|
ชายไทยเข้าขั้นโคม่า เจอเซ็กซ์เสื่อม 3 ล้านคน
|
ใครมีปัญหาทางเพศยกมือขึ้น ?
เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ชายไทยร้อยทั้งร้อยเมื่อถูกถามด้วยคำถามนี้
คงจะต้องตอบปฏิเสธเป็นพัลวัน เพราะถือเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นชายที่หยามไม่ได้
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่กับ "ปัญหานกเขาไม่ขัน" ในหัวใจ ชนิดกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
ทว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วมีรายงานเข้ามาว่า ขณะนี้ชายไทยกำลังเป็น
โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศกันมากถึงประมาณ 3 ล้านคนเลยทีเดียว
คลี่หัวใจผู้ชายกระสุนด้านที่มาของตัวเลข 3 ล้านคน
" ผมมีปัญหาเรื่องเพศมานานพอสมควร คืออวัยวะเพศผมไม่แข็งตัว
เวลาต้องการจะร่วมเพศ กลัวและวิตกกังวลมากเนื่องจากไม่กล้าบอกใคร
ทรมานมากเพราะจริงๆ แล้วผมเองก็ยังคงมีความต้องการทางเพศอยู่ "
สมชาย(นามสมมุติ) หนุ่มใหญ่วัย 53 ปี บอกเล่าความรู้สึก
ที่ต้องเผชิญกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
จากคำบอกเล่าของชายวัยกลางคนผู้นี้ถึงที่มาของปัญหา ก็ได้ใจความว่า
ก่อนหน้านี้ สมชาย ก็เป็นเหมือนเช่นผู้ชายทั่วไปคือกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย
เพราะไม่ได้สำนึกว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศของตนเองแต่ประการใด
จนกระทั่งเมื่อแต่งงานและมีอายุมากขึ้น โรคต่างๆ ก็เริ่มรุมเร้าเข้ามามากขึ้น ปรากฏว่า
สมชายเป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวานพร้อมในคราวเดียวกันและต่อมาอีกไม่นานนัก
สิ่งที่เคยให้ความสุขทางเพศมาเป็นเวลานานก็เริ่ม "อ่อนตัว" แม้จะมีอารมณ์
และความต้องการร่วมเพศมากสักเพียงใดก็ตาม
" จะบอกใครก็ไม่ได้ ทำยังไงล่ะ ใช้เวลาจมอยู่กับความคิดของตนเองนานเป็นปีๆ เหมือนกัน
สภาพจิตใจแย่มาก ตอนหลังเมียผมก็เริ่มสงสัย เพราะปกติผมเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศ
มากคนหนึ่ง เขาก็เลยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แถมยังสงสัยว่าผม หนีไปเมียน้อยอีก
สุดท้ายผมก็เลยต้องสารภาพว่าผมมีปัญหาในเรื่องนี้ เมียผมก็เลยจูงมือไปปรึกษาคุณหมอ
ด้วยตนเอง ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ มีความสุขเหมือนเมื่อก่อนแล้ว "
อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนที่เกิดขึ้นกับสมชาย ที่ประสบปัญหา "ความไม่สมชาย" มาได้ระยะหนึ่ง
ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาถึงพฤติกรรมของชายไทยน้อยใหญ่ทั้งหลายว่า มีอาการในลักษณะนี้มากน้อยเพียงใด
และเมื่อประสบกับปัญหาหย่อนสมรรถภาพทาง เพศแล้วไปปรึกษาแพทย์หรือไม่
ในเรื่องนี้ พลตรี น.พ.ประวิชช์ ตันประเสริฐ ประธานศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชายก็
ได้ใจความว่า โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรืออีดี (ED-Erectile Dysfunction)
เป็นปัญหาทางเพศที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย
ที่สำคัญคือ ไม่ใช่เป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ เหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ
เพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่านำมาซึ่งผลกระทบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านจิตใจ
และปัญหาครอบครัว
รวมกระทั่งถึงพบว่า ในขณะนี้ผู้ชายมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก
กำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ ซึ่งส่งผลทำให้ยอดการใช้ไวอะกร้าล่าสุด
เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาตกอยู่ที่ถึง "วินาทีละ 4 เม็ด" เลยทีเดียว
สำหรับในประเทศไทย ได้มีการศึกษาการระบาดของโรคอีดีอย่างเป็นทางการเช่นกัน
โดยพบว่าประมาณร้อยละ 37.5 ของชายไทยอายุระหว่าง 40-70 ปี หรือจำนวน 3 ล้านคน
ป่วยเป็นโรคอีดี และพบว่าคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าครึ่งประสบปัญหาในเรื่องนี้
นอกจากนั้น ผู้ป่วย 2 ใน 5 กลับไม่ยอมปรึกษา เรื่องนี้กับใครเลย แต่หาทางรักษาโรคด้วยวิธีผิดๆ
จึงก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมามากมาย
ทั้งนี้ เกือบครึ่งหนึ่งมีปัญหาในการ "แข็งตัว" ของอวัยวะเพศ
หรือไม่สามารถคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้นานพอจน ประกอบกิจกรรมทางเพศได้
ส่วนที่เหลือก็กระจัดกระจายออกเป็นกลุ่ม "นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ"
และกลุ่มที่ความรู้สึกทางเพศน้อยคละเคล้ากันไป
" วัฒนธรรมและค่านิยมในสังคมไทยที่ได้รับสืบทอดกันมาเห็นว่า เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องน่าอับอาย
และไม่ควรนำมาเปิดเผยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในครอบครัว ซึ่งวงการแพทย์และทนายต่างก็ทราบดีว่า
ปัญหานี้มีส่วนทำให้เกิดสถิติการหย่าร้าง ที่สูงเช่นกัน ผมอยากให้คิดว่า เรื่องนี้เป็นเพียงโรคหนึ่งเท่านั้น
ถ้ามีปัญหาก็มาปรึกษาแพทย์ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถรักษาและสามารถแก้ไขได้ "
ด้านรศ.น.พ.อภิชาติ กงกะนันท์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
กล่าวเพิ่มเติมว่า จำนวนตัวเลขชายไทยที่ป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่สูงมาก
ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด แต่ข้อมูลตัวเลขที่พบว่า 4 คนใน 10 คน
ของชายไทยอายุ 40-70 ปีเป็นโรคนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญ
และพบได้ทั่วไปในชายไทย
ที่น่ากังวลใจอย่างยิ่งคือ ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก
และไม่ต้องการที่จะรักษาให้หาย หนำซ้ำผู้ป่วยหลายคนยังทนทุกข์ทรมานอยู่เงียบๆ คนเดียว
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะโรคนี้จะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตคู่ของผู้ป่วย
ทั้งๆ ที่เป็นโรคซึ่งสามารถรักษาได้
ขณะเดียวกันอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ ผู้ที่เป็น "ภรรยา"
ควรจะต้องมีความเข้าใจในตัวสามีก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อคลายความวิตกกังวลในฝ่ายชาย
ให้ลดน้อยลงไป และถ้าเป็นไปได้เวลามาพบแพทย์ ภรรยาควรจะติดตามมาด้วย
ทว่า ประเภทที่ไม่ได้หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นปกติเหมือนสมชายก็มีเหมือนกัน
เพราะบางรายจำเพาะเจาะจงเลือกมีพฤติกรรม "อ่อนปวกเปียก" เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์
กับภรรยาที่บ้านเท่านั้น แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองของใหม่ที่สดใสเต่งตึงกว่า นกเขากลับขันขึ้นมาในทันที
ซึ่งในกรณีไม่อยู่ในสาระพบของคนเซ็กซ์เสื่อมแต่ประการใด
" หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อผู้ชายอายุเยอะขึ้น ความต้องการทางเพศจะลดลง จริงๆ ไม่ใช่
ไม่ว่าจะอายุมากขนาด ไหนถ้าสุขภาพร่างกายยังแข็งแรงเขาก็ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ถ้าต้องการ
มีคนไข้ของผม คนหนึ่งมาผ่าตัดใส่แกนที่อวัยวะเพศตอนอายุ 75 ปี จากนั้น พออายุ 82 ปี
ก็กลับมาให้ผมทำใหม่อีกครั้ง เพราะของเดิมมันใช้ไม่ได้
" พูดถึงเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น ความจริงของคนไทยยังดีกว่าฝรั่งเสียอีก
เพราะคนไทยแค่ 37.5% แต่ฝรั่งปาเข้าไปตั้ง 52% นอกจากนั้น ผมคิดว่า ตอนนี้สถานการณ์
และการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศของคนไทยเปิดกว้างกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับ 5 ปีหรือ 10 ที่แล้ว
ขณะเดียวกันก็มีแหล่ง ความรู้ให้ไปขอคำปรึกษาจากหลายแห่ง " น.พ.อภิชาติ แสดงความคิดเห็น
ปฏิบัติการรวมพลคนเซ็กซ์เสื่อม
ถามว่า จากสรรพปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น จะสามารถแก้ปัญหาให้ชายไทยได้อย่างไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความอาย" ที่กัดกินและซึมลึกเข้าไป ในสายเลือดชนิดยากที่จะถอนตัวได้
เพราะถ้าหากไม่สามารถทำลายกำแพงตรงนี้ให้ พังลงไปได้ การแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด
ก็คงไม่สามารถทำได้เต็มร้อย
น.พ.อภิชาติอธิบายว่า ความจริงแล้วต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งที่สามารถรักษาให้หายได้เพียงแต่ต้องกล้ามาพบแพทย์
เพื่อปรึกษาถึงวิธีการบำบัดและรักษาเท่านั้น
ขณะเดียวกันในปัจจุบันก็มีทางเลือกในการรักษาที่มากขึ้นกว่าเดิมทั้งการใช้ยา เช่น
ไวอะกร้า การผ่าตัดใส่แกนเข้าไปเพื่อทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว การใช้เครื่องรัดสุญญากาศ
การใช้ยาฉีดโดยตรงที่อวัยวะเพศ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัด
ความเหมาะสมและรายได้ของตนเอง
" ปกติผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คำถามที่มักพกพามาด้วยมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ
หนึ่ง-จะไปพบแพทย์ที่ไหนได้ สอง-ถ้าเป็นแล้วจะหายไหม อาการที่ประสบอยู่ถือว่า
เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพหรือเปล่าและสาม-จะทำอย่างไรให้มันดีขึ้น "
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ถูกจุดยิ่งขึ้น ขณะนี้ศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชาย
ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ได้เตรียมที่จะจัดสัมมนาให้ผู้สนใจทั่วไปและสมาชิก รวมทั้งผู้ป่วยโรคหย่อน
สมรรถภาพทางเพศขึ้น ในวันที่ 25 มี.ค. เวลา 10.00-16.30 น. ที่อาคารพัชรกิติยาภา
ชั้น 10 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ทั้งนี้ เพื่อสร้างทัศนคติที่ถูกต้องและความปรองดองในครอบครัว โดยจัดเตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
มาให้คำปรึกษาพบปะกับผู้เข้าร่วมงานเป็นการเฉพาะ
สำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นนั้น นอกจากจะมีนิทรรศการและตรวจร่างกายแล้ว
ผู้สนใจยังจะได้ปรึกษาปัญหากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในช่วงเช้า เวลา 10.00-12.00 น.
โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
หลังจากนั้นในภาคบ่ายจะเป็นรายการสัมมนาทางวิชาการ ทั้งในส่วนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้และในส่วนผู้ป่วยที่ยอมเปิดเผยตัวเพื่อเล่าประสบการณ์ของ
โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศให้ได้รับฟังกัน
" เราเคยจัดมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้รับความสำเร็จพอสมควร มีสมาชิกมาร่วมงานเยอะพอสมควร
มีทั้งที่มาเป็นคู่สามี-ภรรยา มีสมาชิกจากต่างจังหวัด แต่ละคนต่างก็มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน
ซึ่งมีประโยชน์มาก ส่วนครั้งนี้ เราคาดว่าน่าจะมีคนมาร่วมงานมากพอสมควร " น.พ.ประวิชช์กล่าวทิ้งท้าย
|