มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



วิตามินอีกับบุหรี่


ผู้เขียนมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง อยู่ในบริษัท อาหารข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เพื่อนคนนี้สูบบุหรี่จัดวันละซอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าบุหรี่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดมะเร็ง และอีกหลายโรค รวมถึงโรคหัวใจที่เคยเกือบคร่าชีวิตเขามาแล้ว

เพื่อนคนนี้รู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคหัวใจเกิดรุนแรงขึ้น เขาจึงรับประทานวิตามินอี ขนาดสูง 400 หน่วยสากลทุกวัน ด้วยเหตุผลว่า วิตามินอีจะช่วยลดปัญหาโรคหัวใจที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้ ผู้ที่แนะนำเขาถึงเรื่องนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นแพทย์เองซึ่งแทนที่จะยืนยันให้เพื่อนผู้เขียนเลิกบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจกลับใจอ่อนยอมให้สูบบุหรี่ได้โดยหาทางป้องกันปัญหา ด้วยการเสริมวิตามินอีในปริมาณสูง แพทย์คนนั้นรู้ว่าการสูบบุหรี่จะเพิ่มอนุมูลอิสระในร่างกาย ขณะเดียวกัน ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าวิตามินอีจะช่วยลดอนุมูลอิสระได้

ปัจจุบัน แพทย์ยอมรับแล้วว่าอนุมูลอิสระนี่แหละที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ขณะเดียวกันก็รู้อีกว่า วิตามินอีช่วยลดฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่า การเสริมวิตามินอีขนาดสูง จะช่วยลดปัญหาอนุมูลอิสระจากการสูบบุหรี่ได้นั้น เป็นความเข้าใจผิดล้วนๆ

น่าแปลกอย่างมากที่ยังมีแพทย์และนักโภชนาการจำนวนไม่น้อย ที่ยังให้คำแนะนำผิดๆ ให้ผู้สูบบุหรี่เสริมวิตามินอีในปริมาณสูง เมื่อเป็นอย่างนี้ เห็นทีจะต้องหาทางแก้ไขความเชื่อผิดๆ นี้แล้วละครับ ก่อนที่จะหลงกันไปไกลมากกว่านี้

สาเหตุที่แพทย์จำนวนหนึ่งเชื่อว่า วิตามินอีช่วยลดปัญหาโรคหัวใจที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้ ก็เพราะเคยมีรายงานออกมาทางวารสารทางการแพทย์ ว่าวิตามินอีจะช่วยลดความผิดปกติ ของการทำงานบริเวณหลอดเลือดแดงของผู้สูบบุหรี่ได้

โรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และหนึ่งในสาเหตุนั้นคือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณผนังหลอดเลือดนี่เอง อนุมูลอิสระหากมีมากในร่างกาย จะมีผลทำให้คอเลสเตอรอลชนิดเลวฝังตัวอยู่บนผนังหลอดเลือดได้เร็วขึ้น ดังนั้น หากลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายลงได้ ปัญหาจากคอเลสเตอรอลก็ลดลง บุหรี่ทำให้อนุมูลอิสระเกิดมากขึ้นเร่งปัญหาของโรคหัวใจ ความเชื่อเรื่องวิตามินอีลดปัญหา จากบุหรี่โดยลดอนุมูลอิสระเกิดขึ้นตรงนี้เอง

ต้นปี พ.ศ.2543 มีรายงานวิจัยทางการแพทย์ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อ The Journal of the American College of Cardiology ยืนยันว่าการรับประทานวิตามินอีขนาดสูง แม้คลับคล้ายว่าจะช่วยลดปัญหาความผิดปกติของหลอดเลือดในผู้สูบบุหรี่ แต่อันที่จริงเป็นการแก้ไขปัญหา แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ในระยะยาวแล้วมันแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ปัญหาที่พบในผู้สูบบุหรี่คือหลอดเลือด ซึ่งมักจะมีไขมันคอเลสเตอรอลสะสมมากขึ้น ขาดความยืดหยุ่น ทำให้ขยายตัวได้ยากขึ้น และการที่หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นอย่างนี้ มีผลทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ มีน้อยลง ภาวะหัวใจวายในผู้สูบบุหรี่ที่เกิดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป จึงเกิดจากปัญหาหลอดเลือดขยายตัวได้น้อยลง

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Innsbruck และ Vienna ประเทศออสเตรีย ทำการศึกษาในอาสาสมัคร ที่เป็นชายหนุ่มจำนวน 22 คน ที่สูบบุหรี่จัดวันละหนึ่งซอง ให้อาสาสมัครเหล่านี้จำนวน 11 คน เสริมวิตามินอี 600 หน่วยสากลทุกวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนที่เหลืออีก 11 คน ให้เสริมยาหลอก ที่มีลักษณะเหมือนวิตามินอีทุกอย่าง แต่ไม่มีตัวยาวิตามินอีเลย นอกจากนี้แล้ว ยังมีอาสาสมัครที่เป็นชายหนุ่มอีก 11 คน ซึ่งไม่สูบบุหรี่ให้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ

นักวิจัยทำการวัดการขยายตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณแขน วิธีการก็คือรัดแขนไว้ก่อน จากนั้นจึงคลายสายรัดให้หลอดเลือดขยายตัว จากนั้นก็ใช้เทคนิคอัลตร้าซาวด์วัดการขยายตัว ของหลอดเลือดแดง สิ่งที่พบคือ ก่อนการทดลองอาสาสมัครที่สูบบุหรี่ทั้งสองกลุ่ม มีการขยายตัวของหลอดเลือด ต่ำกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคนที่สูบบุหรี่จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดง เมื่อให้คนสูบบุหรี่เสริมวิตามินอี ปรากฏว่า หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้นในจังหวะแรกหรือในเวลา 20 นาทีหลังสูบบุหรี่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง หลอดเลือดจะกลับไปเกิด ปัญหาขยายตัวได้น้อยเหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าวิตามินอีไม่ได้ช่วยทำให้หลอดเลือดแดง ของผู้สูบบุหรี่ดีขึ้นเลย ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นบ้างก็เป็นเพียงแค่เวลาประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ได้จิรังยั่งยืนอะไร

นักวิจัยให้ข้อสรุปออกมาว่า การเสริมวิตามินอีขนาดสูงถึง 600 หน่วยสากล ไม่ได้ช่วยลดปัญหา จากการสูบบุหรี่เลย นายแพทย์ David Kritchevsky แห่งสถาบัน Wistar Institute เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิตามินอีคนหนึ่ง ยืนยันออกมาเช่นเดียวกันว่า วิธีที่ดีที่สุดในการลดปัญหาหลอดเลือดหัวใจในผู้สูบบุหรี่ก็คือ การเลิกบุหรี่ การเสริมวิตามินอี จะให้เสริมในปริมาณสูงขนาดไหนก็ไม่ได้ช่วย

คนเราต้องการวิตามินอีเพียงแค่ 10-15 หน่วยสากลเท่านั้น ซึ่งได้จากอาหารธรรมดานี่เอง การเสริมวิตามินอี 400-600 หน่วยสากล ไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย สรุปแล้วเลิกบุหรี่ซะเถิดครับ อย่าไปหลงกลเสริมวิตามินอีให้เปลืองสตางค์อยู่อีกเลย

ดร.วินัย ดะห์ลัน

(update 21 ตุลาคม 2000)


[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 8 ฉบับที่ 437 วันที่ 16-22 ตุลาคม 2543 ]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600