มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



อย่าเลี้ยงลูกตามใจ


ผมมีเรื่องที่น่าสนใจและน่าคิดมาเล่าให้ฟังสองเรื่อง

เรื่องที่หนึ่ง เด็กหญิงสมศรี…ผู้มีความสุข
เด็กหญิงสมศรี รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา อาบน้ำไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา เล่นไม่เป็นเวลา วางของเล่นระเกะระกะไปทั่วบ้าน แต่ก็ไม่มีใครว่า เนื่องจากไม่มีใครว่าง ทุกคนดูจะยุ่งวุ่นวายกันไปหมด ไม่มีใครบอกสมศรีว่า เวลาไหนควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร แต่อย่างไรก็ตาม สมศรีก็มีความสุขดี เพราะเธอสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา

ลองคิดดูว่า สมศรีจะมีความสุขต่อไปเมื่อเติบโตขึ้นหรือไม่ เธอจะเป็นเช่นไรเมื่ออายุมากขึ้น ?

เรื่องที่สอง ฉายาของเด็กชายทศพล
เด็กชายทศพล ได้รับฉายาว่า "เด็กชายสายเสมอ" เขาไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลาเลย เพราะที่บ้านทั้งพ่อและแม่ของเขามักจะเข้านอนดึกมากจึงตื่นสาย อีกทั้งไม่ค่อยกระตือรือร้น และพยายามไปส่งเขาให้ทันเวลา เมื่อคุณครูเรียกไปเตือนพ่อก็จะแก้ตัวว่ารถติดบ้าง บ้านไกลบ้าง หรือหากถูกเตือนบ่อยๆ พ่อของเขาก็จะแสดงอาการไม่พอใจ และครั้งหนึ่งถึงขนาดให้เขาย้ายโรงเรียนทีเดียว

ลองคิดดูว่า ทศพล…เด็กชายสายเสมอ จะเป็นเช่นไร เมื่อเติบโตขึ้น ?

หากเราลองคาดเดาอนาคตของเด็กทั้งสองคนจะเห็นว่า

สำหรับสมศรีเมื่อเติบโตขึ้น เธอย่อมเป็นคนที่อยากทำอะไร เวลาใดก็ทำตามใจตนเอง กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดระเบียบวินัย ใช้เวลาไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนทศพลย่อมไม่เห็นความสำคัญของการตรงต่อเวลา เมื่อโตขึ้นจะเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบ นัดกับใครไว้ก็ไปสายตลอด ใครมอบหมายงานให้ทำก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง เมื่อเบื่อมากๆ ก็มีโอกาสที่จะเลิกทำเสียดื้อๆ

เด็กทั้งสองคนมีแนวโน้มว่าเมื่อเติบโตขึ้นเขาจะมีลักษณะนิสัยตามคำขวัญของผู้นำไทยสมัยหนึ่งที่ว่า "ทำอะไรตามใจคือไทยแท้" อันเนื่องจากพ่อแม่มีแนวทางการเลี้ยงลูกที่เหมือนๆ กันประการหนึ่ง นั่นคือไม่ได้ฝึกวินัยให้เกิดขึ้นในชีวิตของลูก ส่งผลทำให้เด็กทั้งสองมีแนวโน้มเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจตนเอง ไม่เห็นความสำคัญของกฎระเบียบ ไม่ชอบทำตามกฎแต่ชอบทำตามใจตนเอง อันจะนำไปสู่การขาดความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นได้ในอนาคต

การฝึกระเบียบวินัยหมายถึงอะไร

การฝึกระเบียบวินัยเด็ก หมายถึง การควบคุมดูแลและฝึกฝนให้เด็กกระทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม โดยการกำหนดกฎระเบียบในด้านต่างๆ ขึ้นเพื่อให้เด็กปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งเขาสามารถควบคุมความประพฤติของตนให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นได้

กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดขึ้นจะทำให้เด็กรู้ว่าเขาไม่สามารถทำตามใจตนเองได้ทุกเรื่อง แต่จะต้องเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เด็กจะได้รับการพัฒนาทางความคิดจนรู้ว่าควรทำอะไร เวลาใด เพราะเหตุใดรู้จักที่จะวางแผนและกำหนดเป้าหมายในการดำเนินชีวิตประจำวัน และเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองโดยตระหนักว่า การทำตามใจตนเองนั้นจะสร้างความเสียหายให้แก่ตนเอง และผู้อื่นอีกทั้งจะต้องถูกลงโทษอีกด้วย

เหตุใดพ่อแม่ต้องลงแรงฝึก ?

เด็กๆ ที่ไม่ได้รับการฝึกวินัยจะเติบโตขึ้นกลายเป็นเหมือน "ม้าพยศ" ที่ไม่ยอมให้ใครขี่หรือจูงบังเหียน ไม่สนใจคำสั่ง มุ่งทำตามใจตนเองและทำร้ายผู้อื่นเมื่อถูกขัดใจ ในทางตรงกันข้าม เด็กที่ได้รับการฝึกอย่างดีจะเป็นเหมือนม้าเชื่องๆ ที่อยู่ในร่องในรอย เข้าใจคำสั่ง ยินดีให้เจ้าของใช้งาน กลายเป็นม้าที่สามารถทำประโยชน์แก่มนุษย์ได้มากมาย

เมื่อประมวลเหตุผลที่ทำให้เด็กๆ จำเป็นต้องได้รับการฝึกวินัยตั้งแต่เล็กจนโตก็พบว่า มีเหตุผลมากมาย อาทิ

เด็กมีแนวโน้มที่จะเลือกกระทำในสิ่งที่ผิด เนื่องจากโดยธรรมชาติของเด็ก เด็กมีแนวโน้มที่จะเอาแต่ใจตนเอง มักจะเลือกทำสิ่งต่างๆ ที่ตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการของตน ดังนั้นถ้าเด็กถูกปล่อยไปตามปกติ วิสัยก็มีแนวโน้มที่เขาจะเลือก ในทางที่ผิดได้ง่ายกว่าสิ่งที่ถูกต้อง เช่น เด็กๆ ย่อมชอบรับประทานช็อกโกแลตมากกว่าอาหารที่มีประโยชน์ ดังนั้น หากเราไม่ฝึกลูกให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ปล่อยให้รับประทานช็อกโกแลตแทน ในที่สุดเขาก็จะต้องได้รับผลเสียที่ตามมา เป็นต้น

เด็กยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เด็กส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิต เด็กต้องการการสั่งสอนเพื่อเขาจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อเขาจะรู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

เด็กเป็นเหมือนกล่องเปล่าสำหรับใส่ของ เด็กพร้อมจะให้เราใส่อะไรลงไปในชีวิตของเขาก็ได้ ใครที่มาก่อนก็ย่อมได้เปรียบในการใส่สิ่งต่างๆ เข้าไปเป็นรากฐานชีวิตของเด็ก ดังนั้นถ้าพ่อแม่ ไม่เป็นผู้ที่ใส่สิ่งที่ดีๆ ลงไปก่อน ก็จะมีสิ่งอื่นๆ ที่อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ใส่ลงมาในกล่องนี้ โดยเหตุนี้เองพ่อแม่จึงควรเป็นคนแรกที่ใส่ข้อมูลแก่ลูก ด้วยตระหนักว่า เด็กไม่มีความรู้ความเข้าใจ และรอคอยการเติมจากพ่อแม่

เด็กเป็นผู้ที่ชอบเลียนแบบ เด็กทุคนมีนิสัยที่เหมือนๆ กันคือ ชอบเลียนแบบ เด็กต้องการเลียนแบบผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ใกล้ชิด ถ้าบ้านใดพ่อแม่เป็นคนนิสัยเจ้าระเบียบ เราจะเห็นว่าเด็กจะเป็นเด็กเจ้าระเบียบ ถ้าบ้านใด คนในบ้านไม่มีระเบียบ เช่น เมื่อทำน้ำหกก็ไม่เช็ด จานรับประทานเสร็จก็วางทิ้งไว้ ไม่เคยเก็บแก้วเมื่อดื่มน้ำเสร็จ ลูกก็จะเป็นแบบนั้นทุกประการ เด็กอาจจะเลียนแบบคนที่เราฝากไว้ให้ดูแล หรืออาจเป็นคนใจจอทีวีที่เด็กนั่งเฝ้าดูทุกวันๆ ถ้าเราไม่ระมัดระวัง

พ่อแม่ควรจะฝึกระเบียบวินัยในเรื่องใดบ้าง ?

  • ประการแรก ฝึกความมีระเบียบเรียบร้อย

เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่เก็บข้าวของเป็นระเบียบก็จะได้รับการพัฒนานิสัยมีระเบียบ และเป็นการฝึกความรอบคอบ เด็กที่มีระเบียบจะไม่ค่อยทำของหายเพราะเขาจะเก็บของเป็นที่เป็นทาง จัดวางเรียบร้อยหยิบใช้และตรวจสอบได้ง่าย พ่อแม่จึงควรฝึกความมีระเบียบให้ลูกโดย

พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างของความมีระเบียบเรียบร้อย ในบางบ้านที่พ่อแม่ไม่ค่อยใส่ใจ เรื่องการจัดระเบียบข้าวของภายในบ้าน ปล่อยให้รกรุงรัง ข้าวของวางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ลูกๆ ก็จะซึมซับพฤติกรรมไม่มีระเบียบของพ่อแม่ไปด้วย สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับครอบครัวที่ไม่มีระเบียบก็คือ สมาชิกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหาของที่ตนเองไม่รู้ว่านำไปเก็บไว้ที่ไหน หรือไม่คนอื่นหยิบไปแล้วไม่มาคืน และเมื่อหาไม่เจอก็อาจทำให้อารมณ์เสีย ไม่พอใจ เกิดการโทษกันไปมา นอกจากนี้การวางของไม่เป็นที่ ก็ทำให้มีแนวโน้มของหายบ่อยๆ

เมื่อลูกเราเริ่มรู้ความ เราต้องสอนให้เขามีระเบียบและมีความรับผิดชอบ เมื่อเขาหยิบสิ่งของชิ้นใดมาใช้ หรือหยิบของเล่นมาเล่น ทันทีที่ใช้เสร็จก็ให้ลูกนำไปเก็บไว้ในที่ประจำทันที และที่สำคัญต้องสอนให้ลูก รู้จักรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ เขาต้องจัดการเอง อย่ายอมให้เขาโยนภาระให้กับพ่อแม่หรือคนอื่นๆ ในบ้านในเรื่องที่เขาสมควรทำได้เอง เช่น เมื่อเด็กๆ ทำบ้านสกปรกเลอะเทอะหรือเก็บของไม่เป็นที่เป็นทาง แม่หรือพ่อก็ไม่ควรใจดีจัดเก็บให้ แต่ควรเรียกลูกๆ มาทำเอง หากเขาไม่เชื่อฟังก็อาจจะต้องมีการลงโทษด้วย

สอนลูกจัดระเบียบของใช้ส่วนตัว เราควรสอนให้ลูกจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ให้เป็นระเบียบ โดยเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้เก็บของ เช่น ตู้ กล่อง ลัง หรืออื่นๆ เพื่อให้ลูกสะดวกในการเก็บของ ควรสอนให้เขาเรียนรู้ในการจัดเก็บของส่วนตัว โดยการทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง และสอนให้เด็กเข้าใจเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น เช่น ตู้เสื้อผ้าในบ้านของผมจะจัดเรียงเสื้อผ้าเป็นชุดๆ ให้เข้าชุดกันเรียงสีและแบบที่เหมือนๆ กันไว้ด้วยกัน โดยอธิบายให้เขาฟังว่าการที่จัดเช่นนี้ ทำให้สามารถหยิบใช้ได้สะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา หาทีละชิ้น ลูกก็จะเห็นความสำคัญ และสามารถเลียนแบบเราได้

  • ประการที่สอง ฝึกการวางแผนชีวิตและการทำตามตารางเวลา

เด็กๆ ควรเรียนรู้ว่าเวลาในแต่ละวันนั้นมีจำกัดและเป็นสิ่งที่มีค่า เพราะเมื่อมันผ่านไปแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาใหม่ได้ และทำให้เขาเสียโอกาสที่ดีๆ ในชีวิตไป ดังนั้น พ่อแม่จึงควรสอนให้ลูก ดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายโดย

ตั้งเป้าหมายและวางแผนการดำเนินชีวิตให้แก่ลูก โดยต้องพิจารณาให้ครบองค์ประกอบ 4 ด้านหลัก อันได้แก่ ด้านสติปัญญาเช่น ลูกต้องมีเวลาเฉพาะเจาะจงเพื่อการเรียนรู้ การศึกษา การทัศนศึกษา การพัฒนาศักยภาพและทักษะต่างๆ เป็นต้น ด้านร่างกาย เช่น ลูกต้องรับประทานอาหารให้เป็นเวลา ต้องมีเวลาออกกำลังกายสม่ำเสมอ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น ด้านสันทนาการ เช่น เด็กๆ ต้องมีเวลาในการเล่นสนุก การท่องเที่ยว การชมสิ่งบันเทิงใจ เป็นต้น และด้านสังคม เช่น เด็กๆ ต้องมีเวลาในการพบปะเพื่อนรุ่นเดียวกัน การพบปะกับเครือญาติ เพื่อพัฒนาความสามารถในการปรับตัว และการเรียนรู้ที่จะเข้าสังคม หรือการเข้าร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น และวางแผนการใช้เวลา ในแต่ละวันให้สอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินชีวิตของลูกที่ได้ตั้งไว้

ตกลงกับลูกเกี่ยวกับตารางเวลาในชีวิตของเขา พ่อแม่ควรตกลงกับลูกเกี่ยวกับการใช้เวลาของเขา เพื่อให้เขาตระหนักว่า เขาต้องทำสิ่งใดบ้างในแต่ละวัน และต้องทำเมื่อใด ถ้าทำเสร็จเขาจะได้รับอะไร ถ้าทำไม่สำเร็จเขาจะได้รับอะไร ควรให้เด็กรู้ตารางเวลาที่เขาต้องทำตาม เช่น เวลารับประทานอาหาร เวลาเข้านอน เวลาเล่น เวลาเที่ยว เวลาทบทวนการบ้าน เวลาดูโทรทัศน์ เวลาเล่นอินเตอร์เน็ต และเมื่อลูกโตขึ้น ควรเปิดโอกาสให้เขาจัดตารางเวลาของเขาเอง ให้เด็กๆ มีโอกาสวางแผนประจำปี ประจำเดือน ประจำสัปดาห์ และในแต่ละวันและให้มีการประเมินผลร่วมกันว่า ลูกทำได้ตามนั้นหรือไม่อย่างไร

สอนให้เป็นคนที่ตรงต่อเวลา เราควรสอนลูกให้เห็นคุณค่าของเวลาและเห็นผลเสีย ของการไม่ตรงต่อเวลาที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ชี้ให้ลูกเห็นว่าการมาสาย 5 นาที ขณะที่มีคน 10 คน คอยเราอยู่นั่นหมายถึง เรากำลังทำให้ทุกคนต้องเสียเวลาเพื่อเราคนละ 5 นาที นับรวมๆ แล้วเป็นเกือบชั่วโมง ซึ่งเวลาที่เสียไปนี้ นอกจากจะเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นแล้ว ยังเป็นการเสียโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆ มากมาย การสอนลูกให้เห็นคุณค่าของเวลา จะทำให้เขาเป็นคนที่รักษาคำพูดและเมื่อเติบโตขึ้นเขาก็จะเป็นคนที่ไว้วางใจได้ของคนทั่วไป

การฝึกวินัยลูกนั้น พ่อ-แม่ควรทำให้เป็นเรื่องสนุก อย่าบังคับจนลูกเกิดความกลัวว่า ถ้าทำไม่ได้จะต้องถูกลงโทษ แต่ควรทำด้วยความรัก ควรใช้วิธีจูงใจให้เด็กๆ รู้สึกอยากทำ โดยการให้รางวัล การชมเชย การให้กำลังใจ และอธิบายเหตุผลในสิ่งต่างๆ ที่เขาควรจะทำ อีกทั้งสิ่งที่ให้ทำอย่างมีวินัยนั้นควรเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับวัยของเขา ตามธรรมชาติ เพื่อเขาจะได้รับความเพลิดเพลินจากการทำด้วยและเมื่อโตขึ้นเขาจะไม่เกิดความเข็ดขยาด หรือขมขื่นใจที่ต้องอยู่ในวินัยเมื่อยังเด็กด้วย

ความมีระเบียบวินัยจะช่วยให้เด็กรับผิดชอบต่อตนเองได้เป็นอย่างดี เช่น เด็กจะรู้ว่าเวลาใดควรนอน ควรตื่น ควรเล่น รู้ว่าควรเก็บของให้เป็นที่ รู้ว่าควรทำสิ่งใดจึงเหมาะสม เป็นต้น อันเป็นเหตุให้เด็กสามารถบังคับตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแห่งความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ได้ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าและยินดีทำตามกฎเกณฑ์ของสังคม ตั้งแต่กฎเกณฑ์ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทิ้งขยะลงในถังขยะที่จัดเตรียมไว้ให้ เดินข้ามถนนตรงทางข้ามหรือสะพานลอย เคารพกฎหมายบ้านเมือง จนไปถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่น การจ่ายภาษี เป็นต้น อันจะช่วยสนับสนุนให้เขาเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

(update 13 พฤศจิกายน 2000)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 23 ฉบับที่ 340 มิถุนายน 2543 ]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600