วโมง การงีบพักผ่อนหลังอาหารกลางวันจึงมีความสำคัญมากขึ้น

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรมาคำนึงถึงเรื่องเซียสต้าอย่างจริงจังกันเสียที

แต่ไม่ใช่กลับบ้านไปกินข้าวต้นกลางวันนะยะ


(update 15 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600