คุณเงินไหลมา ชายร่างสันทัด อายุ 64 ปี โผเผออกจากห้องน้ำในตอนเช้าวันหนึ่ง
ตะโกนเรียกภรรยาพร้อมกับเอามือ 2 ข้างจับขอบประตูไว้ ทำท่าจะต้องทรุดตัวลงนั่ง
เพราะรู้สึกหน้ามืดๆ จะเป็นลม
" นี่เธอๆ มานี่เร็วๆ ผมไม่รู้เป็นอะไร หน้ามืดๆ จะเป็นลม " ภรรยาคุณเงินไหลมา
รีบพาคุณสามีส่งโรงพยาบาล
หมอ : ไหนลองเล่าให้ฟังซิว่า อาการเป็นอย่างไรบ้าง ?
ภรรยาผู้ป่วย : อิฉันก็ไม่ทราบค่ะ กำลังจะตื่นพอดี ได้ยินคุณแกเรียก
เห็นหน้าซีดๆ ตัวงอๆ ก็เลย รีบพามานี่ละค่ะ
หมอ : คุณเงินไหลมา คุณเป็นลมบ่อยๆ หรือเปล่า ไหนลองเล่าอาการให้หมอฟัง
ละเอียดหน่อยสิคะ ?
ผู้ป่วย : เมื่อเช้านี้ผมไปเข้าห้องน้ำหลังจากถ่ายเสร็จยังไม่ทันจะกดน้ำรู้สึกใจหวิวๆ
จะเป็นลมก็เลยรีบออกมาเรียกภรรยานี่แหละครับ
หมอ : คุณมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า เช่น โรคเบาหวาน โรคกระเพาะ
โรคความดันโลหิตสูง ?
ผู้ป่วย : โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ผมไม่ทราบครับ ไม่เคยตรวจ
แต่คิดว่าคงไม่มีแต่ระยะหลังๆ นี้มีปวดท้องบ่อยๆ ผมซื้อยาโรคกระเพาะมากิน ก็ดีขึ้นบ้าง
หมอ : คุณเคยมีถ่ายอุจจาระดำ บ้างหรือเปล่า ?
ผู้ป่วย : เอ! ผมก็ไม่ค่อยได้สังเกต แต่ตอนเช้านี้ที่ผมหันหลังกลับออกมา
รู้สึกว่าอุจจาระดำๆ อยู่เหมือนกันครับ
หมอตรวจร่างกายแล้ว พบว่าผู้ป่วยค่อนข้างซีด จึงรับไว้ในโรงพยาบาล
หลังจากส่องกล้องตรวจกระเพาะ พบว่ามีแผลในกระเพาะอาหารและมีเลือดออก
วันต่อมา ภรรยาผู้ป่วย จึงมาเล่าให้หมอฟังว่า
" หลังเกษียณแล้ว คุณแกไม่ค่อยมีอะไรทำ ชอบไปขลุกอยู่ที่ตลาด
เป็นประจำ ระยะแรกก็ดี
ตอนหลังนี่ แกเผลอไปหน่อยเดียว ทำเงินหายไปโขอยู่ อิฉันเคยเตือนแล้วไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
แกก็เสียใจ ไปกินเหล้ากับเพื่อนกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ มีอะไรก็ไม่ค่อยจะเล่าให้อิฉันฟังหรอกค่ะ
กลัวจะถูกบ่นซ้ำ นี่ถ้ามาโรงพยาบาลไม่ทันคงจะแย่แน่เลย "
คุณหมอ กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานพลางคิดว่า อุตส่าห์ชื่อ "เงินไหลมา" แล้วเชียว
ยังช่วยไม่ได้นอกจากจะกลายเป็นคุณ "เงินไหลไป" แล้วยังมีเลือดไหลออกจากกระเพาะ
เป็นของแถมให้อีกซะด้วย
คุณนายประกายเพชร เถ้าแก่เนี้ยร่างท้วม วัย 48 ปี ภรรยาเจ้าของบริษัทเอเยนต์
ค้าวัสดุก่อสร้าง มาหาแพทย์ตอนสายๆ ของวันหนึ่ง
เถ้าแก่เนี้ย : คุณหมอคะ ฉันไม่ทราบเป็นอะไร กินอะไรก็แน่นไปหมด กินนิดเดียวก็แน่นแล้ว
แน่นตรงนี้ (พลางเอามือชี้ที่พุงส่วนบนๆ) หายใจก็ลำบาก พอเรอแล้วก็ดีขึ้นนิดหน่อย
เป็นมาหลายเดือนแล้ว ไปหาหมอมาหลายครั้งพอยาหมดก็เป็นอีก 2-3 วันนี้
มีปวดใต้ชายโครงข้างขวานี่ด้วย
คุณหมอคะ
ฉันเป็นโรคกระเพาะหรือเปล่าคะ ?
หลังตรวจอาการแล้ว หมอก็ส่งไปตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง และกลืนแป้งเอกซเรย์กระเพาะอาหาร
พบว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี ส่วนกระเพาะอาหารไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติ
กลุ่มอาการไม่สบายที่เกิดขึ้นในท้อง เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาจมีอาการขย้อน หรืออาเจียน
เบื่ออาหาร แสบและแน่นยอดอก แน่นท้องหลังอาหาร ท้องอืด เรอ รู้สึกว่ามีลมในท้องมาก
เป็นกลุ่มอาการที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Dyspepsia
Dyspepsia หมายถึงกลุ่มอาการที่มีสาเหตุเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารส่วนบน
มีอาการเป็นๆ หายๆ โดยอาจมีอาการอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือเป็นหลายๆ อย่างรวมกันก็ได้
ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ จะไม่พบสาเหตุ เรียกว่า Functional dyspepsia
ส่วนพวกที่พบสาเหตุ เรียก Organic dyspepsia
Functional dyspepsia
เป็นกลุ่มของผู้ป่วยที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆ อย่างรวมกัน เมื่อได้รับการตรวจ
เช่น ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะหรือ กลืนแป้งเอกซเรย์กระเพาะและลำไส้ รวมทั้งผลการตรวจเลือด
ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
Organic dyspepsia
หมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการ dyspepsia ที่ตรวจพบว่ามีสาเหตุแน่ชัด เช่น แผลในกระเพาะอาหาร
หรือนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น
การแยกโรค dyspepsia ให้ถูกต้องนั้นต้องอาศัยประวัติที่ดี การตรวจร่างกายอย่างละเอียดถูกต้อง
และภาวะตรวจสืบค้นที่เหมาะสม
จะยกตัวอย่างของโรคที่มีสาเหตุให้ทราบ สัก 2-3 โรค
- โรคของทางเดินน้ำดี เป็นโรคของระบบทางเดินอาหารส่วนบน พบประมาณ 10%
โดยเฉพาะที่มีนิ่วถุงน้ำดี การปวดจะไม่เกิดในช่วงท้องว่าง จะปวดเป็นช่วงๆ และรุนแรง
ปวดแต่ละครั้งนานหลายชั่วโมง ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยอาจปวดร้าวไปที่ไหล่ขวา
หรือด้านหลัง ถ้ามีการอุดตันของทางเดินน้ำดี จะมีตัวเหลือง ตาเหลืองเป็นครั้งคราว
ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด สำหรับอาการปวดท้องตื้อๆ และท้องอืดก็พบในผู้ป่วย
ที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ แต่ไม่ได้เป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้
-
แผลในกระเพาะอาหาร ถ้าท่านสงสัยว่า จะมีแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ อาการปวดส่วนมาก
เป็นดังนี้
- ปวดใต้ลิ้นปี่ บอกขอบเขตไม่ได้ชัดเจน ปวดตอนดึกๆ จนต้องตื่นขึ้น เมื่อท่านรับประทานอาหาร
หรือยาลดกรด อาการก็จะดีขึ้น แต่ถ้าท่านเป็นมาก ก็อาจมีอาการอาเจียนเป็นเลือด
หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำได้ บางกรณี อาจมีแผลจนกระเพาะทะลุก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
- มะเร็งกระเพาะอาหาร ที่ท่านคิดว่า
น่าจะเป็นโรคกระเพาะธรรมดาๆ
ซื้อยามากินก็หาย ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเคราะห์หามยามร้าย
เมื่อแพทย์ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะท่านดู อาจเห็นสิ่งผิดปกติที่
มากกว่าแผลในกระเพาะธรรมดา นั่นคือ มะเร็งของกระเพาะอาหาร
ซึ่งถึงแม้ว่าจะพบไม่มากนัก (ประมาณ 1-3%) ของผู้ที่มีอาการโรคกระเพาะ แต่ก็อันตราย
โดยเฉพาะถ้าท่านอายุมากเกิน 45 ปี น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องอยู่ตลอดเวลา
รับประทานอาหารหรือยาลดกรดแล้วก็ยังไม่หายปวด ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
โดยเร็วที่สุดต่อไป
นอกจากนี้ก็ยังมีโรคของระบบอื่นๆ ที่อาจจะทำให้มีการปวดท้องหรือแน่นท้องหลังอาหาร คลื่นไส้
อาเจียน และอิ่มเร็วกว่าปกติ เช่นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทร่วมด้วย
โรคต่อมธัยรอยด์ที่ทำงานน้อยกว่าปกติก็จะทำให้มีอาการท้องอืด แน่นท้องได้
โรคต่อมธัยรอยด์ที่ทำงานมากกว่าปกติ อาจทำให้มีอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
รวมกับมีอาการ อาเจียนได้
ท้ายสุดนี้ขอให้ท่านดูแลสุขภาพให้ดีโดยรับประทานอาหารให้เป็นเวลา รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์
พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด มีเวลาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้างตามสมควร
รู้จักประหยัดในยุค IMF ท่านก็จะมีชื่อว่า "เงินไหลมา" ตลอดไป โดยไม่ต้องเปลี่ยน และก็จะได้ไม่ต้องถามหมอว่า
" ดิฉัน (ผม) เป็นโรคกระเพาะ ใช้หรือเปล่า ค่ะ (ครับ) คุณหมอ "
ขอให้ท่านโชคดีตลอดไป
พญ.วนิดา ฉิมคล้าย
|