ผู้เขียนมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง อยู่ในบริษัท อาหารข้ามชาติยักษ์ใหญ่
เพื่อนคนนี้สูบบุหรี่จัดวันละซอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าบุหรี่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดมะเร็ง และอีกหลายโรค
รวมถึงโรคหัวใจที่เคยเกือบคร่าชีวิตเขามาแล้ว
เพื่อนคนนี้รู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคหัวใจเกิดรุนแรงขึ้น เขาจึงรับประทานวิตามินอี
ขนาดสูง 400 หน่วยสากลทุกวัน ด้วยเหตุผลว่า วิตามินอีจะช่วยลดปัญหาโรคหัวใจที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้
ผู้ที่แนะนำเขาถึงเรื่องนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นแพทย์เองซึ่งแทนที่จะยืนยันให้เพื่อนผู้เขียนเลิกบุหรี่
เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจกลับใจอ่อนยอมให้สูบบุหรี่ได้โดยหาทางป้องกันปัญหา
ด้วยการเสริมวิตามินอีในปริมาณสูง แพทย์คนนั้นรู้ว่าการสูบบุหรี่จะเพิ่มอนุมูลอิสระในร่างกาย
ขณะเดียวกัน ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าวิตามินอีจะช่วยลดอนุมูลอิสระได้
ปัจจุบัน แพทย์ยอมรับแล้วว่าอนุมูลอิสระนี่แหละที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ขณะเดียวกันก็รู้อีกว่า
วิตามินอีช่วยลดฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่า การเสริมวิตามินอีขนาดสูง
จะช่วยลดปัญหาอนุมูลอิสระจากการสูบบุหรี่ได้นั้น เป็นความเข้าใจผิดล้วนๆ
น่าแปลกอย่างมากที่ยังมีแพทย์และนักโภชนาการจำนวนไม่น้อย ที่ยังให้คำแนะนำผิดๆ
ให้ผู้สูบบุหรี่เสริมวิตามินอีในปริมาณสูง เมื่อเป็นอย่างนี้ เห็นทีจะต้องหาทางแก้ไขความเชื่อผิดๆ นี้แล้วละครับ
ก่อนที่จะหลงกันไปไกลมากกว่านี้
สาเหตุที่แพทย์จำนวนหนึ่งเชื่อว่า วิตามินอีช่วยลดปัญหาโรคหัวใจที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้
ก็เพราะเคยมีรายงานออกมาทางวารสารทางการแพทย์ ว่าวิตามินอีจะช่วยลดความผิดปกติ
ของการทำงานบริเวณหลอดเลือดแดงของผู้สูบบุหรี่ได้
โรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และหนึ่งในสาเหตุนั้นคือ
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณผนังหลอดเลือดนี่เอง อนุมูลอิสระหากมีมากในร่างกาย
จะมีผลทำให้คอเลสเตอรอลชนิดเลวฝังตัวอยู่บนผนังหลอดเลือดได้เร็วขึ้น ดังนั้น
หากลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายลงได้ ปัญหาจากคอเลสเตอรอลก็ลดลง
บุหรี่ทำให้อนุมูลอิสระเกิดมากขึ้นเร่งปัญหาของโรคหัวใจ ความเชื่อเรื่องวิตามินอีลดปัญหา
จากบุหรี่โดยลดอนุมูลอิสระเกิดขึ้นตรงนี้เอง
ต้นปี พ.ศ.2543 มีรายงานวิจัยทางการแพทย์ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อ
The Journal of the American College of Cardiology ยืนยันว่าการรับประทานวิตามินอีขนาดสูง
แม้คลับคล้ายว่าจะช่วยลดปัญหาความผิดปกติของหลอดเลือดในผู้สูบบุหรี่ แต่อันที่จริงเป็นการแก้ไขปัญหา
แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ในระยะยาวแล้วมันแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ปัญหาที่พบในผู้สูบบุหรี่คือหลอดเลือด ซึ่งมักจะมีไขมันคอเลสเตอรอลสะสมมากขึ้น ขาดความยืดหยุ่น
ทำให้ขยายตัวได้ยากขึ้น และการที่หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นอย่างนี้ มีผลทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
มีน้อยลง ภาวะหัวใจวายในผู้สูบบุหรี่ที่เกิดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป จึงเกิดจากปัญหาหลอดเลือดขยายตัวได้น้อยลง
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Innsbruck และ Vienna ประเทศออสเตรีย ทำการศึกษาในอาสาสมัคร
ที่เป็นชายหนุ่มจำนวน 22 คน ที่สูบบุหรี่จัดวันละหนึ่งซอง ให้อาสาสมัครเหล่านี้จำนวน 11 คน
เสริมวิตามินอี 600 หน่วยสากลทุกวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนที่เหลืออีก 11 คน ให้เสริมยาหลอก
ที่มีลักษณะเหมือนวิตามินอีทุกอย่าง แต่ไม่มีตัวยาวิตามินอีเลย นอกจากนี้แล้ว
ยังมีอาสาสมัครที่เป็นชายหนุ่มอีก 11 คน ซึ่งไม่สูบบุหรี่ให้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ
นักวิจัยทำการวัดการขยายตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณแขน วิธีการก็คือรัดแขนไว้ก่อน
จากนั้นจึงคลายสายรัดให้หลอดเลือดขยายตัว จากนั้นก็ใช้เทคนิคอัลตร้าซาวด์วัดการขยายตัว
ของหลอดเลือดแดง สิ่งที่พบคือ ก่อนการทดลองอาสาสมัครที่สูบบุหรี่ทั้งสองกลุ่ม มีการขยายตัวของหลอดเลือด
ต่ำกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคนที่สูบบุหรี่จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดง
เมื่อให้คนสูบบุหรี่เสริมวิตามินอี ปรากฏว่า หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้นในจังหวะแรกหรือในเวลา
20 นาทีหลังสูบบุหรี่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง หลอดเลือดจะกลับไปเกิด
ปัญหาขยายตัวได้น้อยเหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าวิตามินอีไม่ได้ช่วยทำให้หลอดเลือดแดง
ของผู้สูบบุหรี่ดีขึ้นเลย ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นบ้างก็เป็นเพียงแค่เวลาประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ได้จิรังยั่งยืนอะไร
นักวิจัยให้ข้อสรุปออกมาว่า การเสริมวิตามินอีขนาดสูงถึง 600 หน่วยสากล ไม่ได้ช่วยลดปัญหา
จากการสูบบุหรี่เลย นายแพทย์ David Kritchevsky แห่งสถาบัน Wistar Institute เมืองฟิลาเดลเฟีย
สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิตามินอีคนหนึ่ง ยืนยันออกมาเช่นเดียวกันว่า
วิธีที่ดีที่สุดในการลดปัญหาหลอดเลือดหัวใจในผู้สูบบุหรี่ก็คือ การเลิกบุหรี่ การเสริมวิตามินอี
จะให้เสริมในปริมาณสูงขนาดไหนก็ไม่ได้ช่วย
คนเราต้องการวิตามินอีเพียงแค่ 10-15 หน่วยสากลเท่านั้น ซึ่งได้จากอาหารธรรมดานี่เอง
การเสริมวิตามินอี 400-600 หน่วยสากล ไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย สรุปแล้วเลิกบุหรี่ซะเถิดครับ
อย่าไปหลงกลเสริมวิตามินอีให้เปลืองสตางค์อยู่อีกเลย
ดร.วินัย ดะห์ลัน
|