มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ยาคุมกับมะเร็งเต้านม


ไอที (IT) นอกจากมีประโยชน์มากมายมหาศาล จนเป็นสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์เกาะติดสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมากได้ แต่ก็มีโทษ ถ้าไม่รู้จักบริโภคหรือพิจารณาให้ดี จนบางครั้งอาจจะทำให้ถึงกับสะเทือนหรือสับสนได้ เพราะความรวดเร็วของการสื่อสารนี่เอง

ผลดังกล่าวก็เกิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถ้าติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์หรือทางวิทยุฯ ที่เสนอข่าวเกี่ยวกับยาคุมออกมาว่า แพทย์พบว่าแทบทุกฉบับที่ลงข่าวสร้างความตระหนกตกใจ กับคุณผู้หญิงที่ท่านยาคุม ซึ่งในประเทศไทยมีหลายล้านคนก่อปัญหากับสูติ-นรีแพทย์ ที่ต้องตอบคำถามมากมาย ซึ่งสื่อก่อขึ้นอย่าว่าแต่นักการเมืองเท่านั้นที่โทษสื่อ หมอก็ต้องโทษที่กุข่าว เพื่อให้ผู้คนสนใจโดยไม่สนใจว่าจะมีผลกระทบอย่างไร

ตัวอย่างข่าวดังกล่าว มีเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริงคือ กล่าวถึงยาคุมกำเนิดซึ่งผลิตใช้ในสมัยก่อน คือในปี พ.ศ.2518 เป็นยาคุมกำเนิดยุคแรกๆ ที่ผลิตขึ้นมา จึงมีปริมาณฮอร์โมนค่อนข้างสูง จากการศึกษาติดตามก็พบว่า ในกลุ่มสตรีที่ใช้ยาคุมดังกล่าวมีอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งยาคุมปัจจุบันนี้มีขนาดปริมาณฮอร์โมนน้อยกว่าในปี พ.ศ.2518 มากและยังมีผลข้างเคียง ของยาน้อยกว่าด้วย ตัวเลขปัจจุบันที่ใช้ยาคุมสมัยใหม่ไม่พบว่ามีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมชัดเจน เมื่อสื่อโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์นำบางส่วนไปลงก็เลยเกิดความไขว้เขว ในสังคมโดยเฉพาะคุณผู้หญิง

เพื่อเป็นการแก้ข่าวให้กับความถูกต้องจึงนำบางประเด็นของผลยาคุมต่อมะเร็งเต้านม มาตีแผ่ในหลายๆแง่มุม ซึ่งกว่าจะรวบรวมได้ต้องศึกษาหรืออ่านงานศึกษาอย่างหลากหลาย เพราะการศึกษาวิจัยนั้นมีขบวนการมีระเบียบปฏิบัติและต้องทำตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะได้ผลลัพท์ที่เชื่อถือได้ถูกต้องและใช้งานได้ ในทางปฏิบัติการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะทางการแพทย์ ซึ่งทำกับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็จะมีตัวกวนคือปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวพันกัน ซึ่งเป็นคุณลักษณะของการทำวิจัยในทางการแพทย์ทำให้การศึกษาวิจัยต้องใช้เวลามากกว่า การทำการศึกษาวิจัยที่ทำกับสิ่งไม่มีชีวิต

การศึกษาวิจัยทางการแพทย์อาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี เช่น ตัวอย่างการศึกษาเรื่องมะเร็งปอด กว่าจะรู้ว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องเน้นคำว่าหนึ่ง เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาก ในการที่จะก่อมะเร็งของปอด เพราะจะเห็นว่าบางคนสูบบุหรี่กลับอายุยืนไม่มีโรคปอดมาเบียดเบียนฯ

ทั้งนี้เพราะการเกิดมะเร็งนั้นเป็นขบวนการกลายสภาพที่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุนกัน เป็นธรรมชาติของเนื้อมะเร็ง ยิ่งนับวันการแข่งขันทางการแพทย์ยิ่งรุนแรงคล้ายกับองค์การธุรกิจ แต่เป็นการแข่งขันในการผลิตผลงานการวิจัยออกมาสู่สาธารณะแข่งขันกัน เพื่อสร้างให้เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้องทำให้มีเอกสารงานวิจัยออกสู่สาธารณะ แต่ละวันคงจะเป็นพันเรื่องซึ่งย่อมต้องมีทั้งถูกต้อง และไม่ถูกต้อง ทั้งเชื่อได้และเกือบจะไม่ได้ ผู้บริโภคคือแพทย์ต้องรู้จักพิจาณาข้อมูลหรือเอกสารเหล่านั้น

ดังนั้นแพทย์แทบจะทุกคนต้องเรียนรู้ขบวนการทำวิจัย เพื่อจะได้มีความรู้นำมาใช้ในการพิจารณา อ่านเอกสารวิจัย การทำวิจัยนั้นอาจจะทำเป็นอาชีพได้เลยในประเทศเจริญ งบพัฒนาการวิจัยที่เรียกว่า งบ R&D (Research and Development) อาจจะ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของ GDP แต่ประเทศไทยเรางบดังกล่าว ยังเป็นตัวเลขหลังจุดศูนย์อยู่เลย ประเทศเลยยังย่ำอยู่กับที่ เพราะผู้บริหารมองไม่เห็นความสำคัญ จากการพิจารณาดูเอกสารทางการแพทย์ โดยเฉพาะเกี่ยวพันกับมะเร็งแล้วพบว่า ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมดูจะมีปริมาณมากกว่าอวัยวะอื่น

ยาคุมกำเนิดนั้นมีต้นกำเนิดจากประเทศทางยุโรปตอนเหนือ ทางแถบสแกนดิเนเวีย เป็นเหตุผลที่ทำให้ประเทศทางแถบดังกล่าวมีประชากรเกิดในอัตราต่ำของโลก มีการควบคุมประชากร ทรัพยากรจัดสรรอย่างลงตัว ทำให้ประเทศเหล่านั้นมีแต่ประชากรที่มีคุณภาพ เพราะสัดส่วนทรัพยากร ต่อประชากรเป็นไปอย่างเหมาะสม ประชาชนทุกคนได้รับการดูแลทางสังคมอย่างดี มีมาตรฐานคุณภาพชีวิตสูง ส่งผลให้แม้ประเทศเหล่านั้นแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ในโอลิมปิกที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างที่ดีที่มีนักกีฬาเก่งๆ มากมาย หากเทียบอัตราส่วนเหรียญที่ได้กับประชากรแล้ว ทั้งจีนและสหรัฐแพ้หลุดลุ่ย ถ้าใครเป็นคอกีฬา จะยิ่งเห็นชัดเจน ทั้งนักฟุตบอล นักกอล์ฟเด่นๆ จะมาจากประเทศเหล่านี้มากมายทั้งๆ ที่พื้นที่สภาพอากาศ ไม่ได้เอื้อต่อการเล่นกีฬากลางแจ้งตลอดปี แต่ก็มีนักกีฬาเด่นๆ ออกมาหาเงินเข้าประเทศจากประเทศอื่นๆ มากมาย

การผลิตยาคุมก็เหมือนกับการตัดเสื้อผ้ายุคแรกๆ ก็ต้องมุ่งเน้นวัตถุประสงค์หลัก คือยาคุมการเกิดให้ได้ก็เลยใช้ปริมาณค่อนข้างมาก แม้ขบวนการในการผลิตยาออกมาในท้องตลาด ยังต้องมีการศึกษาวิจัยแต่ก็ใช้ระยะเวลาจำกัด ซึ่งผลของยาระยะยาวยังไม่แสดงแน่ชัด แต่เป็นขบวนการทางการแพทย์ที่จะต้องมีการติดตามประเมินการใช้ยาทุกตัว เพื่อนำมาวิเคราะห์ศึกษาถึงผลข้างเคียงตลอดการใช้ยา ยาคุมก็เช่นกันก็มีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุงตลอดมา จากแรกๆ ที่ใช้พบว่ามีผลต่ออาการอาเจียนคลื่นไส้ อาการทางผิวหนัง ทางหลอดเลือด ก็มีการปรับตัวยา ปรับขนาดยา ปริมาณยาให้ลดลงมาเรื่อยๆ โดยยังคงประสิทธิภาพทางการคุมกำเนิดอยู่

ยาบางตัวจากข้อมูลที่รวบรวมบางชนิดก็พบว่ามีผลข้างเคียงที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ ในการรักษาความผิดปกติบางชนิด เช่น ยาคุมบางตัวพบว่า ผลข้างเคียงคือลดการเกิดสิว บางชนิดพบว่าสามารถนำไปช่วยรักษาอาการปัสสาวะผิดปกติได้ เมื่อศึกษามากเข้านานเข้า ก็จะพบผลข้างเคียงทั้งทางบวกและทางลบเพิ่มขึ้น

ที่ฮือฮาคือเรื่องเกี่ยวพันกับการเกิดมะเร็งเต้านม ก็เนื่องจากมีการศึกษา ในกลุ่มคนเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งฝรั่งประเทศทางตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกาเป็นกันมาก ในผู้หญิงที่เกิดมา 9 คนจะต้องมี 1 คนที่มีปัญหาเต้านมจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ของประเทศเหล่านั้น จนมีการตั้งองค์กรที่มีเงินทุนแน่นหนา เพราะเป็นโรคของคนมีอันจะกิน ก็เลยมีคนสนับสนุนมากมาย ผิดกับมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นโรคคนจน แม้ในอเมริกาก็มีคนไข้จำนวนมาก และเป็นโรคที่ป้องกันได้แต่ไม่มีองค์กรเช่น มะเร็งเต้านม

แม้ในประเทศที่ประชาชนทุกคนเท่าเทียมกันมากกว่าประเทศสารขันและประเทศอื่นๆ มะเร็งเต้านมจึงเป็นโรคที่ครองอันดับต้นๆ ของมัจจุราชคร่าชีวิตสตรี เลยมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยกันมากมาย และเนื่องจากเป็นโรคที่เกิดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นวัยที่ใช้ฮอร์โมนโดยเฉพาะยาคุมกำเนิด ก็เลยดึงมาเป็นปัจจัยในการศึกษา

จริงๆ คำว่ามนุษย์หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "คน" นั้นถูกต้องแล้วคือยุ่งไปหมด สิ่งไม่มีชีวิตนั้นหนึ่งบวกหนึ่งย่อมต้องเป็นสอง แต่มนุษย์หรือคนอาจจะสองหรือมากกว่าเป็น 3 หรือเป็นสิบก็ได้ ไม่เท่านั้นยังดึงเอาปัจจัยอื่นๆ เช่น พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมทางสังคม พฤติกรรมทางเพศฯ เข้ามาเกี่ยวพันและรวมถึงสภาพภูมิศาสตร์ที่สำคัญคือพันธุกรรม ที่พบว่ามีส่วนสำคัญต่อสาเหตุ การเกิดมะเร็งไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้ายิ่งเป็นของเต้านมแล้ว ความผิดปกติทางหน่วยพันธุกรรม เป็นพื้นฐานที่สำคัญของโรค ปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวเสริมและตัวเร่งให้เกิดขึ้น เป็นที่ยอมรับว่า สาเหตุของโรคมะเร็งนั้นเป็นเรื่องของหลายปัจจัยมารวมกันที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Multifactors เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือศัพท์ทางแพทย์ที่เข้าใจง่ายคือ ตัวยีน (Gene) มีความผิดปกติอยู่ก่อนแล้วซ่อนเร้นอยู่

ปัจจุบันพบว่ามีอยู่ 2 ตำแหน่งซึ่งตั้งชื่อให้เข้าใจง่ายเป็นตัวย่อว่า BRCA 1 และ BRAC 2 คำว่า BR ก็ย่อมาจาก BREAST แปลว่า เต้านม CA เป็นตัวย่อมาจากคำว่า CANCER คือมะเร็ง

หน่วยพันธุกรรมนี้ถ่ายทอดมาได้จากพ่อแม่มาถึงลูกหลาน การซักประวัติในครอบครัว จึงสำคัญต่อผู้หญิงว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ยิ่งใกล้ชิดกันโอกาสก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ก็จะมีคำถามตามมาว่า แล้วเริ่มต้นตัวพันธุกรรม BRCA ทั้ง 1 และ 2 มาจากไหน เชื่อว่ามาจากหน่วยพันธุกรรมปกติ และเกิดการกลายพันธุ์หรือผ่าเหล่าเกิดขึ้น เพราะในขบวนการแบ่งตัวขยายตัวทางเซลล์ รวมทั้งการปฏิสนธิต้องมีการเพิ่มการแบ่งหน่วยพันธุกรรม

การที่มีการเคลื่อนย้ายทางพันธุกรรมก็อาจจะเกิดการตกหล่น หรือเคลื่อนตัวเรียงตัวผิดไปได้ เช่นเดียวกับการย้ายของจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง ถ้ามีของมากโดยเฉพาะหน่วยพันธุกรรมมีเป็นล้านๆ หน่วยก็อาจจะเกิดตกหล่น เคลื่อนที่ ขาดวิ่น แตกหักไปบ้าง หรือบางหน่วยมีจำนวนส่วนประกอบเกินมา ก็เพราะของหน่วยอื่นมารวมอยู่ทำให้หน่วยพันธุกรรมใหม่นั้นผิดปกติ และก็จะทำให้โปรตีน ซึ่งหน่วยพันธุกรรมเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมการสร้างผิดปกติ ถ้าเป็นทาง BRCA ก็จะไปกระตุ้น ทำให้เซลล์ของเต้านมเจริญแบบควบคุมไม่ได้จนกลายเป็นเนื้องอก

แต่การที่หน่วยพันธุกรรมใดจะสร้างอะไรออกมาก็ตาม จะต้องมีสารเคมีเฉพาะมากระตุ้น ที่เซลล์ที่มียีนผิดปกติอยู่ สารเคมีหรือสารประกอบพิเศษเหล่านี้ คือปัจจัยกระตุ้นเหนี่ยวนำ ให้พันธุกรรมที่ผิดปกติทำงาน หนึ่งในสารเหล่านั้นเชื่อว่าเป็นฮอร์โมนเพศหญิง แต่ธรรมชาติก็ไม่โหดร้ายเสียทีเดียว ได้สร้างตัวข่มยีนผิดปกติไว้เช่นกันเป็นตัวถ่วงดุลหรือสมดุลไว้

แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณสตรีที่มี BRCA แล้วจะต้องเป็นมะเร็งเต้านมทุกราย บางรายอาจจะต้องถูกกระตุ้นนานจนอายุ 80 หรือ 90 ปีจึงจะเกิดอาจจะเสียชีวิตก่อนจะกลายก็เป็นได้ การที่ฮอร์โมนเพศหญิงมีส่วนกระตุ้นเร่งเร้าหน่วยพันธุกรรมที่ผิดปกตินี่เอง จึงทำให้อาหาร กลายเป็นปัจจัยก่อมะเร็งเต้านมไปโดยเฉพาะอาหารที่เป็นกลุ่มไขมันสูงๆ เพราะในสตรีนั้น ฮอร์โมนเพศที่สร้างขึ้นมามีพื้นฐานสารเคมีจากสารประกอบไขมัน

และที่พิเศษแต่กลับก่อผลร้ายคือ เซลล์ไขมันใต้ผิวหนังสตรีสามารถเปลี่ยนไขมัน เป็นฮอร์โมนเพศได้ การศึกษาจึงออกมาว่าสตรีที่เป็นมะเร็งมักจะเกี่ยวพันกับการมีไขมันสูงในปริมาณไขมันมากเป็นคนอ้วน และฝรั่งสตรีนั้นจึงมีที่กล่าวกันว่าจะสวยแค่อายุ 30 ปี หลังจากนั้นคุณเธอก็จะกลายสภาพเป็นถุง หรือกระสอบมันฝรั่ง (Potato Sack) เสียค่อนประเทศจึงทำให้มีอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมสูง

ฮอร์โมนที่ใช้ในการคุมกำเนิดนั้นแม้ในระยะแรกๆ จะผลิตออกมาในปริมาณมาก ก็คงเป็นเพียงตัวสนับสนุนให้เกิดง่ายขึ้น แต่ยาคุมในปัจจุบันมีขนาดต่ำมาก จนเกือบจะกล่าวได้ว่า ไม่ได้เพิ่มปริมาณฮอร์โมนเพศเลย เพราะฮอร์โมนจากยาคุมจะไปกดรังไข่ให้หยุดพักการทำงาน เลยไม่ค่อยผลิตฮอร์โมนเพศออกมาทำให้การศึกษาระยะต่อๆ มาจึงไม่ค่อยพบว่ามีความเกี่ยวพัน ต่อการเกิดมะเร็งเต้านมอย่างชัดเจน

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์

(update 8 กุมภาพันธ์ 2001)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 345 พฤศจิกายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600