มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



สารพันน้ำมันมะกอก

พักหลังๆ ความนิยมบริโภคน้ำมันมะกอก ในบ้านเรามีมากขึ้น มีโอกาสได้เห็นน้ำมันมะกอก วางขายกันตามร้านค้าหลายยี่ห้อ นอกจากนี้ยังมีน้ำมันมะกอก ที่ใช้ใส่ผมบ้าง ประคบแผลบ้าง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ไม่ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีอยู่กี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ผู้เขียนจึงขออนุญาตเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามะกอกน้ำของไทยกับมะกอกฝรั่ง ที่เอามาผลิตเป็นน้ำมันมะกอกนั้น เป็นคนละพันธุ์กัน มะกอกที่เขานำมาใช้ผลิตน้ำมันมะกอกนั้น ปลูกกันหนาแน่นแถบเมดิเตอเรเนียน นอกจากนี้ยังพบได้ที่แถบตะวันตกของสหรัฐอเมริกา แถบอเมริกาใต้ก็พอมีให้เห็นได้บ้าง แถวออสเตรเลียก็มีปลูก ส่วนประเทศไทยมีคนพยายามนำมาปลูกอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่

ในผลมะกอกมีน้ำมันอยู่ประมาณ 20% เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง หรือกรดโอเลอิกอยู่สูงถึง 60-80% เป็นกรดไขมันที่กล่าวกันว่าให้ประโยชน์สูงกว่ากรดไขมันกลุ่มอื่นๆ ทำให้ความนิยมน้ำมันมะกอกมีค่อนข้างสูงและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ

ในเนื้อมะกอกมีสารอาหารอยู่มาก นอกเหนือจากน้ำมันแล้วยังมีความชื้นหรือน้ำประมาณ 65-70% มีน้ำตาลและแป้งอยู่ประมาณ 3-8% ทำให้มะกอกมีรสอมหวานเล็กน้อย มีโปรตีนประมาณ 1.5% ซึ่งไม่มากนัก มีวิตามินเล็กน้อย อย่างเช่น แคโรทีน วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินอี นอกจากนี้ยังมีสารเคมี ประเภทอินทรีย์ที่ให้สีให้กลิ่นอยู่นับเป็นร้อยชนิดแถมด้วยสารอนินทรีย์อีกพอประมาณ รสชาติแท้ๆ ของผลมะกอกจึงฝาดและขม

บริโภคมะกอกทั้งผลร่างกายจะได้รับสารเคมีต่างๆ ทั้งที่เป็นสารอาหารและไม่ใช่สารอาหาร ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพและชนิดที่ไม่มีผลต่อสุขภาพ ซึ่งมีรายงานการวิจัยอยู่จำนวนไม่น้อย กล่าวถึงสรรพคุณของสารเคมีหรือสารพฤกษาเคมีที่พบในมะกอกหลายชนิดที่ช่วยป้องกันมะเร็งบ้าง ป้องกันโรคหัวใจบ้าง โรคอื่นบ้างตามแต่จะศึกษากันซึ่งจะขออนุญาตไม่กล่าวถึง

สารอาหารในเมล็ดมะกอกที่สำคัญอย่างยิ่งและนิยมนำมาใช้บริโภคกันอย่างกว้างขวางคือ "น้ำมัน" ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเพราะมีข้อมูลสนับสนุนทางการแพทย์ และโภชนาการค่อนข้างมากว่าองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันมะกอกให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ให้คุณค่าแก่ผู้ป่วยเบาหวานและโรคอื่นๆ

ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันมะกอกได้รับความนิยมค่อนข้างมากเพราะกรดไขมันในน้ำมันมะกอก มีสัดส่วนค่อนข้างดี แม้ความสมดุลของกรดไขมันจะไม่เป็นไปตามที่นักโภชนาการแนะนำกัน แต่เชื่อกันว่าเป็นสัดส่วนที่ให้ประโยชน์เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำเพียง 10-20% กรดไขมันไม่อิ่มตัว หลายตำแหน่งหรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงมีไม่มากจนเกินไป คือมีประมาณ 7-18%

น้ำมันมะกอกที่ได้รับความนิยมกันทั่วไปนี้ มีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทให้คุณค่าไม่เท่ากัน มีกระบวนการผลิตต่างกัน ผู้อ่านจึงควรจะได้รู้จักแยกประเภทน้ำมันมะกอกว่าแต่ละกลุ่มคืออะไร มีความหมายอย่างไร

กระบวนการสกัดน้ำมันจากมะกอกมีอยู่หลายวิธี มีทั้งวิธีใช้บีบ ที่เรียกว่า การบีบแบบเย็น มีการใช้ความร้อน ใช้สารเคมี ทุกวิธีที่ใช้ในการสกัดน้ำมันพืชสามารถนำเอามาใช้ ในการสกัดน้ำมันมะกอกได้ทั้งสิ้น แม้กระทั่งวิธีการเจียวกับความร้อนก็สามารถใช้สกัด แยกน้ำมันมะกอกได้เช่นกัน น้ำมันมะกอกที่มีคุณค่าสูงสุด ราคาแพงมากที่สุด เห็นทีจะได้แก่ น้ำมันมะกอกที่เรียกว่า " Extra Virgin " เป็นน้ำมันมะกอกที่ได้จากการคัดผลมะกอกสด ที่เก็บเกี่ยวภายในหนึ่งวันหรือไม่นานกว่านั้นมากนัก ทำการบดเนื้อมะกอกจนเละ แล้วปั่นด้วยเครื่องเหวี่ยงให้น้ำมันแยกออกจากเนื้อและเม็ด น้ำมันมะกอกที่แยกได้นี้มีทั้งน้ำมัน และสารพฤกษาเคมีที่ละลายในน้ำมันปนกันออกมา มีกลิ่นเฉพาะของน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก Extra Virgin ไม่ผ่านกระบวนการอื่นในการฟอกสีหรือสกัดแยกสารปนเปื้อน หรือกรดไขมันอิสระที่เป็นพิษออก สามารถนำมาบรรจุขวดขายได้ในราคาแพงๆ น้ำมันมีสีอมเขียวบ้าง อมสีทองบ้าง คุณภาพไม่ได้ขึ้นกับสี ผู้บริโภคบางคนมักจะเข้าใจเอาว่าหากอมสีเขียวน่าจะมีคุณค่า กว่าสีเหลืองหรือสีทองซึ่งเป็นความเข้าใจผิด อันที่จริงคุณค่าไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

น้ำมันอีกประเภทหนึ่งคือ Virgin เป็นน้ำมันมะกอกที่กระบวนการผลิตผ่านความร้อนบ้าง ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะเป็นน้ำมันที่สกัดจากผลมะกอกที่มีคุณภาพรองลงมาจาก Extra Virgin น้ำมัน Virgin Olive Oil นี้ให้คุณค่าไม่เท่า Extra Virgin เพราะสารอาหารรวมถึงสารเคมี ที่เป็นประโยชน์หลายชนิด ถูกทำลายด้วยความร้อน แต่ราคายังแพงพอประมาณ Vigin Olive Oil ที่แยกออกมาได้นี้ ตามปกติส่วนหนึ่งจะถูกบรรจุขวดขายเป็น Virgin Olive Oil อีกส่วนหนึ่งแบ่งไว้ผสมกับน้ำมัน Refined Olive Oil

น้ำมัน Refined Olive Oil มีราคาถูกลงค่อนข้างมาก เป็นน้ำมันมะกอกธรรมดาที่สกัดจากเนื้อมะกอก ด้วยกระบวนการผลิตน้ำมันพืชทางอุตสาหกรรม มีการใช้ความร้อน ใช้สารเคมี โซลเวนท์ เมื่อผ่านการสกัดแยกน้ำมันออกมาแล้วยังมีการผ่านกรรมวิธีต่างๆ เช่น ฟอกสี ฟอกกลิ่น
น้ำมัน Refined Olive Oil ที่ผ่านกรรมวิธีนี้ มักเติม Virgin Olive Oil ลงไปส่วนหนึ่ง เพื่อทำให้น้ำมันมะกอกขวดที่ได้นี้ยังมีกลิ่นสีของน้ำมันมะกอกดั้งเดิมอยู่บ้าง อีกทั้งเพื่อเป็นการเติม สารต้านออกซิเดชั่นที่มีอยู่ในน้ำมัน Virgin ลงไปในน้ำมัน Refined

น้ำมันกลุ่มสุดท้าย คือ Pomage Oil เป็นน้ำมันมะกอกที่สกัดจากเนื้อมะกอก ที่ผ่านการสกัดเอา Virgin หรือ Extra Virgin Oil ออกไปแล้ว น้ำมันที่ยังค้างอยู่จะผ่านกระบวนการ สกัดทางอุตสาหกรรม คุณภาพของน้ำมันจะสู้ Refined Olive Oil ไม่ได้ แต่ยังสามารถนำมาบริโภคได้

น้ำมันมะกอกกลุ่มสุดท้ายคือ Light Olive Oil เป็นน้ำมัน Refined ที่ไม่มีการเติม Virgin กลับเข้าไปทำให้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

สุดท้ายผู้บริโภคคนใดอยากจะเลือกบริโภคน้ำมันประเภทไหน ก็เชิญตามสะดวกเถิดครับ แต่อย่าเผลอนำเอาน้ำมันมะกอกเกรดต่ำที่ใช้ใส่ผมมาบริโภคก็แล้วกัน เพราะเป็นน้ำมันที่ไม่เหมาะ ต่อการบริโภคอย่างสิ้นเชิง

ดร.วินัย ดะห์ลัน

(update 22 กุมภาพันธ์ 2001)


[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 9 ฉบับที่ 455 วันที่ 19-25 ก.พ. 2544]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600