มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ธาลัสซีเมีย คุณเป็นพาหะหรือเปล่า?


กว่าคู่สามี-ภรรยาจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข บางคู่อาตจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา กว่าจะเช้าใจกันและรู้ใจกัน จนกระทั่งลงเอยด้วยการแต่งงานกัน

ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ หนุ่มสาวในบางคู่อาจจะต้องมีการตรวจสุขภาพ อาจเนื่องมาจากความไม่แน่ใจ การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ HIV จึงเริ่มเข้ามามีบทบาท ในสังคมคนกลัวเอดส์ พอแต่งงานกันแล้วถึงเวลาตั้งครรภ์ก็ต้องตรวจหาเชื้อหัดเยอรมันในครรภ์มารดา หรือแม้แต่การตรวจเพื่อหาเชื้อธาลัสซีเมีย เพื่อความปลอดภัยของชีวิตลูกน้อยที่จะเกิดขึ้น

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย จึงเป็นประเด็นในการพูดคุยในคราวนี้ จนทำให้มีข้อสงสัยว่า
ทำไมธาลัสซีเมียมักจะเป็นสัญญาณเตือนให้กับคู่สมรสและจะไปกลัวทำไม ในเมื่อธาลัสซีเมียก็ไม่ใช่โรคติดต่อ

การรณรงค์ป้องกัน และทำความเข้าใจกันประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ต้องกระทำเป็นอย่างยิ่ง หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพาหะของโรคหรือเปล่า และการเป็นพาหะนั้นจะส่งผลอะไรตามมาบ้าง เพราะบางทีกว่าจะรู้ เด็กที่คลอดออกมาก็ป่วยเป็นธาลัสซีเมียแล้ว และที่หนักกว่านั้นคือ โอกาสที่จะเยียวยาให้หายเป็นปกติ เป็นเรื่องที่ยากเต็มที

อุบัติการณ์ของผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียในบ้านเรา เชื่อไหมว่ามีผู้ป่วยใหม่ถึงปีละ 12,000 คน และสำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมียในขณะนี้ได้ทำการสำรวจมาพบว่ามีถึงอัตราร้อยละ 1 หรือประมาณ 6 แสนคน

จนกระทั่งเย็นย่ำวันหนึ่ง ผมได้รับเกียรติจากคุณหมอท่านหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะเข้าไปคุยกันในประเด็นของโรคเลือดธาลัสซีเมีย

นายแพทย์ไพจิตร วราชิต รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อดีตกุมารแพทย์ ที่รู้เรื่องโรคเด็กเป็นอย่างดี สละเวลาในการบริหารมาพูดคุยให้หายข้อสงสัยไปเลยว่า ธาลัสซีเมียนั้นน่ากลัวอย่างไร ป้องกันได้ไหม

แต่ก่อนที่จะเข้าห้องตรวจไปดูผลเลือด ไปรู้จักกับที่มาที่ไปของคุณหมอจากกรมวิทย์ฯกันก่อนดีกว่า

" ตัวผมเองหลังจากจบออกมาจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตั้งแต่ปี 2519 ผมก็ไปเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ ซึ่งในขณะนั้นเพิ่งเปิดขึ้นมาใหม่อยู่ในจังหวัดสกลนคร ผมอยู่ได้ 2 ปี ผมก็กลับมาเรียนต่อ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์อีก 3 ปี แล้วผมก็เริ่มทำงานเป็นหมอเด็ก อยู่ที่โรงพยาบาลอุดรธานีอีก 5 ปี

จากนั้นผมก็เริ่มเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาทำงานทางด้านสายงานบริหาร ทำไมผมถึงมาทำ ก็เพราะผมมองว่า ถ้าเราคิดว่าเราอยากทำอะไรนั้น การที่เป็นนักวิชาการอย่างเดียว มันไม่สามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้ โดยเริ่มแรกเข้ามาเป็นผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งผมต้องทำหน้าที่อยู่ในกองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค เป็นหัวหน้าฝ่ายที่ดูแลอยู่ทางภาคอีสาน ต่อมาผมก็ได้เข้าทำงานโดยเป็นผู้อำนวยการอยู่ในสถาบันวิจัยไวรัสอีก 3 ปี แล้วก็ขึ้นมาเป็น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ แล้วจากนั้นสถาบันวิจัยไวรัสก็ถูกรวมมาเป็นสถาบันวิจัยที่ใหญ่ขึ้น มีงานวิจัยเยอะขึ้น ผมก็ได้มาเป็นผู้อำนวยการคนแรก แล้วถึงค่อยขึ้นมาเป็นรองอธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ "

พอจะรับรู้เรื่องความเป็นมาของคุณหมอในฉบับย่อๆ กันแล้ว เอาเป็นว่าเข้าประเด็นเลยแล้วกัน เพราะหลายคนคงอยากจะรู้แล้วใช่มั้ยว่า ธาลัสซีเมีย อยู่ๆ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

" ธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางด้านพันธุกรรม ซึ่งถ้าหากจะบอกถึงที่มาจริงๆ ก็ต้องบอกว่า มันเกิดจากโครโมโซมบางส่วนที่มีความผิดปกติ แล้วส่งผลทำให้โครโมโซมที่เป็นตัวควบคุม สร้างเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดมันบกพร่อง จนทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถที่จะมีอายุยืนยาว เท่าๆ กับคนปกติ เพราะมันถูกทำลายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเม็ดเลือดแดงนั้น หากพบว่ามันผิดปกติ อวัยวะที่เป็นม้ามของคนเรา ซึ่งมันฉลาดมาก เพราะมันจะเข้าไปจับเม็ดเลือดแดงนี้แล้วก็ทำลายทิ้ง เม็ดเลือดแดงเหล่านี้ก็อายุสั้น จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการโตก็ไม่เต็มที่ ตัวซีด ในบางคนก็จะมีตับ ม้ามโต

วงจรธาลัสซีเมีย มันเป็นอย่างนี้ ถ้ามันเป็นพันธุกรรมสายเดียว อาการไม่มีแต่เป็นพาหะ ตรงนี้ยังถือว่ายังไม่เกิดโรค แต่ตราบใดที่พาหะเจอกับพาหะแล้ว เช่นพ่อก็เป็นพาหะธาลัสซีเมีย แต่ก็เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ตรงนี้ลูกที่คลอดออกมาจะเป็นโรค เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้ว ถ้าหากอยากจะทราบว่าตัวเองเป็นพาหะหรือเปล่าต้องใช้วิธีการตรวจเลือดเพียงอย่างเดียว เพราะเพียงแค่เจาะเลือดดูก็จะรู้เลยว่าเป็นหรือเปล่า "

ธาลัสซีเมีย ที่สำคัญจะมีอยู่ 3 ชนิด คือ Beta, Alfa แล้วก็ HbE ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรง สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ตั้งแต่ตกเลือดไปจนถึงครรภ์เป็นพิษ และที่สำคัญเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา คนที่เป็นพาหะ ก็จะเป็นพาหะไปตลอดชีวิต ฟังแล้วน่ากลัวมั้ย

" ธาลัสซีเมีย ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขต้องการควบคุมมีอยู่ 3 ชนิดคือ Beta, Alfa แล้วก็ HbE ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน คนที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย ถ้ารุนแรงเนี่ยถึงตายเลยนะครับ แต่บางคนพอโตขึ้น แล้วมีอาการ ซึ่งตรงนี้ก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของธาลัสซีเมียที่ได้รับ

อย่างถ้าสามี-ภรรยา เป็นอัลฟาเหมือนกัน ทารกในครรภ์ก็จะเสี่ยงกับการเป็นเฮโมโกลบินบาร์ทส และไฮดรอพส์ฟีทาลีส หรือสามี-ภรรยาเป็นเบต้า ทารกในครรภ์จะเสี่ยงกับการเป็นเบต้าธาลัสซีเมียเมเจอร์ เช่นเดียวกัน

แต่ถ้าคู่สามีภรรยาเป็นพาหะธาลัสซีเมียคนละกลุ่ม เช่นสามีเป็นพาหะแบบเฮโมโกลบินเอ ส่วนภรรยาเป็นแบบอัลฟา อย่างนี้สบายใจได้เจอกันแล้วไม่เป็นโรค สามารถมีลูกได้เลย "

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ตัวเองเป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือเปล่า ฉะนั้นการตรวจหาก็มีอยู่วิธีการเดียว ก็คือการเจาะเลือด โดยเฉพาะคู่ที่กำลังจะเป็นพ่อแม่คน

" วิธีการตรวจจะมีการตรวจอยู่ 2 ชนิด คือการตรวจแบบคัดกรอง เพื่อหาว่าโอกาสที่มีเชื้อธาลัสซีเมียมั้ย ซึ่งเป็นการตรวจที่เร็ว บอกผลได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง และเมื่อตรวจคัดกรองเสร็จแล้ว ผลที่ออกมา ก็เพียงสรุปว่าน่าจะเป็นหรือไม่ แล้วค่อยเอาผลจากการคัดกรองนี้มาทำการตรวจยืนยันอีกครั้ง สมมติว่าเราตรวจคัดกรองจากร้อย ตรวจมาเหลือแค่ 10 แล้วเราก็เอา 10 มาทำการตรวจยืนยัน ถึงตรงนี้แล้วก็จะต้องใช้เวลาสักหน่อย

ทำไมถึงต้องตรวจเฉพาะคู่ที่เป็นสามี-ภรรยา ที่จำเป็นต้องตรวจนั้น ก็เพราะว่าขณะนี้ ปรากฏว่าธาลัสซีเมียนั้นคนที่เป็นพาหะมีถึงประมาณ 30-40% ของประชากร เป็นจำนวนที่เยอะมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้คนที่เป็นพาหะ เมื่อแต่งงานกันแล้ว ต้องป้องกันไม่ให้ลูกต้องมาเป็นผู้ป่วยเป็นโรค

แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ผมคิดว่ามันยากที่จะชวนให้เขาไปตรวจ ไม่มีใครเขาเชื่อหรอก คิดอยู่ๆ มีคนไปบอกว่าคุณเป็นพาหะนำโรคธาลัสซีเมียนะ ถ้าเป็นคุณๆ จะเชื่อมั้ย เพราะคนที่เป็นพาหะเขาเองก็มีอาการทุกอย่างเหมือนคนปกติ โดยจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น ก็มักจะมองว่าเป็นโรคที่ไม่อันตราย และหากว่าเราไม่รู้สึกว่าตัวเองเจ็บป่วย มันก็ยากที่จะเอาตัวเอง ไปตรวจเพื่อทำการรักษา มันเป็นการยากที่จะให้คนยอมรับ "

หากตรวจพบว่าตัวเองเป็นพาหะทั้งพ่อและแม่ ควรจะทำอย่างไร ถ้าอยากจะมีลูก

" หากตรวจพบว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ผมขอบอกว่าอย่าเพิ่งไปตกใจกับมัน เพียงแต่ว่าถ้าเกิดเราแต่งงานเราก็ควรจะพาคู่สมรสของเราไปตรวจหาด้วยเชื้อ ถ้าภรรยาเราปกติ เราก็สบายใจได้ แต่ถ้าภรรยาเราเป็นพาหะด้วย เราก็ต้องมานั่งชั่งใจว่าควรจะทำอะไรดี ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นหากประชาชนได้รับความรู้ที่ดีจะทราบว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะต้องวิตกกังวลอะไร

สำหรับในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่เป็นพาหะทั้งคู่เลยแล้วอยากจะมีลูก ผมมองว่าถ้าเขายังไม่มีบุตร ก็ควรที่จะให้เขามี เพราะถ้าเขาอยากมีแล้ว เราคงไปห้ามเขาคงไม่ได้ แต่ถ้าเขามีลูกมาแล้ว 2 คน แล้วเกิดโชคดีลูกไม่เป็นอะไร ก็อยากจะแนะนำให้หยุด เพราะโอกาสที่ลูกจะเกิดมาปกติมีแค่ 1 ใน 4 เป็นพาหะ 2 ใน 4 และเป็นโรค 1 ใน 4 ถึงตรงนี้แล้วบ้านเราเป็นเมืองพุทธก็คงต้องบอกได้ว่าคงแล้วแต่กรรม เพราะหนึ่งในสี่นั้นไม่รู้เหมือนกันว่า จะเป็นของเราหรือเปล่า

ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ผมขอเรียนว่า ถ้าเกิดคุณพ่อคุณแม่เป็นพาหะ แล้วหมอบอกว่า มีโอกาสเสี่ยง แต่ตัวเขาเองก็ยังอยากจะมีลูก มันยังมีอีกวิธีหนึ่งคือเมื่อถึงเวลาตั้งครรภ์ ก็จะให้หมอเจาะตรวจดู ก็จะทำให้รู้ว่าเด็กในครรภ์เป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ หากเป็นก็จะได้ทำการรักษา แต่หากร้ายแรงมาก หมอก็จะแนะนำให้ทำแท้ง

ฉะนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำการตรวจหาพาหะธาลัสซีเมียในคู่สามี-ภรรยา ซึ่งถ้าหากเราตรวจเจอเราก็จะได้รู้ว่าเรามีโอกาสเสี่ยงแค่ไหน เพราะว่าคนที่เป็นพาหะ แล้วจะทำให้เขาหายจากการเป็นพาหะนั้น ทำไม่ได้ครับ จากนั้นเราจะได้ตัดสินเลือกว่า จะทำอย่างไร ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมว่าทางการแพทย์เราอยากให้ผู้ป่วยหรือพ่อแม่ผู้ปกครอง มีโอกาสตัดสินใจร่วมกับแพทย์ "

ธาลัสซีเมีย ส่วนหนึ่งมาจากการได้รับธาตุเหล็กเกินจนทำให้อวัยวะสูญเสียการทำงาน ครั้นจะหลีกเลี่ยงธาตุเหล็กก็อาจจะทำให้คุณแม่หลายคนสงสัยว่าหากตัวเองเป็นพาหะ จะส่งผลให้ลูกเป็นธาลัสซีเมียมากขึ้นหรือเปล่า เพราะจะต้องได้รับยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบ ซึ่งตรงนี้คุณหมอไพจิตรได้บอกว่าอย่ากังวลเพราะมันไม่เกี่ยวกัน

" โรคธาลัสซีเมีย ในร่างกายธาตุเหล็กมันก็เยอะอยู่แล้ว เมื่อธาตุเหล็กเกิน มันก็จะเข้าไปจับอวัยวะต่างๆ ถ้าไปจับอวัยวะไหนมาก มันก็จะเกิดอาการของโรคต่ออวัยวะนั้น เช่น แถวตับ แถวม้าม ซึ่งมันก็จะเข้าไปทำให้หน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ลดลง อย่างตับก็จะคอยทำหน้าที่ จับสารพิษ ไปสร้างภูมิต้านทานบางส่วน เมื่อไม่สามารถทำงานได้ก็จะอันตราย เพราะฉะนั้นค่อนข้างจะอันตราย แต่ถ้าหากไม่เป็นโรค เป็นแค่พาหะ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนในเรื่องการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่เป็นพาหะนั้น ก็ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรมาก ควรที่จะทำงานและพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามที่จะลดหรือเลิกกินเหล้าสูบบุหรี่ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหลักการปกติที่มนุษย์ดีๆ ควรกระทำกันอยู่แล้วสำหรับการรักษาสุขภาพร่างกายทั่วไป "

แต่แล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชีวิตมนุษย์ก็เช่นกัน เมื่อลูกคลอดออกมาเป็นธาลัสซีเมียแล้ว หนทางต่อไปก็คือการรักษา แต่ค่อนข้างเป็นเรื่องโชคร้ายสักนิดตรงที่ว่าอายุของคนที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมียนั้น ไม่ค่อยยืน แม้จะมีการพัฒนาด้านการรักษาแล้วก็ตาม ก็ยังยากที่เยียวยา

เมื่อเด็กคลอดออกมา พอถึงตรงนี้แล้ว วิธีการรักษา ก็จะมียาให้เขากิน ซึ่งจะให้ยาที่เข้าไป คอยจับธาตุเหล็ก ยาที่ลดระดับธาตุเหล็กในร่างกาย จากนั้นหากไม่ไหวจริงๆ ก็จะต้องทำการตัดม้าม ซึ่งตรงนี้ทางกรมการแพทย์ก็จะมีข้อบ่งชี้ว่าควรจะต้องทำอย่างไร

เด็กพวกนี้จะมีการเติบโตที่ช้า เพราะว่าตัวเม็ดเลือดแดงในตัวเด็กอายุมันจะสั้น และความผิดปกติของเฮโมโกลบิน ที่จะคอยขนถ่ายออกซิเจนไปให้เนื้อเยื่อต่างๆ มันมีอยู่น้อยลง เพราะฉะนั้นพวกนี้การเติบโตจึงค่อนข้างช้า ซีด ตับ ม้ามโต เหนื่อยง่าย พุงโล และโดยเฉลี่ยแล้ว อายุเขาจะสั้นนะและอยู่ได้ไม่น่าจะเกิน 20 ปี

ซึ่งในการรักษา ถ้าเราให้การรักษาตามอาการอย่างดีๆ เขาก็พอจะอยู่ได้ ช่วยตัวเองได้ จากนั้นถ้าโชคดีหากเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ จนถึงวัยแต่งงานก็ควรที่จะต้องรีบให้คำปรึกษาเขา เพราะว่าคนที่ป่วยแล้วไปเจอกับคนที่เป็นพาหะ โอกาสที่ลูกจะเป็นนั้นมีมาก เพราะเขาเองนั้นบวกกับบวกแล้ว ดันมาเจอกับบวกกับลบที่เป็นพาหะอีก แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคนไข้มาเนี่ย ต้องขอเรียนกันตรงๆ ว่า คนไข้มักจะอยู่ไม่ถึงขั้นที่จะต้องแต่งงานหรอก พอสักยี่สิบผู้หญิงเห็นก็ไม่เอาแล้ว ผู้ชายเห็นก็ไม่เอาแล้ว เพราะมันแสดงอาการออกมาชัดเจนว่าหน้าตาซีด ท้องป่อง ลองนึกภาพดูซิ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงถ่ายเลือดยังพอช่วยได้ แต่ว่ามันเป็นครั้งคราว ซึ่งในวงการแพทย์ เคยมีความพยายามที่จะเปลี่ยนไขกระดูกกันเลย แต่ปรากฏว่าไม่ประสพความสำเร็จ และค่าใช้จ่ายก็สูงมาก "

เมื่อธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่รักษาไม่ได้ ยากที่จะเยียวยา หนทางที่ดีที่สุดก็คือไม่ต้องเป็น หลายคนบอกว่าพูดง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วทำไม่ยากเลยครับ ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่รู้จักป้องกันตัวให้ดี รู้จักพาตัวเองมาตรวจ

" แล้วจะทำให้เกิดการตื่นตระหนกมั้ย เพราะว่ามีการรณรงค์ให้ตรวจหาโรคธาลัสซีเมียในคู่สมรส คือปัญหาตรงนี้จริงๆ แล้ว ถ้าอยู่ๆ ไปออกข่าวพรวดออกมาเลยว่า ธาลัสซีเมียมีพาหะถึง 30-40% ของจำนวนประชากร ทุกคนคงตกใจกันหมด จึงควรที่จะต้องทำความเข้าใจว่าแค่เป็นพาหะยังไม่น่ากลัว แต่ขอให้คู่แต่งงานแล้วให้ไปปรึกษากับแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้เขาสบายใจ ให้เขาได้รู้ว่าเขามีโอกาสเท่าไหร่ และเมื่อถึงเวลาที่อยากจะมีลูกแล้วจะเสี่ยงมากมั้ย

ขณะนี้การแก้ไขปัญหาก็คือ การจัดให้มีหน่วยที่จะให้ความรู้ทางด้านธาลัสซีเมียให้กับประชาชน เพราะหากประชาชนเข้าใจแล้ว เขาก็จะเข้ามายังหน่วยที่จะให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม จากนั้นพอได้รับคำแนะนำแล้วก็จะนำมาเจาะเลือดดูว่าตัวเองเป็นพาหะหรือไม่ แล้วจากนั้นหากรู้แล้วว่า เราเป็นพาหะโดยเฉพาะคู่สามีภรรยาก็จะต้องตัดสินใจที่จะเลือกอะไร โดยเราจะต้องคอยบอกข้อมูลว่า โอกาสที่ลูกจะเป็นธาลัสซีเมียมีอัตราเสี่ยงเท่าไหร่ อัตรารอดเท่าไหร่ หากตัดสินใจยอมเสี่ยงที่จะมีลูก เมื่อถึงเวลาตรวจครรภ์ก็จะมีการส่งต่อไปเพื่อตรวจดูว่าลูกในท้องเป็นธาลัสซีเมียหรือเปล่า หากเป็นแล้วคิดว่าไม่ไหวแน่จะแนะนำให้ทำแท้ง แต่ถ้าไม่เป็นก็ให้คลอดออกมา และเมื่อคลอดเสร็จแล้ว ก็ยังจะต้องทำการตรวจอีกครั้งว่าเป็นพาหะหรือปกติ ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อที่จะให้ตัวเด็กเมื่อเติบโตขึ้นไป จะได้รู้ตัวของเขา "

ธาลัสซีเมีย ยังเป็นเรื่องที่ต้องล้อมคอกที่ก่อนวัวจะหาย เพราะหากเป็นแล้ว ยากนักที่จะรักษาให้หาย การป้องกันพร้อมกับเสริมแรงในเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจ ยังเป็นสิ่งที่คู่สามี-ภรรยาที่คิดจะมีบุตร ควรจะตระหนักถึง แล้วธาลัสซีเมียก็จะไม่ใช่โรคร้ายอีกต่อไป ถ้าหากเรารู้จักระแวดระวัง อย่างที่คุณหมอไพจิตรได้บอกไว้

หมอนี่

(update 13 กุมภาพันธ์ 2001)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 345 พฤศจิกายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600