ผศ.นพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์
ปริมาณผู้ป่วยด้วยโรคข้อเสื่อมที่พบในประเทศไทย (จำแนกตามกลุ่มอายุ)
- อายุที่เริ่มเป็นข้อเสื่อม ประมาณ 40 ปีขึ้นไป
- อายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นโรคนี้ประมาณ 40%
- อายุ 75 ปีขึ้นไปเป็นโรคนี้ประมาณ 50%
กลุ่มผู้เสื่อมได้แก่ กลุ่มที่มีการใช้ข้อไม่ถูกต้อง และมีการใช้ข้อมากเกินไป
อัตราความเสี่ยงและกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงขึ้น
และประชากรปัจจุบันอายุยีนกว่าในอดีต
อาการของโรคข้อเสื่อม
1. อาการปวดข้อ ปวดข้อในตำแหน่งที่เป็น ในระยะแรกปวดข้อเมื่อใช้งานมาก
ในระยะที่เป็นมากจะปวดข้อเมื่อพักข้อ
2. อาการข้อฝืด เป็นอาการที่เกิดขึ้นภายหลังหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานานๆ เช่น
หลังตื่นนอนหรือภายหลังหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานานๆ เช่น นั่งในท่าเดียวนานๆ
อาการข้อฝืดเป็นประมาณ 1-3 นาที เมื่อขยับข้อ 2-3 ครั้ง จะรู้สึกดีขึ้น
3. องศาการเคลื่อนไหวข้อลดลง
4. เสียงดังเวลาเคลื่อนไหวข้อ เป็นผลจากกระดูกอ่อนผิวข้อเสียไป
5. เป็นผลข้างเคียงของโรคข้อเสื่อม เช่น กระดูกงอกจากโรคข้อเสื่อมไปกดทับเส้นประสาท
โรคข้อเสื่อมมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไข้ หรือไม่อย่างไร
โรคข้อเสื่อมที่เริ่มเป็นอาจไม่มีผลต่อการทำกิจวัตรประจำวันหรือมีผลน้อย ในรายที่เป็นโรคข้อเสื่อมมากขึ้น
จะมีผลต่อการดำเนินชีวิต ผู้ป่วยจะทุกข์ทรมานกับความปวดสมรรถภาพของการทำงานของข้อที่ลดลง
ทำให้สมรรถภาพในการประกอบกิจวัตรประจำวันแย่ลง เมื่อมีอาการปวดข้อก็จะเคลื่อนไหวได้ช้า เดินช้าลง
ไม่สามารถข้ามถนนได้ทันไฟแดง
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์โรคข้อ ถ้ามาในระยะแรก
การรักษาเป็นการแนะนำการใช้ข้อให้ถูกต้อง ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนั้นเป็นมากขึ้น ค่าใช้จ่ายจะต่ำมาก และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
ก็จะช่วยชะลอโรคข้อเสื่อมที่จะเกิดขึ้นต่อไป และอาจหายได้โดยไม่มีอาการของโรคอีกเลย
ถ้ามาในระยะที่มีอาการปวดเกือบตลอดเวลาก็ต้องให้การรักษาโดยแนะนำการใช้ข้อ
และการออกกำลังกายบริหารข้อ ร่วมกับการใช้ยาลดอาการปวด ยาต้านอักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์
ค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 300-2,000 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้) กรณีที่ต้องผ่าตัดค่าใช้จ่าย
ประมาณ 50,000-200,000 บาท
ปัญหาด้านยาและการรักษาโรคข้อเสื่อมในปัจจุบัน
ปัญหาการรักษาในปัจจุบันคือ ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจว่า โรคนี้เป็นโรคที่รักษาได้
การรักษาที่ถูกต้องสามารทำให้ผู้ป่วยกลับมามีสมรรถภาพการทำงานดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
และต้องปฏิบัติตัวติดตามการรักษาอย่างถูกต้องตลอดไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
มักมีการทำงานของข้อที่ดีไปตลอดชีวิตที่มีอยู่ โดยไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
ปัญหาด้านยาในการรักษาโรคข้อเสื่อมที่สำคัญคือ ยาต้านอักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์
ซึ่งถ้าเป็นชนิดที่มีการใช้อยู่เดิมมีผลต่อทางเดินอาหารมาก แต่ถ้าเป็นชนิดต้านเอนไซม์ COX-2
มีผลต่อทางเดินอาหารน้อยกว่า
การใช้ยารักษาโรคข้อเสื่อมมีผลข้างเคียงหรือไม่ อย่างไร
เรื่องการใช้ยา ถ้าเป็นยาแก้ปวดธรรมดา เช่นพาราเซตามอล ถ้าไม่ใช้เกินขนาดก็เกือบไม่มีปัญหา
ถ้าเป็นยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่มีสเตียรอยด์ ก็ต้องระวังผลข้างเคียงทางเดินอาหารและไต
ยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่มีสเตียรอยด์ที่เป็นชนิดต้านเอนไซม์ COX-2 มีผลข้างเคียงต่อทางเดินอาหาร
น้อยกว่ายาต้านอักเสบทั่วไป
ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยามีผลต่อการรักษาโรคโดยรวม หรือไม่อย่างไร
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา มีผลต่อการรักษาโดยรวมน้อย ถ้าแพทย์ผู้รักษาและผู้ป่วยเข้าใจ
การใช้ยาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้การใช้ยามักเป็นการใช้ยาในระยะแรกเมื่อผู้ป่วยเข้าใจถึงขบวนการเกิดโรค
และปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง การใช้ข้อที่ถูกต้องจะช่วยทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น จนไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด
หรือยาลดต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
|