ไอที (IT) นอกจากมีประโยชน์มากมายมหาศาล จนเป็นสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์เกาะติดสังคม
ที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมากได้ แต่ก็มีโทษ ถ้าไม่รู้จักบริโภคหรือพิจารณาให้ดี
จนบางครั้งอาจจะทำให้ถึงกับสะเทือนหรือสับสนได้ เพราะความรวดเร็วของการสื่อสารนี่เอง
ผลดังกล่าวก็เกิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถ้าติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์หรือทางวิทยุฯ
ที่เสนอข่าวเกี่ยวกับยาคุมออกมาว่า แพทย์พบว่าแทบทุกฉบับที่ลงข่าวสร้างความตระหนกตกใจ
กับคุณผู้หญิงที่ท่านยาคุม ซึ่งในประเทศไทยมีหลายล้านคนก่อปัญหากับสูติ-นรีแพทย์
ที่ต้องตอบคำถามมากมาย ซึ่งสื่อก่อขึ้นอย่าว่าแต่นักการเมืองเท่านั้นที่โทษสื่อ หมอก็ต้องโทษที่กุข่าว
เพื่อให้ผู้คนสนใจโดยไม่สนใจว่าจะมีผลกระทบอย่างไร
ตัวอย่างข่าวดังกล่าว มีเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริงคือ กล่าวถึงยาคุมกำเนิดซึ่งผลิตใช้ในสมัยก่อน
คือในปี พ.ศ.2518 เป็นยาคุมกำเนิดยุคแรกๆ ที่ผลิตขึ้นมา จึงมีปริมาณฮอร์โมนค่อนข้างสูง
จากการศึกษาติดตามก็พบว่า
ในกลุ่มสตรีที่ใช้ยาคุมดังกล่าวมีอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้
ซึ่งยาคุมปัจจุบันนี้มีขนาดปริมาณฮอร์โมนน้อยกว่าในปี พ.ศ.2518 มากและยังมีผลข้างเคียง
ของยาน้อยกว่าด้วย ตัวเลขปัจจุบันที่ใช้ยาคุมสมัยใหม่ไม่พบว่ามีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมชัดเจน
เมื่อสื่อโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์นำบางส่วนไปลงก็เลยเกิดความไขว้เขว ในสังคมโดยเฉพาะคุณผู้หญิง
เพื่อเป็นการแก้ข่าวให้กับความถูกต้องจึงนำบางประเด็นของผลยาคุมต่อมะเร็งเต้านม
มาตีแผ่ในหลายๆแง่มุม ซึ่งกว่าจะรวบรวมได้ต้องศึกษาหรืออ่านงานศึกษาอย่างหลากหลาย
เพราะการศึกษาวิจัยนั้นมีขบวนการมีระเบียบปฏิบัติและต้องทำตามอย่างเคร่งครัด
ซึ่งจะได้ผลลัพท์ที่เชื่อถือได้ถูกต้องและใช้งานได้ ในทางปฏิบัติการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะทางการแพทย์
ซึ่งทำกับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็จะมีตัวกวนคือปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวพันกัน
ซึ่งเป็นคุณลักษณะของการทำวิจัยในทางการแพทย์ทำให้การศึกษาวิจัยต้องใช้เวลามากกว่า
การทำการศึกษาวิจัยที่ทำกับสิ่งไม่มีชีวิต
การศึกษาวิจัยทางการแพทย์อาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี เช่น ตัวอย่างการศึกษาเรื่องมะเร็งปอด
กว่าจะรู้ว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องเน้นคำว่าหนึ่ง เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาก
ในการที่จะก่อมะเร็งของปอด เพราะจะเห็นว่าบางคนสูบบุหรี่กลับอายุยืนไม่มีโรคปอดมาเบียดเบียนฯ
ทั้งนี้เพราะการเกิดมะเร็งนั้นเป็นขบวนการกลายสภาพที่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุนกัน
เป็นธรรมชาติของเนื้อมะเร็ง ยิ่งนับวันการแข่งขันทางการแพทย์ยิ่งรุนแรงคล้ายกับองค์การธุรกิจ
แต่เป็นการแข่งขันในการผลิตผลงานการวิจัยออกมาสู่สาธารณะแข่งขันกัน เพื่อสร้างให้เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้องทำให้มีเอกสารงานวิจัยออกสู่สาธารณะ แต่ละวันคงจะเป็นพันเรื่องซึ่งย่อมต้องมีทั้งถูกต้อง
และไม่ถูกต้อง ทั้งเชื่อได้และเกือบจะไม่ได้ ผู้บริโภคคือแพทย์ต้องรู้จักพิจาณาข้อมูลหรือเอกสารเหล่านั้น
ดังนั้นแพทย์แทบจะทุกคนต้องเรียนรู้ขบวนการทำวิจัย เพื่อจะได้มีความรู้นำมาใช้ในการพิจารณา
อ่านเอกสารวิจัย การทำวิจัยนั้นอาจจะทำเป็นอาชีพได้เลยในประเทศเจริญ งบพัฒนาการวิจัยที่เรียกว่า
งบ R&D (Research and Development) อาจจะ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของ GDP แต่ประเทศไทยเรางบดังกล่าว
ยังเป็นตัวเลขหลังจุดศูนย์อยู่เลย ประเทศเลยยังย่ำอยู่กับที่ เพราะผู้บริหารมองไม่เห็นความสำคัญ
จากการพิจารณาดูเอกสารทางการแพทย์ โดยเฉพาะเกี่ยวพันกับมะเร็งแล้วพบว่า
ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมดูจะมีปริมาณมากกว่าอวัยวะอื่น
ยาคุมกำเนิดนั้นมีต้นกำเนิดจากประเทศทางยุโรปตอนเหนือ ทางแถบสแกนดิเนเวีย
เป็นเหตุผลที่ทำให้ประเทศทางแถบดังกล่าวมีประชากรเกิดในอัตราต่ำของโลก มีการควบคุมประชากร
ทรัพยากรจัดสรรอย่างลงตัว ทำให้ประเทศเหล่านั้นมีแต่ประชากรที่มีคุณภาพ เพราะสัดส่วนทรัพยากร
ต่อประชากรเป็นไปอย่างเหมาะสม ประชาชนทุกคนได้รับการดูแลทางสังคมอย่างดี มีมาตรฐานคุณภาพชีวิตสูง
ส่งผลให้แม้ประเทศเหล่านั้นแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ในโอลิมปิกที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างที่ดีที่มีนักกีฬาเก่งๆ
มากมาย หากเทียบอัตราส่วนเหรียญที่ได้กับประชากรแล้ว ทั้งจีนและสหรัฐแพ้หลุดลุ่ย ถ้าใครเป็นคอกีฬา
จะยิ่งเห็นชัดเจน ทั้งนักฟุตบอล นักกอล์ฟเด่นๆ จะมาจากประเทศเหล่านี้มากมายทั้งๆ ที่พื้นที่สภาพอากาศ
ไม่ได้เอื้อต่อการเล่นกีฬากลางแจ้งตลอดปี แต่ก็มีนักกีฬาเด่นๆ ออกมาหาเงินเข้าประเทศจากประเทศอื่นๆ
มากมาย
การผลิตยาคุมก็เหมือนกับการตัดเสื้อผ้ายุคแรกๆ ก็ต้องมุ่งเน้นวัตถุประสงค์หลัก
คือยาคุมการเกิดให้ได้ก็เลยใช้ปริมาณค่อนข้างมาก แม้ขบวนการในการผลิตยาออกมาในท้องตลาด
ยังต้องมีการศึกษาวิจัยแต่ก็ใช้ระยะเวลาจำกัด ซึ่งผลของยาระยะยาวยังไม่แสดงแน่ชัด
แต่เป็นขบวนการทางการแพทย์ที่จะต้องมีการติดตามประเมินการใช้ยาทุกตัว
เพื่อนำมาวิเคราะห์ศึกษาถึงผลข้างเคียงตลอดการใช้ยา ยาคุมก็เช่นกันก็มีการปรับเปลี่ยน
ปรับปรุงตลอดมา จากแรกๆ ที่ใช้พบว่ามีผลต่ออาการอาเจียนคลื่นไส้ อาการทางผิวหนัง ทางหลอดเลือด
ก็มีการปรับตัวยา ปรับขนาดยา ปริมาณยาให้ลดลงมาเรื่อยๆ โดยยังคงประสิทธิภาพทางการคุมกำเนิดอยู่
ยาบางตัวจากข้อมูลที่รวบรวมบางชนิดก็พบว่ามีผลข้างเคียงที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้
ในการรักษาความผิดปกติบางชนิด เช่น ยาคุมบางตัวพบว่า ผลข้างเคียงคือลดการเกิดสิว
บางชนิดพบว่าสามารถนำไปช่วยรักษาอาการปัสสาวะผิดปกติได้ เมื่อศึกษามากเข้านานเข้า
ก็จะพบผลข้างเคียงทั้งทางบวกและทางลบเพิ่มขึ้น
ที่ฮือฮาคือเรื่องเกี่ยวพันกับการเกิดมะเร็งเต้านม ก็เนื่องจากมีการศึกษา
ในกลุ่มคนเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งฝรั่งประเทศทางตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกาเป็นกันมาก
ในผู้หญิงที่เกิดมา 9 คนจะต้องมี 1 คนที่มีปัญหาเต้านมจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุข
ของประเทศเหล่านั้น จนมีการตั้งองค์กรที่มีเงินทุนแน่นหนา เพราะเป็นโรคของคนมีอันจะกิน
ก็เลยมีคนสนับสนุนมากมาย ผิดกับมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นโรคคนจน แม้ในอเมริกาก็มีคนไข้จำนวนมาก
และเป็นโรคที่ป้องกันได้แต่ไม่มีองค์กรเช่น มะเร็งเต้านม
แม้ในประเทศที่ประชาชนทุกคนเท่าเทียมกันมากกว่าประเทศสารขันและประเทศอื่นๆ
มะเร็งเต้านมจึงเป็นโรคที่ครองอันดับต้นๆ ของมัจจุราชคร่าชีวิตสตรี เลยมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยกันมากมาย
และเนื่องจากเป็นโรคที่เกิดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นวัยที่ใช้ฮอร์โมนโดยเฉพาะยาคุมกำเนิด
ก็เลยดึงมาเป็นปัจจัยในการศึกษา
จริงๆ คำว่ามนุษย์หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "คน" นั้นถูกต้องแล้วคือยุ่งไปหมด
สิ่งไม่มีชีวิตนั้นหนึ่งบวกหนึ่งย่อมต้องเป็นสอง แต่มนุษย์หรือคนอาจจะสองหรือมากกว่าเป็น 3
หรือเป็นสิบก็ได้ ไม่เท่านั้นยังดึงเอาปัจจัยอื่นๆ เช่น พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมทางสังคม
พฤติกรรมทางเพศฯ
เข้ามาเกี่ยวพันและรวมถึงสภาพภูมิศาสตร์ที่สำคัญคือพันธุกรรม ที่พบว่ามีส่วนสำคัญต่อสาเหตุ
การเกิดมะเร็งไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้ายิ่งเป็นของเต้านมแล้ว ความผิดปกติทางหน่วยพันธุกรรม
เป็นพื้นฐานที่สำคัญของโรค ปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวเสริมและตัวเร่งให้เกิดขึ้น เป็นที่ยอมรับว่า
สาเหตุของโรคมะเร็งนั้นเป็นเรื่องของหลายปัจจัยมารวมกันที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Multifactors
เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือศัพท์ทางแพทย์ที่เข้าใจง่ายคือ ตัวยีน (Gene)
มีความผิดปกติอยู่ก่อนแล้วซ่อนเร้นอยู่
ปัจจุบันพบว่ามีอยู่ 2 ตำแหน่งซึ่งตั้งชื่อให้เข้าใจง่ายเป็นตัวย่อว่า BRCA 1 และ BRAC 2
คำว่า BR ก็ย่อมาจาก BREAST แปลว่า เต้านม CA เป็นตัวย่อมาจากคำว่า CANCER คือมะเร็ง
หน่วยพันธุกรรมนี้ถ่ายทอดมาได้จากพ่อแม่มาถึงลูกหลาน การซักประวัติในครอบครัว
จึงสำคัญต่อผู้หญิงว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ยิ่งใกล้ชิดกันโอกาสก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ก็จะมีคำถามตามมาว่า
แล้วเริ่มต้นตัวพันธุกรรม BRCA ทั้ง 1 และ 2 มาจากไหน เชื่อว่ามาจากหน่วยพันธุกรรมปกติ
และเกิดการกลายพันธุ์หรือผ่าเหล่าเกิดขึ้น เพราะในขบวนการแบ่งตัวขยายตัวทางเซลล์
รวมทั้งการปฏิสนธิต้องมีการเพิ่มการแบ่งหน่วยพันธุกรรม
การที่มีการเคลื่อนย้ายทางพันธุกรรมก็อาจจะเกิดการตกหล่น หรือเคลื่อนตัวเรียงตัวผิดไปได้
เช่นเดียวกับการย้ายของจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง ถ้ามีของมากโดยเฉพาะหน่วยพันธุกรรมมีเป็นล้านๆ
หน่วยก็อาจจะเกิดตกหล่น เคลื่อนที่ ขาดวิ่น แตกหักไปบ้าง หรือบางหน่วยมีจำนวนส่วนประกอบเกินมา
ก็เพราะของหน่วยอื่นมารวมอยู่ทำให้หน่วยพันธุกรรมใหม่นั้นผิดปกติ และก็จะทำให้โปรตีน
ซึ่งหน่วยพันธุกรรมเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมการสร้างผิดปกติ ถ้าเป็นทาง BRCA ก็จะไปกระตุ้น
ทำให้เซลล์ของเต้านมเจริญแบบควบคุมไม่ได้จนกลายเป็นเนื้องอก
แต่การที่หน่วยพันธุกรรมใดจะสร้างอะไรออกมาก็ตาม จะต้องมีสารเคมีเฉพาะมากระตุ้น
ที่เซลล์ที่มียีนผิดปกติอยู่ สารเคมีหรือสารประกอบพิเศษเหล่านี้ คือปัจจัยกระตุ้นเหนี่ยวนำ
ให้พันธุกรรมที่ผิดปกติทำงาน หนึ่งในสารเหล่านั้นเชื่อว่าเป็นฮอร์โมนเพศหญิง
แต่ธรรมชาติก็ไม่โหดร้ายเสียทีเดียว ได้สร้างตัวข่มยีนผิดปกติไว้เช่นกันเป็นตัวถ่วงดุลหรือสมดุลไว้
แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณสตรีที่มี BRCA แล้วจะต้องเป็นมะเร็งเต้านมทุกราย
บางรายอาจจะต้องถูกกระตุ้นนานจนอายุ 80 หรือ 90 ปีจึงจะเกิดอาจจะเสียชีวิตก่อนจะกลายก็เป็นได้
การที่ฮอร์โมนเพศหญิงมีส่วนกระตุ้นเร่งเร้าหน่วยพันธุกรรมที่ผิดปกตินี่เอง จึงทำให้อาหาร
กลายเป็นปัจจัยก่อมะเร็งเต้านมไปโดยเฉพาะอาหารที่เป็นกลุ่มไขมันสูงๆ เพราะในสตรีนั้น
ฮอร์โมนเพศที่สร้างขึ้นมามีพื้นฐานสารเคมีจากสารประกอบไขมัน
และที่พิเศษแต่กลับก่อผลร้ายคือ เซลล์ไขมันใต้ผิวหนังสตรีสามารถเปลี่ยนไขมัน
เป็นฮอร์โมนเพศได้
การศึกษาจึงออกมาว่าสตรีที่เป็นมะเร็งมักจะเกี่ยวพันกับการมีไขมันสูงในปริมาณไขมันมากเป็นคนอ้วน
และฝรั่งสตรีนั้นจึงมีที่กล่าวกันว่าจะสวยแค่อายุ 30 ปี หลังจากนั้นคุณเธอก็จะกลายสภาพเป็นถุง
หรือกระสอบมันฝรั่ง (Potato Sack) เสียค่อนประเทศจึงทำให้มีอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมสูง
ฮอร์โมนที่ใช้ในการคุมกำเนิดนั้นแม้ในระยะแรกๆ จะผลิตออกมาในปริมาณมาก
ก็คงเป็นเพียงตัวสนับสนุนให้เกิดง่ายขึ้น แต่ยาคุมในปัจจุบันมีขนาดต่ำมาก จนเกือบจะกล่าวได้ว่า
ไม่ได้เพิ่มปริมาณฮอร์โมนเพศเลย เพราะฮอร์โมนจากยาคุมจะไปกดรังไข่ให้หยุดพักการทำงาน
เลยไม่ค่อยผลิตฮอร์โมนเพศออกมาทำให้การศึกษาระยะต่อๆ มาจึงไม่ค่อยพบว่ามีความเกี่ยวพัน
ต่อการเกิดมะเร็งเต้านมอย่างชัดเจน
น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์
|