มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



พ่อแม่ต้องเป็น…

โฮมเวฟ


จากเรื่องราวในสองฉบับที่ผ่านมา คุณพ่อคุณแม่คงจะเห็นแล้วว่า บุคคลสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การทำโฮมสคูลประสบความสำเร็จก็คือ ตัวคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามเข้าให้ถึงธรรมชาติและศักยภาพที่แฝงเร้นอยู่ในตัวลูก เพื่อการพัฒนาลูกได้อย่างรอบด้าน

ฉบับนี้เราจะคุยกันถึงบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ในการส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ และการพัฒนาบุคลิกภาพของลูกกันค่ะ ในหนังสือรายงานการวิจัย การจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home School) ประสบการณ์ของนานาประเทศ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ได้ยกข้อเสนอแนะของ Bobbi Conner นักจัดรายการวิทยุชื่อดังในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่ได้เขียนหนังสือเรื่อง "บันทึกพ่อแม่" (Parent's Journal) โดยเสนอแนะบทบาทของพ่อแม่ไว้ได้น่าสนใจทีเดียว

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองอ่านและทบทวนตนเองดูนะคะว่าเราเป็นอย่างเช่นที่ว่านี้มากน้อยแค่ไหน


บทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ในการส่งเสริม
ศักยภาพการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลิกภาพของลูก


บทบาท หน้าที่
"ยอดนักสังเกต"
หมั่นสังเกต หมั่นฟัง บันทึกความคิดในใจของลูก ประยุกต์ใช้ความเข้าใจที่มีต่อลูกต่างๆ พร้อมกับตรวจสอบความเข้าใจนั้นอยู่เสมอ
"ประธานสภาความมั่นคง"
ให้ความอบอุ่น มั่นใจ ด้วยการแสดงออกถึงความรักอย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน จัดระบบให้กิจวัตรต่างๆ ประจำวัน เช่น การกิน การนอน เป็นเวลา
"ขุนคลังกำลังใจ"
เชื่อในตัวลูก แสดงความเชื่อมั่นและชื่นชมในความสำเร็จของเขา มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญของลูก เป็นต้นแบบของการมองโลกในแง่ดี และไม่ย่อท้อต่อปัญหา
"ครูคนแรกและคนสำคัญที่สุด"
จัดสภาพแวดล้อมในบ้านที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการสำรวจ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ หาเครื่องเล่นที่เหมาะแก่วัย กระตุ้นให้เขาลงมือทำสิ่งต่างๆ และแก้ปัญหาเอง คอยกระตุ้นและตอบสนองความสงสัยใคร่รู้ของลูก
"โปรโมเตอร์นักคิด"
จัดสถานการณ์ให้ลูกได้สำรวจสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แสดงความชื่นชมต่อผลงานหรือความคิดแปลกใหม่ของลูก หาของเล่นประเภท "ต่อ-เติม" ที่ส่งเสริมจินตนาการ เป็นต้นแบบที่ดีของการเริ่มสร้างสรรค์ด้วยการหากิจกรรมต่างๆ ที่ครอบครัวสามารถสร้างสรรค์ด้วยกัน
"ศึกษานิเทศน์"
กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้และประเมินผลการเรียนรู้ของลูก อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมค่านิยมการเรียนรู้ที่ดี ด้วยการให้ลูกเริ่มต้นเรียนรู้ จากสิ่งที่เขาสนใจ ให้กำลังใจ ส่งเสริมนิสัยการเรียนที่ดี
"คอนซัลต์"
ส่งเสริมให้ลูกตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ เอง มีกิจกรรม "ระดมสมอง" เพื่อแก้ปัญหารายวันร่วมกับลูก ช่วยลูกคิดถึงผลกระทบต่างๆ จากการตัดสินใจ ส่งเสริมการเป็น "นักตาม" "นักหาข้อมูล" ของลูก คอยให้ความชื่นชมหรือคอยให้กำลังใจ เมื่อลูกตัดสินใจไม่ถูกบ้าง
"ผู้เพาะความมานะบากบั่น"
กระตุ้นให้ลูกหัดกำหนดเป้าหมายและวางแผนเป็นขั้นๆ ที่จะไปสู่เป้าหมายนั้น คอยให้ความช่วยเหลือ "ห่างๆ" เมื่อลูกกำลังพยายามทำเรื่องยากๆ และให้ความชื่นชมต่อความมานะนั้น
"แม่ทัพผู้ให้ความกล้าหาญ"
เล่านิทานเรื่องราวความกล้าหาญของบุคคลต่างๆ คอยให้กำลังใจ ยามที่เขาต้องแสดงความกล้าหาญ (เช่นที่ร้านหมอฟัน) หาเวลาคุยกับเขาเรื่องความกลัว อย่าปิดการร้องไห้ระบายของลูก
"นักมองโลกในแง่ดี"
แสดงออกด้วยการกระทำและคำพูดที่เชื่อมั่นในตัวลูก คอยเป็นคู่คิดให้เขาเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ อย่างมั่นใจ มีรางวัลหรือกิจกรรมพิเศษต่อความก้าวหน้าแต่ละช่วงชีวิต
"ศาลสถิตยุติธรรม"
แสดงออกถึงความคาดหวังที่ชัดเจนต่อลูกในเรื่องความซื่อสัตย์ เป็นต้นแบบที่ดีของการพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมากับลูก แสดงความยุติธรรมไม่ลำเอียงในทุกโอกาส แสดงความชื่นชม เมื่อลูกกล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม
"นักบุญผู้ปลูกฝังศรัทธา"
เล่านิทานเกี่ยวกับธรรมและความเชื่อทางศาสนา คุยกับลูกเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นความเชื่อทางศาสนา ให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมให้เขารู้จักให้ทานหรือช่วยเหลือผู้อื่น ส่งเสริมการสวดมนต์ ส่งเสริมให้ลูกเคารพในหลักธรรมคำสอนของศาสนาอื่น
"ผู้ว่าการสื่อสารแห่งครอบครัว"
ให้ลูกมีส่วนร่วมในวงสนทนาอยู่เสมอ กระตุ้นให้ลูกพูดแสดงความคิดความรู้สึก แนะนำวิธีการพูดและการแสดงออกที่ถูกต้องเหมาะสม แก่โอกาสต่างๆ เช่น การรับโทรศัพท์ การพูดกับผู้ใหญ่ ฯลฯ
"ผู้สร้างความเป็นนักคิดอิสระ"
ให้โอกาสที่พอเหมาะแก่วัยที่ลูกจะได้ พยายามสร้างอะไรบางอย่างด้วยตนเอง วางเฉยให้ลูกเผชิญความคับข้องใจเล็กๆ น้อยๆ ในกระบวนการแก้ปัญหานั้น
"หุ้นส่วนในความรับผิดชอบ"
ให้ลูกมีส่วนรับผิดชอบงานบ้านที่เหมาะสม เป็นต้นแบบที่ดีด้วยการทำงานบ้านประจำวันอย่างกระตือรือร้น ให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเขาทำหน้าที่ที่รับผิดชอบ
"โค้ช"
ส่งเสริมให้ลูกมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้-รู้ชนะ เน้นให้ลูก "แข่งกับตนเอง" มากกว่ามุ่งหวังเอาชนะผู้อื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมการแข่งขันต่างๆ ของลูก คอยให้กำลังใจยามผิดหวัง
"นักสืบหาความเครียด"
ใส่ใจกับสัญญาณบ่งบอกความเครียดของลูก เช่น นิสัยการกินการนอนที่เปลี่ยนไป ปกป้องลูกจากสื่อที่แสดงความรุนแรงหรือยั่วยุ คอยให้กำลังใจแต่ไม่กดดันลูกในเรื่องการเรียน ให้ลูกมีงานอดิเรกหรือวิธีหย่อนใจเฉพาะตัว เป็นผู้ฟังที่ดีสำหรับลูก
"ตลกประจำบ้าน"
หาเวลาว่างในแต่ละวันเล่นกับลูก หาอะไรสนุกทำด้วยกัน มีอารมณ์ขันและแสดงอารมณ์ขันในกิจวัตรประจำวัน ไปดูหนังเบาๆ ที่ได้หัวเราะด้วยกัน เก็บภาพและสิ่งของสมัยเด็กๆ ไว้นำกลับมายิ้มด้วยกันยามว่าง
"นักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน"
แสดงความเคารพในสิทธิและความคิดเห็นของลูก ส่งเสริมให้ลูกได้สัมผัสกับบุคคล และความคิดที่หลากหลายเพื่อเพาะความเคารพให้ผู้อื่นเช่นกัน
"บ่อกำเนิดแห่งความเข้าใจ"
แสดงความรักความเมตตาเป็นอาจิณ ใช้คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานต่อลูก สอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยคำถามเช่น "ลูกรู้สึกอย่างไรถ้าเป็นเขา…" ให้ความชื่นชมเมื่อลูกแสดงความเมตตาผู้อื่นๆ และมีท่าทีที่ชัดเจนเมื่อลูกแสดงความไม่น่ารักกับผู้อื่น มีกิจกรรมทำบุยทำทานร่วมกันทั้งครอบครัว โดยให้ลูกเป็นต้นคิดหรือตัวตั้งตัวตี


สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่คิดจะทำโฮมสคูลล่ะก็ ควรจะต้องมีคุณสมบัติตามบทบาทที่กล่าวมานี้ทุกประการ เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งครู เพื่อนและพ่อแม่

ในการที่จะทำให้ลูกเป็น Active Learner คือลูกสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวได้ด้วยตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าในด้านวิชาการ อารมณ์ หรือสังคมก็ตาม พูดง่ายๆ ก็คือ เราจะต้องให้ลูก "ทำเอง คิดเอง เรียนรู้เอง" เป็น และการจะเสริมสร้างให้ลูกเป็นอย่างที่ว่านี้ก็ต้องอาศัยพ่อแม่ที่มีคุณสมบัติดังที่ Bobbi Conner กล่าวไว้นั่นเอง

(update วันที่ 7 กันยายน 2543)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 23 ฉบับที่ 342 สิงหาคม 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600