|
การขริบหนังหุ้มปลายมีมานานแล้ว
การขริบนี้มักจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อในหลายศาสนา
ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ในสมัยโบราณคนเราไม่ค่อยจะมีความรู้
ในเรื่องการรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ
ประกอบกับความอัตคัดน้ำล้าง ทำให้มันสกปรกหมักหมม
เกิดโรคได้มาก เช่น เป็นมะเร็งของอวัยวะเพศ
ท่านผู้รู้ผู้นำทางศาสนาในสมัยโบราณจึงสอนให้ทำการ
ขริบหนังหุ้มปลายเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย
เป็นการป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าว แม้แต่คนในประเทศพัฒนา
ที่เป็นคนรุ่นใหม่มีความรู้ มีการศึกษาก็นิยมขริบหนังหุ้มปลายให้ลูก ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้ลูกเหมือนตัวเองอย่างเดียว แต่อ้างว่าเพื่อสุขภาพของลูก
โดยที่คุณลูกเจ้าของหนังเองไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ปัจจุบันนี้แม้ว่าในวงการแพทย์จะมีสถิติมาแสดงว่า การขริบหนังหุ้มปลายของเด็กชายจะทำให้ผู้ชายเป็นมะเร็ง
น้อยกว่าคนไม่ได้ขริบ เพราะบริเวณปลายอวัยวะเพศที่มีหนังหุ้ม
มีเชื้อโรคทั้งไวรัส ทั้งแบคทีเรียอาศัยอยู่ได้นานโดยไม่ตาย
ทำให้เกิดโรคได้ นอกจากเกิดโรคกับตัวเองแล้วยังแพร่โรค
ไปให้หญิงมากกว่าคนที่ขริบหนัง
นอกจากนั้นข้อมูลจากค่ายขริบยังบอกว่า คนขริบติดโรคเอดส์น้อยกว่าด้วย แต่หลายคนไม่เห็นด้วย เขาคิดว่าคนที่มีการศึกษาที่ถูกต้อง
ควรจะรู้จักรักษาความสะอาดอวัยวะเพศได้ดีพอ
โดยไม่ต้องขริบหนังหุ้มปลายดีๆ ทิ้งเสีย ทำให้ปลายอวัยวะเพศชายที่ควรจะมีหนังมาห่อหุ้มให้มีความอ่อนนุ่ม
และมีความไวต่อการสัมผัสรับรู้รสชาติเพศสัมพันธ์
กลับกลายเป็นดุ้นที่ด้านไม่มีความรู้สึก
ทุกวันนี้เริ่มจะมีคนเห็นว่า การขริบหนังหุ้มปลายไม่มีความจำเป็น
แรงขึ้น การเห็นอย่างนั้นที่จริงมีมานานแล้วจนทำให้เกิดการโต้เถียงกันว่า
ควรจะขริบดีหรือไม่ แต่คนยุคใหม่ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ไม่ใช่ต่อต้านอย่างเดียว แต่ยังพยายามให้หนังหุ้มปลายของเขากลับคืนมาเป็นปกติด้วย
ที่คาลิฟอร์เนียมีองค์กรที่เรียกว่า องค์กรฟื้นสภาพชายชาตรีแห่งชาติ (National Organization of Restoring Men) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองคอนคอร์ด องค์กรนี้นำโดย
นายอาร์.เวย์น กริฟฟิธส์ วัย 65 ปี ตอนที่นายกริฟฟิธส์อายุ 56 ปี
เขารู้สึกอิจฉาผู้ชายคนอื่นที่มีหนังหุ้มปลายปกติมาก
เขาจึงทำการยืดหนังส่วนปลาย แนวคิดและวิธีการของเขานี้
มีคนเห็นด้วยมาก นายกริฟฟิธส์คุยว่าองค์กรของเขา
มีกลุ่มแนวร่วม 20 กลุ่ม ซึ่งอยู่กระจัดกระจายไปทั่วโลก
การยืดหนังหุ้มปลายขององค์กรนี้ใช้วิธีการแบบชาวบ้าน
แบบโลว์เทค ไม่ต้องผ่าตัด เขาค่อยๆ ยืดมันออก โดยตอนแรก
รูดหนังหุ้มปลายออกมาหุ้มปลายอวัยวะเพศแล้วใช้เทปติดยึดไว้ หลังจากเทปไว้สองสามสัปดาห์หนังมันก็ยืดพอที่จะใช้ห่วงโลหะ
ซึ่งถ่วงด้วยน้ำหนักราว 200 ถึง 400 กรัมดึง วิธีนี้ส่วนมาก
เวลาใช้เวลาทำนาน 1-3 ปีจึงจะได้ที่ นับว่าต้องใช้ความอดทนมาก (และอาจจะทนอดร่วมเพศด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ)
นอกนี้ยังมีนายดอน เค็ตเติล วัย 44 ปี แห่งคาลิฟอร์เนีย
หนึ่งในผู้เสียดายหนังหุ้มปลาย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า
เขาโดนขริบตั้งแต่ยังเล็กยังไม่รู้เรื่องรู้ราว พอโตเขาจึงรู้สึกเสียดาย
เสียใจที่ถูกพ่อแม่ตัดของรักของหวงออกไป ที่จริงพ่อแม่
ไม่ควรจะมีสิทธิ์มาทำอย่างนี้กับชีวิตร่างกายของลูก ควรจะให้ลูกโตขึ้นมารู้ความเสียก่อนแล้วตัดสินใจขริบหรือไม่ขริบ
ด้วยตนเองเขาว่าอย่างนั้น
ในบรรดานักนิยมหนังหุ้มปลายทั้งหลายนี้มีหลายคนที่เสียดายมาก โกรธมากบางคนกล่าวว่าเขาอยากจะฟ้องพ่อแม่ ฟ้องหมอที่ทำการขริบ และคนอื่นที่เกี่ยวข้องเรียกค่าเสียหายให้หายแค้น แต่เมื่อรู้ว่า
สามารถจะยืดหนังหุ้มปลายให้กลับคืนมาได้ เขาจึงเลิกล้มความคิดที่จะฟ้อง
ในบรรดาคนที่หวงแหนหนังหุ้มปลายที่ดังที่สุด
เห็นจะไม่มีใครเกินพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งประเทศฝรั่งเศส
พระองค์ไม่ได้รับการขริบในขณะที่ยังเยาว์ ตอนที่พระองค์
ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางมารี อังตัวเน็ต นั้นใน 7 ปีแรกของชีวิตสมรส
หาความสุขจากเพศสัมพันธ์ไม่ได้ เนื่องจากหนังหุ้มปลายไม่เปิด (Phimosis)
เวลามีเพศสัมพันธ์มันแข็งตัวแล้วเจ็บ แพทย์หลวงถวายคำแนะนำ
ให้ทำการขริบแต่ตอนแรกพระองค์ทรงปฏิเสธเพราะเห็นว่า
พระเจ้าประทานหนังหุ้มปลายมาให้อย่างไร ก็คงจะมีเหตุผลที่ดี
ในการประทานมาอย่างนั้น ไม่ควรจะไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงมัน
แต่ตอนหลังทรงเปลี่ยนพระราชหฤทัยขริบปลายทิ้ง
ทำให้พระนางมารีอังตัวเน็ตมีความสุขมากขึ้น
ที่จริงแล้วเรื่องหนังหุ้มปลายนี้ผมว่าไม่มีความจำเป็น
ต้องไปขริบมันทิ้ง ถ้าพ่อแม่มีความรู้สามารถที่จะดูแล
ให้ลูกชายได้รู้จักกับจู๋ของตัวเองตั้งแต่เด็ก พ่อต้องคอยสอน
ให้ลูกรู้จักค่อยๆ รูดหนังเปิดปลายอวัยวะเพศออกมาทีละน้อยๆ
จนโผล่ออกมาหมด จนสามารถทำความสะอาดได้
ถ้าพ่อคอยดูแลจู๋ลูก ก็จะรู้ได้ว่าหนังหุ้มปลายตีบผิดปกติหรือไม่
ถ้าตีบผิดปกติอย่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็ควรจะพาเด็กไปให้หมอตรวจ
ยืนยันและรักษา แต่ถ้าไม่ตีบก็ไม่ควรจะขริบ เพราะว่าหนังหุ้มปลาย
เป็นของดีที่มีค่าที่ควรจะเก็บรักษาไว้จรรโลงความซาบซ่า
จากเซ็กซ์ตามธรรมชาติ ไม่ควรจะไปถือสิทธิ์ความเป็นพ่อแม่ผิดๆ ตัดหนังหุ้มปลายของลูกชายทิ้งนะครับ เสียดายหนังหุ้มปลายครับ
|