มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



มะเร็งเต้านม กับการถ่ายทอดพันธุกรรมในครอบครัวไทย


มะเร็งเต้านมในสตรีเป็นปัญหาทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากระดับโลก สตรี 1 คนในทุกๆ 10 คน มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิต และในบรรดาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมทั้งหมด จะมีประมาณร้อยละ 5-10 ที่เกิดเนื่องมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

สำหรับสตรีทั่วๆ ไปนั้น ในจำนวน 200 คน จะมีประมาณ 1 คนที่ได้รับการถ่ายทอดยีนมะเร็งเต้านม มาจากพันธุกรรม นับว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมบ่อยสุดโรคหนึ่ง

สำหรับสตรีไทยนั้นมะเร็งเต้านมถือว่าเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่ 2 ของมะเร็งทั้งหมด รองจากมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมมีอยู่หลายชนิด แต่ที่พบมากที่สุด คือ มะเร็งของเยื่อบุท่อน้ำนม คือประมาณร้อยละ 75-80 มะเร็งของต่อมน้ำนมจะพบประมาณร้อยละ 3 ส่วนชนิดอื่นๆ นั้นพบน้อยมาก

มะเร็งเต้านมพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เริ่มพบได้มากขึ้นตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ในสตรีไทยพบมากในช่วงอายุ 45-65 ปี ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวหรือเครือญาติสายตรง มีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป 2 เท่าครึ่ง ถึง 5 เท่า ดังนั้น ประวัติความเจ็บป่วยในครอบครัวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเป็นมะเร็งเต้านม

ปัจจุบันเชื่อว่ามีความผิดปกติของยีนอย่างน้อย 4-5 ชนิด ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมได้ และรวมถึงมะเร็งรังไข่ด้วย ที่สำคัญที่สุด คือยีนมะเร็งเต้านมที่เรียกว่า BRCA 1 และ BRACE 2 โดยพบว่ามะเร็งเต้านมประมาณร้อยละ 5-10 เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 และความถี่นี้จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5-10 เป็นร้อยละ 25 ในสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยก่อนวัย 30 ปี

ยีน 2 ชนิดดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มของ Tumor Suppressor Gene หมายความว่า ยีนทั้ง 2 ชนิดนี้ ถ้าปกติดีจะผลิตโปรตีนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเซลล์เป้าหมาย ในที่นี้หมายถึง ต่อมและท่อน้ำนม เซลล์ของรังไข่ ให้มีการแบ่งตัวอย่างปกติ คือยับยั้งไม่ให้แบ่งตัวมากเกินไปจนกลายเป็นเนื้องอก แต่ถ้ายีน 2 ชนิดนี้ เกิดการกลายพันธุ์ ยีนทั้งสองก็จะเสียสภาพไม่สามารถผลิตโปรตีนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเซลล์เป้าหมาย เซลล์เป้าหมายก็จะแบ่งตัวผิดปกติเกิดเป็นมะเร็งขึ้น

ทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ที่เกิดจากพันธุกรรม มีการเปลี่ยนแปลงของยีนตัวเดียวกัน คือ BRCA 1 โดยบรรดาครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นมะเร็งเต้านม และ/หรือ มะเร็งรังไข่นั้น จะมีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 เกิดขึ้นประมาณร้อยละ 45 ของสมาชิกในครอบครัว ที่มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมากถึงร้อยละ 90 ของสมาชิกในครอบครัวที่มีทั้งผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่

นอกจากนี้ยังพบว่า ภายในครอบครัวที่มีการถ่ายทอดเฉพาะมะเร็งเต้านมอย่างเดียว ถ้าหากสมาชิกในครอบครัวที่เป็นมะเร็งส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี ความถี่ในการกลายพันธุ์ ของยีน BRCA 1จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 45 เป็นร้อยละ 70 ซึ่งสตรีที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 นี้ จะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านมในช่วงใดช่วงหนึ่งของอายุขัยได้มากถึงร้อยละ 85 และมีโอกาสเป็นมะเร็งที่รังไข่ได้ประมาณร้อยละ 40-60 อีกด้วย

BRCA 2 เป็นยีนที่สัมพันธ์กับมะเร็งเต้านมชนิดที่สอง ที่แยกได้ในเวลาใกล้เคียงกับ BRCA 1 โดยจะพบการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 2 ในครอบครัวมะเร็งเต้านมที่ไม่เกิดการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1

ปัจจุบันมีผู้เป็นมะเร็งเต้านมในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งจุดหนึ่งน่าจะมาจาก การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้การมียีนผิดปกติแผ่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่เครือญาติ

จากผลการวิจัยของ รศ.ดร.พิมพิชญา ปัทมสิริวัฒน์ ภาควิชาจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าการเกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ที่ถ่ายทอดในครอบครัวไทยหรือในผู้ที่เป็นมะเร็งทั้ง 2 ชนิด เมื่ออายุยังน้อย มีความสัมพันธ์กับการกลายพันธุ์ยีน BRCA 1 และ BRCA 2 และการกลายพันธุ์ใหม่ 4 ชนิด ที่พบในการศึกษาก็น่าจะเป็นการกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นอย่างจำเพาะในคนไทย หรือในภูมิภาคแถบนี้ เพราะยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนจากภูมิภาคอื่นๆ

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของยีนทั้งสองนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนป้องกัน การเกิดมะเร็งที่ถ่ายทอดในครอบครัว โดยหากผู้ป่วยอยู่ในครอบครัวเสี่ยงและตรวจพบ การกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 จะอนุมานได้ว่า พี่น้องผู้หญิงที่เหลืออยู่และยังปกติมีความเสี่ยง 50% ที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ในวัยอายุก่อน 70 ปี

ทั้งนี้ ความเสี่ยงร้อยละ 50 ดังกล่าว ได้มาโดยที่ประวัติครอบครัวยังไม่ได้ทำการวิเคราะห์ ทางพันธุศาสตร์ของยีน แต่ถ้าหากได้ทำการวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 และ BRCA 2 แล้วพบว่าผลการวิเคราะห์เป็นลบ ความเสี่ยงก็จะลดลงเหลือเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น แต่ถ้าได้ผลบวก ก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งแพทย์จะนำผลการวิเคราะห์มาให้คำปรึกษา เพื่อผู้ป่วยจะได้ตัดสินใจทางเลือกสำหรับป้องกันมะเร็งเต้านมอย่างเหมาะสมที่สุดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมด้วยเช่นกัน ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น สตรีที่เริ่มมีประจำเดือน ครั้งแรกเมื่ออายุน้อยๆ หรือสตรีที่เข้าสู่วัยทองช้า ซึ่งร่างกายจะมีการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจนเป็นเวลานาน หรือผู้ที่เป็นโสด ไม่มีบุตร (ขณะตั้งครรภ์ ปริมาณเอสโตรเจนในร่างกายจะต่ำลง เป็นระยะเวลาเกือบปี) การได้รับอาหารที่มีปริมาณไขมันสัตว์สูงเป็นประจำ (ไขมันจะกระตุ้นการแบ่งตัวของท่อ และต่อมน้ำนมได้) หรือผู้ที่ฉีดสารแปลกปลอมบางอย่างเพื่อให้เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น พาราฟีน ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อท่อน้ำนมและต่อมน้ำนม เป็นต้น

กองบรรณาธิการ

(update 8 กุมภาพันธ์ 2001)


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 345 พฤศจิกายน 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600