มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



มะเร็งหายาก


ประชาชนทั่วๆ ไป มักจะรู้สึกว่าปัจจุบันโรคมะเร็งดูจะชุกชุมมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และมักจะเป็นคำถามที่หมอจะต้องถูกถามเสมอๆ

ในทางสถิติแล้ว การเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งคงไม่มากมายจนผิดหูผิดตา แต่ด้วยปัจจัยหลายประการ

ประการแรก คือ ช่วงชีวิตที่ยาวออกของประชาชนไทยเรา จาก 50 ปีเศษเมื่อสองสามทศวรรษที่แล้วมา ปัจจุบันในสตรีไทยอายุยืนยาวกว่า 72 ปีเล็กน้อย ยิ่งถ้าเป็นภรรยาหลวงจะยิ่งยืนยาวออกตามสุภาษิตชายไทยว่า เมียหลวงมักจะแก่ไว ตายช้า

ส่วนชายไทยอายุยืนน้อยกว่าคุณผู้หญิงไทยเฉลี่ยประมาณ 4-5 ปี การที่มีช่วงชีวิตที่ยืนยาว ทำให้โอกาสเกิดโรคมะเร็งจะมีมากขึ้น เพราะโรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดคู่กับการเสื่อมของเซลล์ ทั้งนี้เป็นอานิสงค์จากการพัฒนาประเทศที่ถูกทางจากจุดเริ่มทางการแพทย์คือ การคุมกำเนิดที่ได้ผลทำให้สัดส่วนประชากรเป็นไปอย่างเหมาะสมคือ มีวัยสร้างงานมากขึ้น วัยที่ไม่สร้างงานคือ เด็กกับคนชราลดลง ที่ลดลงมากคือวัยเด็ก เพราะคุมกำเนิดจริงจังจนเด็กลดลงมาก ตัวเลขทางประชากรศาสตร์ในปัจจุบันขนาดครอบครัวเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 3-5 คือ ครอบครัวหนึ่งเฉลี่ยมีทารก 1-5 คน ซึ่งเมื่อ 20 ปีเศษมีขนาดครอบครัวเฉลี่ยประมาณ 4 คนขึ้นไป จนองค์การอนามัยโลกต้องยกให้ประเทศไทยเป็นแม่แบบในการคุมกำเนิดเรียกได้ว่า เป็นที่ดูงานคุมกำเนิดของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนา

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็มีผลกระทบต่อผู้สูงอายุซึ่งจะมีประชากรกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของการพัฒนาประเทศ โดยที่ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายพอพัฒนานานเข้า คนแก่ก็จะมากขึ้น ดูตัวอย่างใกล้ตัว เช่น ญี่ปุ่น ที่มีประชากรสูงอายุจำนวนมาก จนเคยมีข่าวว่า จะมาขอสร้างเมืองคนแก่ในไทยเพื่อให้คนสูงอายุญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่ แต่พอญี่ปุ่นฟองสบู่แตก ซึ่งแตกก่อนไทยก็เงียบหายไป

ปัจจัยที่สองคือ มลภาวะที่เอื้อต่อการเกิดมะเร็ง รวมทั้งสารก่อมะเร็งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มาสะสมในประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา เพราะประเทศที่สร้างสารเหล่านี้แอบขนย้าย มาฝากทิ้งไว้กว่าจะรู้ทันก็เกือบสายหรือบางประเทศก็สายไปเสียแล้ว ตัวอย่างคือ สารพิษที่ถูกฝังไว้ใต้สนามบินที่หัวหิน เป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก แต่ธรรมชาติก็ยังยุติธรรมอยู่บ้าง ทำให้ประเทศพัฒนาแล้ว ประชาชนมักจะเป็นมะเร็งจากการบริโภค หรือจากทุโภชนา ฝรั่งจึงเป็นมะเร็งเต้านมและลำไส้สูงมาก ซึ่งสาเหตุก็มาจากอาหารนั่นเอง

ปัจจัยที่สามคือ การสื่อสารคมนาคมที่พัฒนาไปมาก คนไปมาหาสู่กับทำให้พบเห็น คนป่วยโรคมะเร็งได้มากขึ้น เห็นได้จากการที่คนมาใช้บริการของรัฐมากขึ้น ทั้งมาตรวจเช็ก และมารักษา ซึ่งใน 3 ทศวรรษมานี้การสารธารณสุขไทยก้าวหน้าไปมาก ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ แทบไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่สามารถเข้ามารับบริการของรัฐได้

ประกอบกับระบบการสาธารณสุข สุขของไทยเป็นแบบกึ่งสังคมนิยมคือ รัฐต้องจัดให้ประชาชน หรือระบบ "ยาขอหมอวาน" กลายๆ ทำให้การมีชีวิตยืนยาวในคนไข้โรคมะเร็งดีขึ้นมาก และการรักษาให้หายก็มีอัตราสูงขึ้น ตัวเลขเลยมีมากขึ้นทำให้ดูว่าโรคมะเร็งมีสถิติเพิ่มขึ้นมาก

อีกปัจจัยสำคัญคือ การสื่อสารที่ทำให้เกิดโลกาภิวัฒน์ทางด้านข่าวสารต่างๆ หลั่งไหล ถ่ายเทอย่างรวดเร็วทั่วถึง นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปริมาณโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ทำให้ดูว่าโรคมะเร็งเป็นกันง่ายๆ เหมือนกับถูกล็อตเตอรี่เลขท้ายสามตัว

แม้มะเร็งในคนไทยโดยเฉพาะสตรีไทยเป็นกันชุกชุมกว่าประเทศทางตะวันตกคือ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบว่ามีอุบัติการของโรคมะเร็งยังอยู่ในอัตราหนึ่งในแสนสองของประชากรคือ ในจำนวนคนไทยแสนเศษ จะมีสตรีเป็นโรคมะเร็งหนึ่งคน ซึ่งถูกล็อตเตอรี่รางวันที่สามยังจะง่ายกว่า

ในทางสถิตินั้นตัวเลขของมะเร็งสตรีมีขึ้นๆ ลงๆ ตามวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพราะส่วนใหญ่ของมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์หรือมะเร็งนรีเวช มักจะมีสาเหตุของโรคประกอบด้วยเหตุใหญ่ๆ คือเกิดจากการติดเชื้อ และเกิดจากฮอร์โมนภายในร่างกาย เช่น ปากมดลูก หรืออีกสาเหตุหนึ่ง ของการเกิดมะเร็งคือ การติดเชื้อหูดหงอนไก่ (HPV) ส่วนเต้านม เยื่อบุโพรงมดลูก และรังไข่ บางส่วนก็เกิดจากฮอร์โมน เป็นต้น

ในปัจจุบันทางการแพทย์กำลังหาวิธีการป้องกันที่จะไม่ทำให้เกิดโรคหรือสามารถช่วยรักษาได้ กรณีเป็นขึ้นมาในระยะเริ่มต้น

วิธีการตรวจพิเคราะห์โรคเพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้แต่เนิ่นๆ สำหรับมะเร็งที่พอจะทราบที่มาที่ไป เช่น ปากมดลูก เต้านม เยื่อบุโพรงมดลูก รังไข่ ในขณะนี้การดูแลและรักษา ก็ได้ผลที่น่าพอใจระดับหนึ่ง ยังพอมองเห็นทางสว่างหรือโอกาสในการดูแลโรคดังกล่าว

แต่มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งท่อนำไข่ ไม่ทราบที่มาแต่ทราบที่ไปคือ ถ้าเป็นแล้วโอกาสรักษาหายขาด แทบไม่มี เป็นมะเร็งที่มีการศึกษาและวิจัยหาสาเหตุน้อยมาก เพราะเป็นโรคที่พอได้น้อยมาก พอมีโรคชนิดนี้น้อยความสำคัญของโรคก็เลยน้อย การศึกษาค้นคว้าทำได้ไม่ดี เพราะการศึกษาทางการแพทย์นั้นมีขบวนการทางการวิจัยเป็นกฎเกณฑ์เด่นชัด โรคที่พบได้น้อยกว่าจะศึกษาหาข้อสรุปได้ต้องใช้ปริมาณผู้ป่วยหรือภาษาทางสถิติเรียกว่า ประชากรของโรคจำนวนมาก กว่าจะศึกษาได้เรื่องได้ราวคนศึกษาอาจจะเสียชีวิตเสียก่อน

โรคใดมีอุบัติการชุกชุมคือเป็นกันมาก การศึกษาจะทำได้สะดวกและรวดเร็ว เช่น โรคเอดส์ เพียง 10 ปีเศษ นักวิทยาศาสตร์ก็ช่วยกันศึกษาวิจัยได้ความรู้มากมายอย่างไม่เคยมีความร่วมมือมาก ขนาดนี้มาก่อน

ย้อนกลับมาถึงมะเร็งท่อนำไข่ ซึ่งเป็นมะเร็งที่หายากคือ มีอุบัติการเป็นน้อยมาก เป็นอันดับสุดท้ายของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรีก็ว่าได้ ท่อนำไข่ เป็นอวัยวะที่ต่อเชื่อมมดลูก กับรังไข่ของคุณผู้หญิง ทำหน้าที่เป็นทางลำเลียงไข่มารอผสมพันธุ์หรือปฏิสนธิกับตัวอสุจิจากผู้เป็นพ่อ พอปฏิสนธิแล้วจะเคลื่อนตัวเข้าสู่โพรงมดลูกโดยการพัดพาเซลล์ที่บุท่อนำไข่ โดยที่เยื่อบุมะเร็ง ธรรมชาติของเนื้อเยื่อบุนี้มีคุณสมบัติงอกเจริญทดแทนกันได้ดีเป็นบริเวณที่เกิดการอักเสบ เมื่อมีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธุ์ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าปีกมดลูกอักเสบบ้าง ไข้ทับระดูบ้าง โดยมีการอักเสบพร้อมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งเข้าใจกันผิดๆ ว่าเลือดที่ออกเป็นเลือดระดู

เลือดระดูในความหมายที่ถูกต้องคือ เลือดที่ออกมาจากช่องคลอดจากโพรงมดลูก เกิดจากการสลายตัวของเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัว รอการฝังตัวของไข่ที่จะถูกปฏิสนธิ

ถ้ารอบเดือนใดไม่มีการปฏิสนธิเนื้อเยื่อดังกล่าวก็จะหลุดลอกออกเป็นเลือดปนเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลาย ถ้ารอบเดือนใดไม่มีการตกไข่ ก็จะไม่เป็นระดูแต่เป็นการฉีกขาดของเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนมากช่วงการมีเลือดออกมาจะยืดเวลาออกไป มักจะมากะปริดกะปรอยไม่ตรงตามกำหนด

เนื้อเยื่อบุท่อนำไข่ไม่มีการหลุดลอกขณะมีระดู เป็นเนื้อเยื่อที่มีศักยภาพในการเจริญทดแทนได้สูง ทนต่อการกลายพันธุ์จึงไม่ค่อยพบการกลายเป็นมะเร็งทำให้นึกถึงโรคนี้น้อย การวินิจฉัยจึงไม่ค่อยแม่นยำ ประกอบกับอาการเริ่มแรกไม่มีอะไรเด่นชัด และที่สำคัญแพร่กระจายได้รวดเร็ว

มีคนไข้หญิงต่างชาติอายุ 40 เดือน โดยไม่มีอาการผิดปกติอะไรให้สังเกต นอกจาก 2 เดือนที่ผ่านมา มีอาการตกขาวปนเลือดเพียง 1 ครั้ง เธอเป็นคนที่มีการศึกษา สนใจตัวเอง ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี เพียงครั้งสุดท้ายเธอต้องเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ จึงงดการตรวจไปเพียงครึ่งปี ด้วยอาชีพนักธุรกิจ ที่ประสพความสำเร็จ เธอจึงไม่ค่อยมีเวลามาพบแพทย์ แม้จะรู้สึกอึดอัดท้องน้อยและสังเกตท้องโตขึ้น เดือนต่อมาท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอจึงเข้าพบแพทย์ การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นสิ่งที่พบคือ มีเนื้องอกร้ายของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน ซึ่งน่าจะเป็นรังไข่อันเป็นโรคที่พบได้ชุกชุม

จากการตรวจพิเศษทั้งการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งเป็นการตรวจที่ให้ความแม่นยำสูง ค่าใช้จ่ายไม่มากนัก ร่วมกับการตรวจภายในยืนยันว่าน่าจะมีพยาธิสภาพที่ปีกมดลูก เมื่อตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ก็พบว่าน่าจะเป็นมะเร็งของท่อนำไข่ที่แพร่กระจายไปในช่องท้อง เธอกลายเป็นคนไข้ที่ได้รับความสนใจมาก เป็นดาราประจำหอผู้ป่วย เพราะเธอได้รับการขออนุญาต ให้เป็นผู้ป่วยเพื่อการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะแก่แพทย์ทั้งนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน และแพทย์อื่นๆ อันเป็นการทำคุณประโยชน์แก่วงการแพทย์ของเธอด้วยความเต็มใจ นับเป็นบุญกุศลใหญ่ยิ่งทีเดียว เพราะผลของการเรียนการสอนจะทำให้แพทย์รุ่นหลังๆ ต่อมามีความรู้ความสามารถสูง ซึ่งจะสะท้อนผลกลับมาแก่บุคคลทั่วๆ ไป เธอได้รับการรักษาในเบื้องต้น ด้วยการผ่าตัด เพื่อกวาดเอาเนื้อมะเร็งในช่องท้องออก รวมทั้งต่อมน้ำเหลือง อันเป็นทางแพร่กระจายของมะเร็ง และยังรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งแต่ละขั้นตอนการรักษาจะมีทีมของหน่วยงานมะเร็งนรีเวช เข้ามาให้ความกระจ่างในขั้นตอนการรักษา เพื่อให้คนไข้ได้เข้าใจถึงสภาวะของตัวผู้ป่วยอย่างถูกต้อง รวมทั้งแผนการรักษาติดตามโรคเพื่อจะให้ผู้ป่วยร่วมมือในการรักษาอย่างเต็มที่

เพราะการรักษาโรคมะเร็งมีขั้นตอนมากยาวนานและมีผลแทรกซ้อน ผลข้างเคียงก็มาก ถ้าไม่ให้ความเข้าใจกับผู้ป่วยอย่างดีพอ บางครั้งทำให้ผู้ป่วยหนีการรักษาก็มี ทำให้ผลการรักษาออกมาไม่ดี

การผ่าตัดก็สมชื่อที่เรียกว่า การผ่าตัดอย่างทำลายล้าง (แปลตามภาษาแพทย์ Destructive Surgery) ผู้ป่วยจะสูญเสียเนื้อเยื่อ สูญเสียเลือด น้ำเหลืองจำนวนมาก

การดูแลหลังผ่าตัดต้องดูแลกันด้วยระบบ ICU เท่านั้นไม่พอ ถ้าหายจากผ่าตัดต้องเข้ารับการบำบัด ต่อด้วยเคมีบำบัด ซึ่งเป็นยาพิษดีๆ นี่เอง แต่ละครั้งที่ให้ยาทั้งมะเร็งและเนื้อเยื่อดีล้วนถูกทำลาย แต่แพทย์จะให้ยาเลี้ยงหรือลดการสูญเสียของเนื้อเยื่อดี พอเนื้อเยื่อดีเริ่มฟื้นจากยาก็ให้ยาซ้ำอีกเป็นช่วงๆ จนแน่ใจว่ามะเร็งถูกทำลาย ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่าค่อนปีระหว่างการให้ยาบำบัดก็จะตรวจติดตาม ถ้าพบว่าดื้อยาหรือมีการกลับเป็นมาใหม่ก็ต้องวางแผนรักษาใหม่อาจจะต้องลงไม้ลงมีดคือผ่าตัดใหม่แล้ว ให้ยาชุดใหม่ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า การรักษารูปแบบกองโจรคือ ซุ่มตีตลอด ซึ่งคนไข้ต้องให้ความร่วมมืออย่างสูง ถ้าไม่เข้าใจขั้นตอนการรักษาอาจจะเข้าใจว่าโรคทรุดลง ทำให้ท้อแท้และเบื่อที่จะทนรอผลของการรักษา ก็จะหนีการรักษาจนหลงทางไปกินยาหมอพระ ยาสมุนไพรน้ำมนต์ เวทย์มนต์คาถา ก็จะไปเหมือนกับ สปอตโฆษณาขายเตียงแม่เหล็กซึ่งทำได้ดีมาก

ผู้ป่วยรายนี้เข้าใจต่อขบวนการรักษาอย่างดี อีกทั้งยังให้ความร่วมมือการรักษาดีมาก ทำให้ผลการรักษาออกมาดี ซึ่งจะต้องรอประเมินผลหลังการรักษา เนื่องจากโรคมะเร็งท่อนำไข่ มีอุบัติการน้อยมาก ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้จึงน้อย ไม่มีการตรวจคัดกรองโรคโดยเฉพาะ จึงแนะนำให้สตรีตรวจภายในประจำเพื่อค้นหาโรคนี้แต่เนิ่นๆ

ในทางการแพทย์นั้น ถ้าพบว่า มีก้อนที่มดลูกคล้ายกับไส้กรอก จะต้องทำการวินิจฉัยแยกโรคร้ายนี้เสมอ อาการแรกๆ ที่จะนำผู้ป่วยมาพบแพทย์มักไม่มีอะไรเด่นชัด ที่พบบ่อยๆ คือการปวดท้องน้อย ร่วมกับการมีตกขาวปนเลือด ซึ่งต้องเอาใจใส่หมั่นสังเกต จึงจะพบความผิดปกติดังกล่าว การที่ท่อนำไข่เป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้ดีและไม่ยึดตรึง เคลื่อนไหวได้ดี ทำให้เมื่อเวลาเกิดก้อนมะเร็ง จะไม่มีอาการแสดงให้เห็นเด่นชัด

แต่เนื่องจากเป็นอวัยวะลอยๆ ในช่องท้อง และมีท่อน้ำเหลืองมาเลี้ยงมาก ทำให้โรคมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วช่องท้องได้ง่าย รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองทำให้การพบโรคแต่เนิ่นๆ จะทำให้การรักษาหายขาดได้หมดโอกาสไป

แต่เนื่องจากปัจจุบันมียาเคมีบำบัดและขบวนการรักษาร่วมพัฒนาออกมามาก ทำให้โอกาสรักษาให้หายขาดนั้นมีมากขึ้นแม้โรคจะลุกลามไปมากขึ้น สนามรบที่แต่ก่อนแพทย์ ไม่เคยรบชนะเลย ก็เริ่มชนะ แต่ก็บาดเจ็บทั้งคนไข้ทั้งโรคร้าย ก่อนจบ

" ปีนี้คุณตรวจภายในหรือยัง! "

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์

(update 29 มกราคม 2001)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 344 ตุลาคม 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600