มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ชายไทยเข้าขั้นโคม่า เจอเซ็กซ์เสื่อม 3 ล้านคน

ใครมีปัญหาทางเพศยกมือขึ้น ?

เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ชายไทยร้อยทั้งร้อยเมื่อถูกถามด้วยคำถามนี้ คงจะต้องตอบปฏิเสธเป็นพัลวัน เพราะถือเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นชายที่หยามไม่ได้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่กับ "ปัญหานกเขาไม่ขัน" ในหัวใจ ชนิดกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

ทว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วมีรายงานเข้ามาว่า ขณะนี้ชายไทยกำลังเป็น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศกันมากถึงประมาณ 3 ล้านคนเลยทีเดียว คลี่หัวใจผู้ชายกระสุนด้านที่มาของตัวเลข 3 ล้านคน

" ผมมีปัญหาเรื่องเพศมานานพอสมควร คืออวัยวะเพศผมไม่แข็งตัว เวลาต้องการจะร่วมเพศ กลัวและวิตกกังวลมากเนื่องจากไม่กล้าบอกใคร ทรมานมากเพราะจริงๆ แล้วผมเองก็ยังคงมีความต้องการทางเพศอยู่ " สมชาย(นามสมมุติ) หนุ่มใหญ่วัย 53 ปี บอกเล่าความรู้สึก ที่ต้องเผชิญกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

จากคำบอกเล่าของชายวัยกลางคนผู้นี้ถึงที่มาของปัญหา ก็ได้ใจความว่า ก่อนหน้านี้ สมชาย ก็เป็นเหมือนเช่นผู้ชายทั่วไปคือกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย เพราะไม่ได้สำนึกว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศของตนเองแต่ประการใด

จนกระทั่งเมื่อแต่งงานและมีอายุมากขึ้น โรคต่างๆ ก็เริ่มรุมเร้าเข้ามามากขึ้น ปรากฏว่า สมชายเป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวานพร้อมในคราวเดียวกันและต่อมาอีกไม่นานนัก สิ่งที่เคยให้ความสุขทางเพศมาเป็นเวลานานก็เริ่ม "อ่อนตัว" แม้จะมีอารมณ์ และความต้องการร่วมเพศมากสักเพียงใดก็ตาม

" จะบอกใครก็ไม่ได้ ทำยังไงล่ะ ใช้เวลาจมอยู่กับความคิดของตนเองนานเป็นปีๆ เหมือนกัน สภาพจิตใจแย่มาก ตอนหลังเมียผมก็เริ่มสงสัย เพราะปกติผมเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศ มากคนหนึ่ง เขาก็เลยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แถมยังสงสัยว่าผม หนีไปเมียน้อยอีก สุดท้ายผมก็เลยต้องสารภาพว่าผมมีปัญหาในเรื่องนี้ เมียผมก็เลยจูงมือไปปรึกษาคุณหมอ ด้วยตนเอง ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ มีความสุขเหมือนเมื่อก่อนแล้ว "

อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนที่เกิดขึ้นกับสมชาย ที่ประสบปัญหา "ความไม่สมชาย" มาได้ระยะหนึ่ง ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาถึงพฤติกรรมของชายไทยน้อยใหญ่ทั้งหลายว่า มีอาการในลักษณะนี้มากน้อยเพียงใด และเมื่อประสบกับปัญหาหย่อนสมรรถภาพทาง เพศแล้วไปปรึกษาแพทย์หรือไม่

ในเรื่องนี้ พลตรี น.พ.ประวิชช์ ตันประเสริฐ ประธานศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชายก็ ได้ใจความว่า โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรืออีดี (ED-Erectile Dysfunction) เป็นปัญหาทางเพศที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย

ที่สำคัญคือ ไม่ใช่เป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ เหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่านำมาซึ่งผลกระทบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านจิตใจ และปัญหาครอบครัว

รวมกระทั่งถึงพบว่า ในขณะนี้ผู้ชายมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก กำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ ซึ่งส่งผลทำให้ยอดการใช้ไวอะกร้าล่าสุด เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาตกอยู่ที่ถึง "วินาทีละ 4 เม็ด" เลยทีเดียว

สำหรับในประเทศไทย ได้มีการศึกษาการระบาดของโรคอีดีอย่างเป็นทางการเช่นกัน โดยพบว่าประมาณร้อยละ 37.5 ของชายไทยอายุระหว่าง 40-70 ปี หรือจำนวน 3 ล้านคน ป่วยเป็นโรคอีดี และพบว่าคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าครึ่งประสบปัญหาในเรื่องนี้

นอกจากนั้น ผู้ป่วย 2 ใน 5 กลับไม่ยอมปรึกษา เรื่องนี้กับใครเลย แต่หาทางรักษาโรคด้วยวิธีผิดๆ จึงก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมามากมาย

ทั้งนี้ เกือบครึ่งหนึ่งมีปัญหาในการ "แข็งตัว" ของอวัยวะเพศ หรือไม่สามารถคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้นานพอจน ประกอบกิจกรรมทางเพศได้ ส่วนที่เหลือก็กระจัดกระจายออกเป็นกลุ่ม "นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ" และกลุ่มที่ความรู้สึกทางเพศน้อยคละเคล้ากันไป

" วัฒนธรรมและค่านิยมในสังคมไทยที่ได้รับสืบทอดกันมาเห็นว่า เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องน่าอับอาย และไม่ควรนำมาเปิดเผยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในครอบครัว ซึ่งวงการแพทย์และทนายต่างก็ทราบดีว่า ปัญหานี้มีส่วนทำให้เกิดสถิติการหย่าร้าง ที่สูงเช่นกัน ผมอยากให้คิดว่า เรื่องนี้เป็นเพียงโรคหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีปัญหาก็มาปรึกษาแพทย์ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถรักษาและสามารถแก้ไขได้ "

ด้านรศ.น.พ.อภิชาติ กงกะนันท์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จำนวนตัวเลขชายไทยที่ป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่สูงมาก ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด แต่ข้อมูลตัวเลขที่พบว่า 4 คนใน 10 คน ของชายไทยอายุ 40-70 ปีเป็นโรคนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญ และพบได้ทั่วไปในชายไทย

ที่น่ากังวลใจอย่างยิ่งคือ ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก และไม่ต้องการที่จะรักษาให้หาย หนำซ้ำผู้ป่วยหลายคนยังทนทุกข์ทรมานอยู่เงียบๆ คนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะโรคนี้จะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตคู่ของผู้ป่วย ทั้งๆ ที่เป็นโรคซึ่งสามารถรักษาได้

ขณะเดียวกันอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ ผู้ที่เป็น "ภรรยา" ควรจะต้องมีความเข้าใจในตัวสามีก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อคลายความวิตกกังวลในฝ่ายชาย ให้ลดน้อยลงไป และถ้าเป็นไปได้เวลามาพบแพทย์ ภรรยาควรจะติดตามมาด้วย

ทว่า ประเภทที่ไม่ได้หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นปกติเหมือนสมชายก็มีเหมือนกัน เพราะบางรายจำเพาะเจาะจงเลือกมีพฤติกรรม "อ่อนปวกเปียก" เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์ กับภรรยาที่บ้านเท่านั้น แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองของใหม่ที่สดใสเต่งตึงกว่า นกเขากลับขันขึ้นมาในทันที ซึ่งในกรณีไม่อยู่ในสาระพบของคนเซ็กซ์เสื่อมแต่ประการใด

" หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อผู้ชายอายุเยอะขึ้น ความต้องการทางเพศจะลดลง จริงๆ ไม่ใช่ ไม่ว่าจะอายุมากขนาด ไหนถ้าสุขภาพร่างกายยังแข็งแรงเขาก็ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ถ้าต้องการ มีคนไข้ของผม คนหนึ่งมาผ่าตัดใส่แกนที่อวัยวะเพศตอนอายุ 75 ปี จากนั้น พออายุ 82 ปี ก็กลับมาให้ผมทำใหม่อีกครั้ง เพราะของเดิมมันใช้ไม่ได้

" พูดถึงเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น ความจริงของคนไทยยังดีกว่าฝรั่งเสียอีก เพราะคนไทยแค่ 37.5% แต่ฝรั่งปาเข้าไปตั้ง 52% นอกจากนั้น ผมคิดว่า ตอนนี้สถานการณ์ และการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศของคนไทยเปิดกว้างกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับ 5 ปีหรือ 10 ที่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีแหล่ง ความรู้ให้ไปขอคำปรึกษาจากหลายแห่ง " น.พ.อภิชาติ แสดงความคิดเห็น

ปฏิบัติการรวมพลคนเซ็กซ์เสื่อม

ถามว่า จากสรรพปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น จะสามารถแก้ปัญหาให้ชายไทยได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความอาย" ที่กัดกินและซึมลึกเข้าไป ในสายเลือดชนิดยากที่จะถอนตัวได้ เพราะถ้าหากไม่สามารถทำลายกำแพงตรงนี้ให้ พังลงไปได้ การแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ก็คงไม่สามารถทำได้เต็มร้อย

น.พ.อภิชาติอธิบายว่า ความจริงแล้วต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งที่สามารถรักษาให้หายได้เพียงแต่ต้องกล้ามาพบแพทย์ เพื่อปรึกษาถึงวิธีการบำบัดและรักษาเท่านั้น

ขณะเดียวกันในปัจจุบันก็มีทางเลือกในการรักษาที่มากขึ้นกว่าเดิมทั้งการใช้ยา เช่น ไวอะกร้า การผ่าตัดใส่แกนเข้าไปเพื่อทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว การใช้เครื่องรัดสุญญากาศ การใช้ยาฉีดโดยตรงที่อวัยวะเพศ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัด ความเหมาะสมและรายได้ของตนเอง

" ปกติผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คำถามที่มักพกพามาด้วยมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ หนึ่ง-จะไปพบแพทย์ที่ไหนได้ สอง-ถ้าเป็นแล้วจะหายไหม อาการที่ประสบอยู่ถือว่า เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพหรือเปล่าและสาม-จะทำอย่างไรให้มันดีขึ้น "

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ถูกจุดยิ่งขึ้น ขณะนี้ศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชาย ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ได้เตรียมที่จะจัดสัมมนาให้ผู้สนใจทั่วไปและสมาชิก รวมทั้งผู้ป่วยโรคหย่อน สมรรถภาพทางเพศขึ้น ในวันที่ 25 มี.ค. เวลา 10.00-16.30 น. ที่อาคารพัชรกิติยาภา ชั้น 10 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ทั้งนี้ เพื่อสร้างทัศนคติที่ถูกต้องและความปรองดองในครอบครัว โดยจัดเตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาให้คำปรึกษาพบปะกับผู้เข้าร่วมงานเป็นการเฉพาะ

สำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นนั้น นอกจากจะมีนิทรรศการและตรวจร่างกายแล้ว ผู้สนใจยังจะได้ปรึกษาปัญหากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในช่วงเช้า เวลา 10.00-12.00 น. โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

หลังจากนั้นในภาคบ่ายจะเป็นรายการสัมมนาทางวิชาการ ทั้งในส่วนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้และในส่วนผู้ป่วยที่ยอมเปิดเผยตัวเพื่อเล่าประสบการณ์ของ โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศให้ได้รับฟังกัน

" เราเคยจัดมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้รับความสำเร็จพอสมควร มีสมาชิกมาร่วมงานเยอะพอสมควร มีทั้งที่มาเป็นคู่สามี-ภรรยา มีสมาชิกจากต่างจังหวัด แต่ละคนต่างก็มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน ซึ่งมีประโยชน์มาก ส่วนครั้งนี้ เราคาดว่าน่าจะมีคนมาร่วมงานมากพอสมควร " น.พ.ประวิชช์กล่าวทิ้งท้าย

(update 31 มีนาคม 2001)


[ ที่มา... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน   วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2544]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600