มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



การปลูกถ่ายอวัยวะ


ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือ
การอุทิศอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ


การปลูกถ่ายอวัยวะคือ การนำอวัยวะจากที่หนึ่งไปไว้ยังอีกที่หนึ่ง อาจเป็นในคน เดียวกันหรือต่างคนก็ได้ เช่น การย้ายผิวหนังจากขามาปะที่ลำตัว หรือการเปลี่ยนแก้วตา จากการบริจาคดวงตา อย่างไรก็ตาม วิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าไป มากจนสามารถนำอวัยวะจากผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นำไปปลูกถ่ายให้กับ ผู้ป่วยได้ ที่เรียกกันทั่วไปว่า การเปลี่ยนอวัยวะ ทำให้ผู้ที่ได้รับอวัยวะสามารถ รอดชีวิตอีกครั้ง

สำหรับประเทศไทยจนถึงปี 2542 นั้น มีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่าย อวัยวะไปแล้ว 1,652 ราย โดยปลูกถ่ายไต 1,408 ราย ปลูกถ่ายหัวใจ 98 ราย ปลูกถ่ายหัวใจและปอด 33 ราย ปลูกถ่ายปอด 16 ราย และปลูกถ่ายตับ 97 ราย

  • การปลูกถ่ายไต ยังมีผู้ป่วยรอการปลูกถ่ายไตอยู่มาก ผลของการผ่าตัด เพื่อรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังได้ผลดีกว่าการใช้เครื่องไตเทียมเพื่อล้างไต เนื่องจากโดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายถูกกว่าและมีคุณภาพชีวิตดีกว่ากันมาก ไม่ต้องมาล้างไตทุก 2-3 วัน วันละ 4-5 ชั่วโมง และร้อยละ 85 ของไตใหม่จะทำหน้าที่ได้ดีในปีแรกของการผ่าตัด

  • การปลูกถ่ายตับ การปลูกถ่ายตับทำให้ผู้ป่วยตับวาย ที่มักมีการพยากรณ์โรคว่า จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ไม่ว่าจะให้การรักษาด้วยวิธีใดๆ ก็ตามการปลูกถ่ายตับ จะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีความพิการของตับแต่กำเนิด ในผู้ป่วยโรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรัง ระยะสุดท้ายหรือมะเร็งของตับ เมื่อทำการปลูกถ่ายตับแล้วโอกาสที่ตับจะทำหน้าที่ได้ดี ในปีแรกของการผ่าตัดถึงร้อยละ 75 สำหรับในเด็กจะดีถึงร้อยละ 80

  • การปลูกถ่ายหัวใจ การปลูกถ่ายหัวใจก็เช่นเดียวกันกับอวัยวะอื่นคือ จะทำการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีหัวใจล้มเหลวรุนแรง และไม่สามารถใช้วิธีผ่าตัดอื่นๆ ยกเว้นการปลูกถ่ายหัวใจเท่านั้น ผู้ป่วยเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ จะมีชีวิตอยู่ประมาณ 6-12 เดือน แต่หลังการผ่าตัดหัวใจใหม่จะทำหน้าที่ได้ดีในปีแรก ถึงร้อยละ 70-80

  • การปลูกถ่ายหัวใจและปอด ข้อบ่งชี้ในการปลูกถ่ายหัวใจและปอดคือ โรคปอดระยะสุดท้าย หรือโรคปอดระยะสุดท้ายที่เกิดจากปัญหาหัวใจ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือมักมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 6-12 เดือน ผลของปอดที่นำมาเปลี่ยนภายใน 1 ปี จะยังทำงานได้ดีถึงร้อยละ 75

  • การปลูกถ่ายตับอ่อน อาจจะปลูกถ่ายเฉพาะตับอ่อนอย่างเดียวหรือร่วมกับไตด้วย ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้รับการรักษาและป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ผลดี ตับอ่อนจะยังทำงานอยู่ได้ดีใน 1 ปีแรก ประมาณร้อยละ 45
  • การขาดแคลนอวัยวะ

ปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารในเรื่องต่างๆ กระทำได้อย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้ทราบข่าวความ สำเร็จอย่างสูงของศัลยกรรมปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิต ยืนยาวขึ้นเท่านั้นแต่ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะ ได้รับการรักษาพยาบาลเท่าเทียวกันทุกคนไม่ว่าคนรวย
คนจนต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ปัญหาใหญ่คือ อวัยวะที่จะนำมาปลูกถ่ายมีจำกัด ไม่สามารถสร้างหรือผลิตขึ้นเองเหมือนอะไหล่รถยนต์ ต้องได้จากการบริจาคของผู้ที่มีชีวิต หรือผู้เสียชีวิตแล้วเท่านั้น

จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2540 มีผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะกว่า 55,789 คน เทียบกับเมื่อปี 2536 ซึ่งมีจำหนวนเพียง 32,000 คน ทำให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ประมาณปีละ 5,000 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ต่อปี นอกจากนี้อัตราตายระหว่างรอการปลูกถ่ายอวัยวะมีถึงร้อยละ 5.8 ต่อปี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอัตราการตายในแต่ละปีแล้ว พบว่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8.8

สำหรับประเทศไทย เมื่อปี 2542 มีผู้ลงทะเบียนเป็นผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ไว้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ 1,006 คน โดยรอการปลูกถ่ายไต 907 คน, รอปลูกถ่ายตับ 46 คน, รอปลูกถ่ายหัวใจ 14 คน, รอปลูกถ่ายหัวใจและปอด 39 คน เมื่อปี พ.ศ.2542 มีอวัยวะบริจาคผู้เสียชีวิต สมองตายเพียง 70 คน สามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายแก่ผู้ป่วยที่รอคอยอวัยวะได้เพียง 150 คน แยกปลูกถ่ายไต 129 คน, ปลูกถ่ายตับ 13 คน, ปลูกถ่ายหัวใจ 3 คน, ปลูกถ่ายหัวใจและปอด 3 คน และปลูกถ่ายปอด 2 คน

  • แนวทางแก้ไขการขาดแคลนอวัยวะ

ปัญหาการขาดแคลนอวัยวะ ทำให้มีแนวคิดต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังนี้
1. การให้การศึกษาประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านสื่อมวลชน องค์กรศาสนา กลุ่มวิชาชีพ งานกุศล แม่บ้าน ให้ทราบถึงความสำเร็จ ของการปลูกถ่ายอวัยวะ ภาวะการขาดแคลนอวัยวะ รวมทั้งผลเสียของการขาดแคลนอวัยวะ การปฏิเสธที่จะให้อวัยวะของญาติผู้เสียชีวิตจะทำให้มีผลกระทบหลายประการ

ประการแรก อวัยวะของผู้เสียชีวิตย่อมเสื่อมสลายไปในไม่ช้า ยังประโยชน์อื่นใดไม่ได้เลย ถ้านำไปปลูกถ่ายอวัยวะให้ผู้อื่นจะช่วยเพื่อนร่วมโลกให้มีชีวิตอยู่อีก 5-6 คน รวมทั้ง 2 คน ที่จะมองเห็นเมื่อเปลี่ยนดวงตา คือ จะได้บุญกุศลอย่างยิ่ง แม้จะนำมาใช้ชาตินี้ไม่ได้ ก็คงได้รับผลบุญในชาติหน้า

ประการที่สอง ญาติผู้เสียชีวิตขาดโอกาสที่จะได้ร่วมทำกุศลและยินดีที่อวัยวะหลายอย่าง ยังคงสภาพเดิมอยู่แม้จะอยู่กับผู้อื่น ซึ่งยังคงเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่เช่นนั้นผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะเหล่านี้ ก็จะเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย นับว่าเป็นการให้ทานรองจากปรมัตถ์ทาน

2. บัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ บัตรนี้เป็นสื่อและกระจายความรู้เรื่อง การบริจาคอวัยวะจากบุคคลไปยังครอบครัวโดยเน้นให้แจ้งวัตถุประสงค์ที่จะบริจาคแก่ญาติไว้ สำหรับประเทศเราอีกแนวทางหนึ่งที่จะให้มีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะมากขึ้นคือ ให้ใช้ด้านหลังของบัตรประชาชน สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคอวัยวะได้กรอกข้อความ ซึ่งปกติประชาชนจะพกบัตรนี้ติดตัวอยู่เสมอ

3. การออกกฎหมาย
3.1 บังคับให้แพทย์หรือพยาบาลโดยเฉพาะในไอ ซี ยู ขอบริจาคอวัยวะแก่ญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อนำเอาอวัยวะมาใช้ปลูกถ่ายทุกครั้ง ถ้าไม่ขอมีความผิด
3.2 ออกกฎหมายให้ถือว่าทุกคนยินยอมให้อวัยวะไว้เมื่อสิ้นชีวิตยกเว้น บุคคลได้แจ้งไว้ก่อนว่าไม่ยินยอม เช่น ประเทศเบลเยี่ยม ทำให้ได้อวัยวะเพิ่ม โดยเฉพาะไตมากขึ้นถึง 2 เท่า
4. การสร้างแรงจูงใจให้แก่ญาติด้วยสิ่งตอบแทนต่างๆ ในรูปแบบเป็นเงิน เช่น จ่ายเงินประกันชีวิต ค่าเล่าเรียน บุตร ผ่อนบ้าน ค่าทำศพ หรืออาจในรูปแบบไม่ใช่เงิน เช่น สัญญาจะเลื่อนตำแหน่ง ย้ายมาอยู่ที่ดีขึ้น การชดเชยนี้มีข้อเสียคือ อาจทำลายระบบคุณธรรม ศีลธรรมแก่ผู้นิยมทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้การกระจาย ของอวัยวะไม่เสมอภาคคือ จะไปสู่คนมั่งมีหรือนำไปสู่การบังคับขู่เข็ญรุนแรงการแสวงหา ผลประดยชน์ส่วนตัว

5. การซื้อขายอวัยวะ มีปัญหาทางศีลธรรมมากเป็นอันตรายก่อให้เกิดคอรัปชั่น และอาชญากรรรมขึ้นได้ อวัยวะจะเป็นเหมือนสินค้าขาดแคลนที่หายาก เมื่อ 200 ปีก่อน มีการฆาตรกรรมเพื่อนำร่างกายมาแลกกับเงินเพื่อจะได้นำร่างกายไปศึกษากายวิภาค คนรวยจ่ายเงินเพื่อซื้ออวัยวะ คนจนทำให้ช่องว่างในสังคมยิ่งห่าง ตลาดการขายอวัยวะจะรุนแรง จนอาจถึงขายชีวิต เพื่อแลกกับความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดีขึ้นของครอบครัว ปัจจุบันเป็นการผิดกฎหมาย
หากท่านผู้อ่านทบทวนข้อมูลเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ แล้วประสงค์จะแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะก็ถือว่า เป็นกุศลจิตสูงส่ง และขอยืนยันว่าแจ้งความจำนงแล้วหาใช่ว่าจะเป็นไปตามนั้นโดยอัตโนมัติไม่ เพราะทุกอย่างยังมีขั้นตอนอีกมากคือ
1. เป็นการแสดงเจตนารมย์ที่จะบริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายเมื่อตนเสียชีวิตแล้วเท่านั้น
2. การแสดงความจำนงนี้ไม่ได้เป็นพินัยกรรม จึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้
3. ยังต้องการความยินยอมจากญาติ เมื่อผู้แสดงความจำนงเสียชีวิตไป จึงจำเป็นต้องแจ้งให้ญาติทราบเจตนารมย์โดยทั่วกันญาติจะได้ไม่ทะเลาะกันต่อหน้าผู้ตาย
4. ในกรณีที่ตามญาติไม่พบ ให้ถือบัตรประจำตัวผู้บริจาคเป็นสิ่งทดแทน การยินยอมของญาติ
5. ควรพกบัตรติดตัวตลอดเวลา
เมื่อผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเกิดเสียชีวิตแล้วศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะทราบได้อย่างไร ?
กรณีนี้คงต้องอาศัย

1. ญาติผู้เสียชีวิตแจ้งศูนย์ฯ โดยตรงหรือโรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตได้รับการรักษาแจ้งศูนย์ฯ
2. จากบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จะแจ้งให้ศูนย์ฯ ทราบ
ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างจังหวัด ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะจัดส่งทีมงานไปผ่าตัดอวัยวะออกหรือไม่ ?

ศูนย์ฯ จะจัดส่งทีมไปหรือบางจังหวัด โรงพยาบาลในส่วนภูมิภาคจะดำเนินการผ่าตัดอวัยวะ และส่งกลับมายังศูนย์ฯ ทั้งนี้โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), กองบินตำรวจ, กรมตำรวจผ่านมูลนิธิพอ.สว.และนภาแพทย์

ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะจะได้รับการอนุเคราะห์อย่างไรบ้าง จากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ?

ศูนย์ฯ จะอำนวยความสะดวกช่วยเหลือในการดูแลร่างกายของผู้เสียชีวิต รวมทั้งการขนส่งกลับภูมิลำเนาหรือวัดที่บำเพ็ญกุศล ขอพระราชทานเพลิงศพ และขอสมาชิกกิตติมศักดิ์สภากาชาดไทย

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ มีวิธีการจัดสรรอวัยวะที่ได้รับบริจาคมาอย่างไร ?
1. ตามชนิดของอวัยวะ ได้แก่ ไต หัวใจ ปอด และตับ
2. ตามลำดับของโรงพยาบาลที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะ
3. ตามอาการผู้ป่วยคือ สภาวะฉุกเฉินจะได้รับก่อน
4. สำหรับไตมี 2 ข้าง ข้างหนึ่งจัดสรรคตามลำดับโรงพยาบาล ส่วนอีกข้างหนึ่งจัดสรร ตามผลการตรวจการเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อแก่ผู้ที่รอรับที่ลงทะเบียนไว้
การบริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายแตกต่างจากการอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาแพทย์อย่างไร ?

การบริจาคเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะ

1. นำอวัยวะบางส่วน เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต ฯลฯ ไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วยที่อวัยวะนั้นๆ เสื่อมสภาพ ให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น
2. ต้องเสียชีวิตจากสมองตายเท่านั้น
3. หลังจากการผ่าตัดนำอวัยวะออก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง แพทย์จะตกแต่งร่างกายให้คงเดิม และมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้
4. รับแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะจากผู้มีจิตกุศลทั่วประเทศ
5. แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดทุกแห่ง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลชลบุรีและหน่วยเคลื่อนที่ต่างๆ

การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์

1. อุทิศทั้งร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ศึกษาส่วนต่างๆ ของอวัยวะในร่างกายมนุษย์
2. เสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ ยกเว้นผู้บริจาคดวงตา
3. หลังจากเสียชีวิตแล้ว ต้องแจ้งให้ไปรับร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการศึกษา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปี จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลอาจารย์ใหญ่ให้
4. มีขอบเขตการรับอุทิศร่างกายจำกัดเช่นรับเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (รายละเอียดขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบัน)
5. ติดต่อได้ที่คณะแพทย์ศาสตร์ทุกแห่ง
  • ประโยชน์ของการบริจาคอวัยวะ
1. เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่สิ้นหวังให้ได้มีชีวิตใหม่พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อครอบครัวและสังคม
2. ความรู้สึกที่ว่าการสูญเสียนั้นทำให้เกิดชีวิตใหม่อีกหลายชีวิตจะชดเชย ความเศร้าโศกลงได้ ความรู้สึกที่ดีนี้จะติดตัวไป ยิ่งทราบว่าผู้ที่ได้รับอวัยวะยังระลึกถึง (โดยการถนอมอวัยวะที่ได้มา กินยาตามคำสั่ง ไม่ดื่มสุราทำลายตับ ไม่สูบบุหรี่ทำลายปอด เป็นต้น) และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เป็นประจำ
  • การร่วมมือกันในกระบวนการบริจาคอวัยวะ

ทั้งหมดเป็นเรื่องของสังคม น่าจะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในการที่ให้สาธารณชนรับทราบเรื่อง
1. การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นการให้ชีวิตใหม่พร้อมคุณภาพ
2. ผู้ป่วยที่สมองตาย คือเสียชีวิตแล้ว
3. การบริจาคอวัยวะเป็นทานบารมีที่สูงสุด ถ้ายิ่งแสดงเจตนาขณะมีชีวิตอยู่ แม้อวัยวะไม่ได้ใช้ก็ได้รับผลบุญนั้นแล้ว เมื่อเสียชีวิตลงอวัยวะนั้นเจ้าของ ก็ย่อมไม่ต้องการใช้อยู่แล้ว การให้คนอื่น นอกจากเป็นการ recycle แล้วยังช่วยชีวิตผู้อื่นอีก
  • เหตุผลสำคัญที่ไม่ได้รับการบริจาคอวัยวะ
1. ญาติผู้เสียชีวิตปฏิเสธที่จะบริจาค
2. แพทย์พยาบาลไม่ได้ทำการขอ
3. เหตุผลทางการบริหารจัดการ รวมทั้งปัญหาทางกฎหมายต่างๆ
  • สาเหตุที่ญาติผู้เสียชีวิตปฏิเสธการบริจาคอวัยวะ
1. ไม่ทราบเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ
2. ไม่ทราบเกี่ยวกับประโยชน์และวิธีการบริจาคอวัยวะ
3. ไม่ทราบเจตนารมณ์ของผู้เสียชีวิต
4. ไม่เข้าใจคำว่า "สมองตาย" ไม่แน่ใจว่าตายจริง หรือแพทย์หวังจะเอาอวัยวะให้ผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์
5. กลัวเกิดใหม่อวัยวะจะไม่ครบ แต่จริงๆ แล้วแม้เรายังมีชีวิตอยู่แต่ก็ยอมให้คุณหมอตัดอวัยวะ ที่เป็นโรคออก เช่น ไส้ติ่ง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี มดลูก เต้านม ฟัน แต่ก็ไม่เห็นจะกังวล เรื่องเกิดมาชาติหน้าแล้วอวัยวะไม่ครบเลย
6. เป็นเจตนารมย์ของผู้เสียชีวิตที่ไม่ต้องการบริจาคตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
7. ทำใจไม่ได้เนื่องจากเป็นการสูญเสียอย่างกระทันหัน
ในทวีปยุโรปประชากรประมาณร้อยละ 70 เข้าใจและทราบถึงประโยชน์ของการปลูกถ่ายอวัยวะดี จึงมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะปฏิเสธการให้อวัยวะ ที่เหลือร้อยละ 30 ของประชากรยังกังวลว่า แพทย์อาจถูกบังคับให้ผ่าอวัยวะออกโดยที่ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยตาย ส่วนการต่อต้านทางวัฒนธรรมประเพณี หรือศาสนาน้อยมาก

  • เหตุผลที่แพทย์และพยาบาลไม่ได้ทำการขอบริจาคอวัยวะ
1. ไม่มั่นใจในท่าทีของตนเองต่อการบริจาคอวัยวะ
2. ไม่สบายใจเกี่ยวกับขั้นตอนของการบริจาคอวัยวะ
3. ขาดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนของการบริจาคอวัยวะ
4. ยากที่จะเห็นผู้ป่วยเป็นเพียงผู้บริจาคอวัยวะ
5. ลังเลใจที่จะรบกวนญาติผู้เสียชีวิตในเวลาเศร้าโศก
6. ไม่แน่ใจว่าจะพูดอย่างไรดี ขาดการฝึกอบรมในการติดต่อเจรจากับญาติ เกี่ยวกับการขอบริจาคอวัยวะ
  • เหตุผลที่ไม่ได้ใช้อวัยวะที่ได้รับบริจาค

1. เหตุผลทางการแพทย์
  • อวัยวะไม่เหมาะสม
  • สภาพอวัยวะไม่ดี ผู้บริจาคอยู่ในสภาพทรุดโทรมเกินไป
  • มีผู้รอรับบริจาคน้อย ไม่มีผู้ป่วยสำรอง
2. เหตุผลทางสถาบันที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะหรือการบริหารจัดการ
  • ไม่มีเวลาจะเลือกผู้รับอวัยวะ
  • ผู้ป่วยที่รอรับ ไม่อยู่ในสภาพจะรับได้
  • ปัญหาทางกฎหมาย
  • ทำไมไม่ให้มีการซื้อขายอวัยวะ ?
อันตรายจากการซื้อขายอวัยวะก็คือ
1. เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
2. คุณภาพจะไม่ดี เพราะที่ใดเป็นการค้าย่อมคำนึงถึงกำไรก่อน
3. ผู้ที่ตั้งใจจะบำเพ็ญกุศลช่วยเหลือสังคมก็จะพากันหันหลังให้กับการบริจาค
4. เกิดอาชญากรรมการขโมยอวัยวะ การลักพาตัว ไปจนถึงฆาตกรรมได้ อีกทั้งจะเกิดมีอาชีพใหม่ คือคนกลาง นายหน้า เพื่อติดต่อหาผู้ขายอวัยวะ

กองบรรณาธิการใกล้หมอ

(update 22 มีนาคม 2001)


[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 24 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600