มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



สมองตาย


ถ้าการปลูกถ่ายอวัยวะโดยอวัยวะบริจาคจากคนที่ตายสนิทจริงๆ สามารถทำได้แล้วประสบความสำเร็จ ปัญหาคงไม่มากอย่างที่ปรากฏอยู่ในระยะนี้ แต่ความจริงมีอยู่ว่า ถ้าสามารถนำอวัยวะบริจาค จากคนที่สมองตายแล้วหัวใจยังเต้นอยู่ได้ละก็ ผลการปลูกถ่ายอวัยวะจะดีกว่ามากเลย ทั้งนี้เพราะอวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายนั้นยังสดอยู่นั่นเอง

แต่ใครจะทำใจได้ล่ะว่า หัวใจยังเต้นอยู่แล้วบอกว่าตายแล้ว ?

ตรงนี้คงต้องอธิบายด้วยหลักการแพทย์โดยเริ่มต้นที่คำว่า "สมองตาย" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 พิมพ์ครั้งที่ 5 พ.ศ.2538 ให้คำจำกัดความไว้ว่าคือ สภาวะที่สมองถูกทำลายจนสูญเสียการทำงานอย่างสิ้นเชิงและถาวร

แล้วทำไมจึงคิดว่าสภาวะสมองตาย คือเสียชีวิตแล้ว ?

ในสมัยก่อนเรายอมรับว่าการตายเกิดขึ้นเมื่อหัวใจหยุดเต้น และมีการหยุดหายใจ อย่างนี้ใครๆ ก็ดูออก ไม่ต้องอาศัยหมอก็ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเสมองตามหมู่บ้านต่างๆ เห็นอยู่เป็นประจำอย่างแจ่มชัด แต่สมัยนี้การวินิจฉัยว่าตายแล้วมีความซับซ้อนขึ้น

เหตุเพราะว่าหมอสามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์ช่วยการทำงานของหัวใจและการหายใจ แม้ว่าคนๆ นั้นสูญเสียการทำงานของสมองโดยสิ้นเชิงแล้วก็ตาม คนไข้ที่อาศัยเครื่องช่วยหายใจ หรือยากระตุ้นหัวใจนั้นจะต่างอย่างสิ้นเชิงจากคนไข้ที่ไม่รู้สึกตัวแต่ยังหายใจได้ เพราะคนไข้ที่ไม่หายใจ ด้วยตนเองนั้นสมองถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิงจนไม่รู้สึกตัวเลย หายใจเองไม่ได้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น เขาจึงเรียกว่า สมองตาย ซึ่งปรากฏว่าส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บของสมองอย่างรุนแรง จากอุบัติเหตุโดยเฉพาะจักรยานยนต์ หรือนอกจากนี้ก็มีเลือดออกในช่องสมอง เส้นเลือดแตกในเนื้อสมอง เนื้องอกในสมอง

สมองตายต่างจากเจ้าหญิงนิทรา เพราะเจ้าหญิงนิทรานั้นสมองตายส่วนบนเสียไป แต่แกนสมองคือ ศูนย์ควบคุมการหายใจยังดีอยู่จึงหายใจได้เอง มีปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ ได้ จึงไม่ถือว่าเสียชีวิต

ในแต่ละปีที่ยุโรปและสหรัญอเมริกาจะมีคนประสบเหตุจนเกิดสมองตายในอัตรา 20-40 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน ส่วนในเมืองไทยยังมีตัวเลขไม่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะมากกว่าต่างประเทศ เพราะคนไทยใช้จักรยานยนต์มาก และกฎหมายการใช้หมวกกันน็อคไม่ได้บังคับใช้จริงจัง คนไทยจึงชอบตามใจตัวคือใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เวลารถประสบอุบัติเหตุจึงบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

เมื่อสมองตายแล้วจึงยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นการเสียชีวิต ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ ในการทำบุญกุศลสูงส่ง คือการบริจาคอวัยวะเพื่อต่ออายุของคนป่วยไข้

ที่จริงวงการแพทย์ไทยจะขอให้ทางการแก้กฎหมายเสียก่อน เหตุเพราะว่ากฎหมายไทยที่มีอยู่บอกว่า คนเราตายเมื่อหัวใจหยุดเต้น ดังนั้นจึงปลูกถ่ายอวัยวะไม่ได้ แต่หลังจากการประชุมระดมความคิดเห็น ตลอดจนการประชุมโต๊ะกลมเรื่อง " การตายทางการแพทย์และการตายทางกฎหมาย " เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2531 ในห้องประชุมสารนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว แพทย์และนักกฎหมายจากสถาบันต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องต้องกันในสาระสำคัญที่ว่า
1. การชี้ขาดการตายเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทางการแพทย์
2. บุคคลซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่า สมองตาย ถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตาย
3. สมองตาย หมายถึงการที่แกนสมองถูกทำลายจนสิ้นสุดการทำงาน โดยสิ้นเชิงตลอดไป
4. แพทย์เป็นผู้มีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยและตัดสินการตายของสมอง ตามเกณฑ์วิชาชีพ
5. แพทยสภาควรมีหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการ ในการวินิจฉัยสมองตาย เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางวิชาชีพ และเพื่อประโยชน์ของประชาชน
แพทยสภาจึงรับลูกไปปฏิบัติตต่อโดยอนุกรรมการไปทำการกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย และวิธีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดประกอบด้วย
1. มีบันทึกการตรวจวินิจฉัยสมองตาย
2. การตรวจต้องประกอบด้วยแพทย์ คน คือ คนหนึ่งต้องเป็นแพทย์เจ้าของคนไข้ คนหนึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาทและทั้ง 3 คน จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายอวัยวะ คือไม่มีผลประโยชน์
3. ต้องตรวจวินิจฉัยสมองตาย 2 ครั้ง ห่างกัน 6 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าสมองตายจริง
4. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลงนามรับรองการตรวจของแพทย์ทั้งสามแล้วรับรองการตาย
อันที่จริง การปลูกถ่ายอวัยวะในเมืองไทยที่ผ่านมานั้น หมอทุกคนที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการก็ได้ดำเนินการตามกฎ กติกา และมารยาทอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งปี 2542 ที่เกิดเป็นข่าวครึกโครมว่ามีการซื้อขายอวัยวะที่โรงพยาบาลเอกชนในย่านจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งสร้างความไขว้เขวและสับสนแก่สาธุชนจนไม่ช่วยกันบริจาคอวัยวะอีกต่อไป คงเป็นหน้าที่ของหมอ และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ดีและถูกต้องเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยใหม่

นพ.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์

(update 20 มีนาคม 2544)


[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 24 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600