นายแพทย์พิทยา จารุพูนผล นายเสมอ ประทีปแก้ว
คำถามที่ได้รับหลังจากการบรรยายเกี่ยวกับโรคเอดส์
ตามโรงเรียนและค่ายทหาร
โดย K=Knowledge จะเป็นคำถามเรื่องความรู้ข้อเท็จจริง
A=Attitude จะเป็นคำถามเรื่องเจตคติ ความคิดเห็น
P=practice จะเป็นคำถามเรื่องพฤติกรรม
การนำไปปฏิบัติหรือปฏิบัติจริง
ถาม : ถ้ามีอาการ เช่น มีน้ำเหลืองออกตามโคนขาอ่อน
หรือหัวเหน่า แสดงว่าติดเชื้อเอดส์ ถูกต้องหรือไม่ (K)
ตอบ : เป็นการยากที่จะสังเกต ใครเป็นเอดส์
ยกเว้นระยะที่แสดงอาการเอดส์เต็มขั้น ดังนั้นการจะวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอดส์ต้องอาศัยการเจาะเลือด
ตรวจหาร่องรอยการติดเชื้อ ซึ่งจะบอกถึงสภาพ 3 เดือน
ก่อนเจาะเลือด ส่วนอาการที่กล่าวมาไม่เฉพาะเจาะจง
อาจเป็นอาการแพ้ ผื่นคัน หรือเชิ้อรา เป็นต้น
ถาม : ถ้าเป็นสังคังแต่ใส่ถุงยางอนามัย
ยังมีโอกาสติดเชื้อเอดส์ไหม (K,P)
ตอบ : โรคสังคังเป็นที่ขาหนีบ เกิดจากเชื้อรา
ส่วนเชื้อเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส เอช ไอ วี
การสวมถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพดี
และสวมถูกวิธีสามารถป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้
ถาม : อาการของงูสวัดเป็นอย่างไรบ้าง
เกิดจากเชื้ออะไร เกี่ยวพันอะไรกับเชื้อไวรัสเอดส์
กรุณาอธิบายโดยละเอียด (K)
ตอบ : งูสวัด เป็นชื่อเริมชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส
(Varicella zoster) เชื้อนี้จะเป็นเชื้อชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส
แต่รุนแรงน้อยกว่า จะเกิดกับคนที่มีภาวะอ่อนแอ เช่น
อดนอน หลังจากเป็นหัด หรือกินยากดภูมิและโรคเอดส์ เพราะเหตุนี้จึงจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection)
โดยจะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน ที่ตามลำตัว บริเวณปลายประสาท
อาจมีผื่นแดงๆ แล้ววค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตุ่มใส จะปวดแสบมาก
การดูแลก็คือ ต้องให้พักมากๆ บำรุงมากๆ และทานยาแก้ปวด
ที่บริเวณตุ่มอาจทายาสมานแผล หรือคาลาไมด์จะทำให้อาการทุเลาขึ้น
ถาม : ยุงกัดคนที่ติดเชื้อเอดส์ จะเป็นพาหะ
นำเชื้อมาติดกับคนที่ไม่มีเชื้อได้หรือไม่ (เท่าที่รณรงค์กันว่าไม่ติดเชื้อ) แต่ทำไมเชื้อมาลาเรียถึงติดต่อผ่านยุงได้ (K,A)
ตอบ : ยุงมีหลายพันธุ์ และบางพันธุ์ก็สามารถนำโรค
ที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ เช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจแปนนิส
บางชนิดนำเชื้อโปรโตซัว เช่น โรคไข้จับสั่นหรือมาลาเรีย
บางชนิด นำเชื้อพยาธิเช่น โรคเท้าช้าง แต่เชื้อไวรัสเอดส์ ยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อจากยุงเลย มีรายงาน
จากหลายประเทศที่มีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ เอช ไอ วี ค่อนข้างสูง แต่เมื่อดูกลุ่มอายุจะไม่พบในเด็กเลย ถ้าโรคนี้ติดโดยยุงจริง เด็กในประเทศเหล่านี้ต้องมีตัวเลขติดโรคบ้าง
ถาม : ถ้าเรามีแฟนเป็นโสเภณี จะมีโอกาสติดเชื้อเอดส์หรือเปล่า
(K,P,A)
ตอบ : โสเภณีเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์
ควรจะต้องป้องกันการติดเชื้อ โดยสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
หรือหลีกเลี่ยงอาชีพนี้ หลีกเลี่ยงการมีพฤติกรรมเสี่ยงจะดีกว่า
ถาม : ถ้าเป็นโรคลมพิษจะติดเอดส์ไหมครับ (K)
ตอบ : โรคลมพิษเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่ามีผื่นคัน
โดยสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ จัดเป็นเรื่องภูมิไวเกิน ส่วนเอดส์เป็นโรคภูมิบกพร่องดังนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
ถาม : ทำอย่างไรสังคมไทยจะไม่รังเกียจผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ (A)
ตอบ : คงต้องมีการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน
โดยเฉพาะเอกชนเข้ามามีบทบาทเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
เรื่องโรคเอดส์ที่ถูกต้อง ตลอดจนวางแนวนโยบายการดูแลตัวเอง
เตรียมครอบครัว คนรอบข้างตลอดจนสังคม
เพื่อรองรับปัญหาของสังคมในเรื่องนี้ ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
มีเมตตาธรรม จะนำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ถาม : โรคเอดส์ ทำไมถึงไม่เป็นในสัตว์ที่เรา
เอาเลือดี่มีเชื้อฉีดเข้าไป (K,A,P)
ตอบ : เชื้อจุลชีพแต่ละชนิดก็มีช่องทางที่เชื้อเข้า
ชนิดของตัวรับเฉพาะเจาะจง บางชนิดทำให้ติดเชื้อทั้งคนและสัตว์
บางชนิดเป็นเฉพาะสัตว์ บางชนิดเป็นเฉพาะคน เช่น เอดส์ ไข้ไทฟอยด์
เป็นต้น ดังนั้นการเอาเลือดที่มีเชื้อเอดส์ฉีดเข้าสัตว์ สัตว์จึงไม่ติดโรค
ถาม : ถ้าผมต้องการตรวจเลือดตรวจได้ที่ไหน
และนานเท่าไรจึงทราบผล (K)
ตอบ : สามารถรับบริการตรวจได้ที่โรงพยาบาล คลินิค
คลินิคนิรนาม ทั้งภาครัฐและเอกชน ก่อนจะตรวจ
ควรจะได้มีการปรึกษากับแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อน
ระยะเวลาการตรวจมีตั้งแต่ทราบผลทันที
จนรอรับผลวันอื่น ขึ้นกับราคาค่าบริการ
ถาม : โรคเอดส์เกิดจากลิงจริงหรือไม่ (K)
ตอบ : โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส เอช ไอ วี
โดยสมมุติฐานว่า พบในลิงแถบอัฟริกา ชาวเกาะไฮติ
ชายรักร่วมเพศ พบรายงานครั้งแรกปี 2524 ที่อเมริกา
และอีก 3 ปีต่อมา พบรายงานเอดส์รายแรกในประเทศไทย
ถาม : ถุงยางอนามัยจะป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน
(K,A)
ตอบ : การป้องกันของถุงยางอนามัยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือ
เรื่องคุณภาพ ขนาด เหมาะสมและวิธีสวมใส่ถูกวิธีแม้จะป้องกัน
ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันถือเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัย เมื่อต้องมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเอดส์โดยเลือกดูตราอย.
วันหมดอายุ และขนาดของคนไทย คือ 49 มิลลิเมตร
ถาม : โรคเอดส์เป็นโรคที่สังคมรังเกียจคิดว่า อีก 5-10 ปี
จะมียารักษาหายหรือไม่ (K,A,P)
ตอบ : โรคเอดส์เป็นปัญหาของสังคมส่วนรวม
ถ้าได้มีการทำความเข้าใจจะไม่เกิดการรังเกียจ
แต่จะเปลี่ยนเป็นเห็นอกเห็นใจ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย คงบอกได้ยากว่าจะมีวัคซีนหรือยารักษาได้ภายใน 5-10 ปี
หรือไม่ เพราะเชื้อเอดส์ปรับตัวได้เร็วมาก แต่นักวิจัย
นักวิชาการ ก็ทำงานหนักอยู่ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว
ปัจจุบันมียาที่ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส เอช ไอ วี
แต่เชื้อไม่ถูกทำลาย ยาก็มีราคาแพง ดังนั้นการป้องกันไม่เสี่ยงจะดีกว่า
ถาม : ถ้าเราไปเที่ยวผู้หญิงบริการเราจะรู้ว่า
ผู้หญิงคนนั้นติดเอส์ได้อย่างไร (K,A,P)
ตอบ : เราไม่มีทางรู้ได้นอกจากต้องเจาะเลือด
ตรวจหาร่องรอยการติดเชื้อ แต่ก็เป็นผลในอดีตเมื่อ 3 เดือนก่อน
ดังนั้นไม่ควรมีพฤติกรรมเสี่ยง หรือถ้าจำเป็นต้องป้องกัน
โดยสวมถุงยางอนามัยแทน
ถาม : ผู้หญิงคือเพศที่ให้กำเนิด ถ้าเกิดติดเชื้อเอดส์
ผู้ชายจะเกิดได้อย่างไร (K,A)
ตอบ : โรคเอดส์จะไม่ทำให้เป็นหมัน ดังนั้นจึงยังมีลูกได้ แต่ลูกที่เกิดมาอาจติดเชื้อเอดส์จากมารดาขณะอยู่ในครรภ์
ขณะคลอด หรือทางน้ำนมหลังคลอด ถึงร้อยละ 20-50
และต้องเลี้ยงลูกไปนาน 18 เดือน จึงจะสรุปได้ว่า
ลูกติดเชื้อเอดส์หรือไม่
ถาม : หากสามีติดเอดส์ แล้วทำให้ภรรยาติด
หลังจากนั้นฝ่ายสามีไม่ไปสำส่อนอีก อันตรายของเชื้อเอดส์
จะเพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า (K,A,P)
ตอบ : การติดเชื้อเอดส์ทั้งคู่ และฝ่ายสามีไม่ไปสำส่อนอีก
ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ายกย่อง การมีเพศสัมพันธ์กันตามปกติ
ระหว่างสามีภรรยา จะไม่เป็นอันตรายเพิ่มขึ้น
ส่วนที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การดูแลสุขภาพกายและใจ
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดูแลสุขภาพ
หลีกเลี่ยงแหล่งที่มีโอกาสติดเชื้อง่าย เช่น แหล่งแออัด
โรงภาพยนต์ และพบแพทย์สม่ำเสมอ
ถาม : ผู้ติดเชื้อเอดส์ (ชาย) มาดูดอวัยวะเพศของเรา (ชาย)
จะติดเชื้อไหม (K,A,P)
ตอบ : นับเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยง กล่าวคือ
ถ้าผู้ติดเชื้อมีแผลในปากหรือมีเลือดออกในปาก
โอกาสติดผ่านทางเยื่อเมือกบริเวณองคชาติได้ และถ้าผู้ติดเชื้อเป็นฝ่ายถูกทำจะยิ่งเพิ่มโอกาสติดเชื้อมาก
เพราะน้ำอสุจิจะมีเชื้อเอดส์จำนวนมาก ดังนั้นการป้องกัน
โดยสวมถุงยางอนามัยจะดีกว่า
ถาม : ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ยังไม่เปิดบริสุทธิ์ คือ
ผมกลัวจะติดเชื้อเอดส์ ถึงแม้จะใส่ถุงยางอนามัยแล้วก็ตาม
แต่ผมมีความใคร่มาก จะมีวิธีใดที่ดีกว่านี้
ตอบ : นับเป็นมาตรการที่ปลอดภัยที่ไม่เที่ยวกับหญิงบริการ
ควรจะรอจนกว่าจะแต่งงาน ส่วนการมีความรู้สึกทางเพศมาก
ก็อาจช่วยตัวเองเป็นครั้งคราว เล่นกีฬาหรือทำงานอดิเรกที่ชอบ
อย่าหมกมุ่นกับสิ่งกระตุ้น หนังสือยั่วยวน หรือหนังโป๊ ทำใจให้สงบ
สวดมนต์ แผ่เมตตา จะทำให้เป็นสุขได้
ถาม : กระผมขอเรียนถามคุณหมอเรื่องการใช้กรรไกร
มีดโกน ตัดผมในร้านมีโอกาสติดเชื้อเอดามากน้อยแค่ไหน (K,P)
ตอบ : ของมีคมทุกชนิด เมื่อใช้เสร็จมีโอกาสที่จะมีเลือดติดอยู่ ซึ่งในเลือดคนติดเชื้อจะเป็นจุดที่มีเชื้อ เอช ไอ วี สูงมาก
ถ้ายังไม่ได้ทำการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ 70% โอกาสเสี่ยงติดเชื้อ เอช ไอ วี
จะสูงมาก ดังนั้นไม่ควรใช้ของมีคมร่วมกันดังกล่าว
ถาม : เลือดบวก ซิฟิลิส กับเลือดบวกเอดส์ อยากถามว่า มีลักษณะและความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งๆ
ที่ผลการตรวจเลือดออกมามีค่าเป็นบวกเหมือนกัน (K)
ตอบ : ผลการตรวจเลือดจะรายงานเป็น 2 อย่าง คือ
ถ้าพบก็บอกเป็นโรคหรือบวก ถ้าไม่พบก็บอกไม่เป็นโรคหรือลบ
ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะบอกระบุโรคต่อท้ายด้วย คือ ผลบวกต่อซิฟิลิส
หรือผลบวกต่อเอดส์ ทั้ง 2 เชื้อ แตกต่างกันโดย ซิฟิลิสเกิดจาก
เชื้อแบคทีเรียชื่อ (Treponema) รักษาหายขาดได้
ส่วนโรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มรีโทร (Retrovirus) ชื่อ
เอช ไอ วี ไวรัส ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษา ทั้งสองโรค
ติดต่อเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อดังกล่าว
ถาม : เลือดเมนส์ของผู้หญิงที่เป็นโรคเอดส์
หากกระเด็นมาถูกผิวหนังจะซึมเข้าตามรูขุมขน
ทำให้เปนโรคเอดส์ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ล้างออกโดยเร็ว (K,A,P)
ตอบ : เลือดเมนส์หรือเลือดประจำเดือน
ก็เป็นจุดที่มีเชื้อเอดส์จำนวนมาก ถ้ากระเด็นมาถูกผิวหนังที่ไม่มีแผล
โอกาสติดเชื้อแทบไม่มี แต่การที่จะทราบว่า ผิวหนังมีรอยแยก,
บาดแผลหรือไม่บางครั้งบอกไม่ได้ เพียงแค่ผิวหนังถลอกเชื้อก็เข้าได้ ดังนั้นจึงควรล้างทำความสะอาด เมื่อสัมผัสสิ่งคัดหลั่งและเลือดดังกล่าว
ถาม : เลือดของคนที่เป็นโรคเอดส์หากนำมาผสมโค๊ก
หรือเครื่องดื่มแล้วกินเข้าไปจะมีโอกาสเป็นโรคเอดส์หรือเปล่า (K,A,P)
ตอบ : นับเป็นพฤติกรรมที่แปลกเอาเลือดผสมโค๊ก
ตามความเป็นจริง เชื้อไวรัส เอช ไอ วี จะอยู่นอกสิ่งมีชีวิตได้ไม่นาน โดยเฉพาะในสภาวะที่เป็นกรดหรือด่าง ดังนั้นถือว่าไม่ติดโดยวิธีดังกล่าว
ถาม : ขณะร่วมเพศ หากฝ่ายหญิงและฝ่ายชายยังไม่ถึงจุดสุดยอด
แต่ละฝ่ายก็ไม่มีบาดแผล จะทำให้เชื้อเอดส์ติดต่อกันได้ไหม
หรือหลั่งน้ำอสุจินอกช่องคลอด จะทำให้ติดเชื้นกันได้หรือเปล่า (K,A,P)
ตอบ : ขณะร่วมเพศ แม้ไม่ถึงจุดสุดยอดแต่น้ำอสุจิหลั่งออกมาบางส่วน
เพื่อการหล่อลื่น ส่วนน้ำในช่องคลอดก็มีเชื้อเอดส์สูง
ดังนั้นถ้าไม่มีการป้องกันด้วยถุงยางอนามัย โอกาสติดเชื้อเอดส์
สูงถึงร้อยละ 100 อนึ่งช่องคลอดและปลายอวัยวะเพศชายเป็นเยื่อเมือก เชื้อเอดส์สามารถผ่านเข้าไปได้ง่าย แม้ไม่มีบาดแผล
ถาม : โรคเอดส์ไม่น่าจะเลือกติดต่อเฉพาะทางร่วมเพศ
เข็มฉีดยา การถ่ายเลือด โรคชนิดนี้เป็นเชื้อไวรัส น่าจะติดต่อได้ทุกสถานที่ แม้แต่การคลุกคลีใกล้ชิด ถูกต้องหรือไม่ (K,A)
ตอบ : โรคเอดส์มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เอช ไอ วี ไวรัสแต่ละชนิดก็มีช่องทางการติดเชื้อแตกต่างกันไป
สำหรับเอดส์จะพบเชื้อได้มากในเลือด สิ่งคัดหลั่ง
น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำนม ฯลฯ โดยพบมากที่สุดในเลือด ดังนั้นการสัมผัสกับเลือดหรือสุจิและน้ำในช่องคลอด จึงเปรียบเสมือนการสัมผัสเชื้อไวรัสเอดส์โดยตรง การสัมผัส
กอดรัด คลุกคลี ไม่ติดโรค เพราะขาดองค์ประกอบ
เรื่องเชื้อและช่องทางเข้าสู่ร่างกาย
ถาม : ในขณะร่วมเพศ ถ้าเกิดถุงยางที่สวมอยู่แตก
แล้วใส่ถุงยางอันใหม่ มีโอกาสติดเอดส์ไหม (K,A,P)
ตอบ : การสวมถุงยางอนามัยจัดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ถ้าเกิดถุงยางอนามัยแตก ให้ถอดออกทันที แล้วเปลี่ยนถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ โอกาสที่จะติดเชื้อแทบไม่มีเลย จึงถือว่าปลอดภัยจากเอดส์
ถาม : ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ร่วมกันในสถานค้าประเวณี
เวลาไปเที่ยวแล้วใช้ต่อจากผู้ติดเชื้อ มีโอกาสติดโรคไหม (K,P)
ตอบ : โอกาสติดโรคมีบ้าง แต่น้อย เพราะการจะติดเชื้อไวรัสเอดส์ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้คือ
- ปริมาณเชื้อต้องมาก คือ จากเลือดที่เปื้อนผ้าเช็ดตัว
- สุขภาพดั้งเดิมของผู้สัมผัสเชื้อ
- ช่องทางที่เชื้อเข้า ถ้าทางเส้นเลือดก็ติดได้ง่าย
ถ้าทางอื่นก็น้อยลงมา
- จำนวนครั้งที่สัมผัส
ดังนั้น โอกาสที่ติดก็ยังมีอยู่ นอกเหนือจากนี้
เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดเชื้ออื่น เช่น เชื้อรา เหา โลน
การไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันจะดีกว่า
ถาม : ถุงยางที่เราใช้กันอยู่ ป้องกันเอดส์ได้กี่เปอร์เซนต์ และมีไหมที่ถุงยางผลิตออกมาแล้วป้องกันไม่ได้ (K,A)
ตอบ : เปอร์เซนต์การป้องกันจริงๆ แล้ว บอกยาก
เพราะมีปัจจัยด้านถุงยางอนามัย ผู้ใช้และกิจกรรมรุนแรงหรือไม่
โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย บางรายงานบอกเกินร้อยละ 60
คุณภาพของถุงยางอนามัย เป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกในการเลือก คือ ต้องดูกสัญญลักษณ์ตรารับรองคุณภาพจาก อย.และเครื่องหมาย
มอก. ซองอยู่ในสภาพดี ไม่หมดอายุ วิธีการใช้ถูกต้อง
โดยทั่วไปถ้าพิจารณาตามที่กล่าวข้างต้น
ถือว่าป้องกันโรคเอดส์ได้ปลอดภัย
ถาม : เมื่อผมเป็นทหารใหม่ ผมอมฮอล์ร่วมกับเพื่อน 102 คน
ถ้ามีคนเป็นเอดส์ร่วมอยู่ด้วย ผมมีสิทธิ์ติดเอดส์ไหม (K,A,P)
ตอบ : เชื้อไวรัสเอดส์ที่อยู่ในน้ำลายถือว่ามีน้อยมาก โอกาสติดน้อย
ถือว่าไม่ติด แต่ควรพิจารณาเรื่องปัญหาพฤติกรรมที่เหมาะสม คือ
ป้องกันโรคทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจ ที่อาจติดต่อทางนี้ได้ จึงควรหากิจกรรมอื่นที่ดีกว่านี้มาแทน
ถาม : ยังมีผู้ชายอีกหลายคนไม่เชื้อว่าในโลกนี้มีเอดส์จริง
กลับคิดว่า มีผู้ฉลาดคิดวิธีการที่จะไม่ให้ผู้ชายสำส่อนทางเพศ
ทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้ชายหลายคนเหล่านี้เชื้อได้ (K,A,P)
ตอบ : คิดว่า ความคิดจากผู้ชายกลุ่มนี้คงหมดไปแล้ว เพราะคงป่วยเป็นเอดส์ไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เป็นห่วงคือ
เยาวชน สังคมทุกระดับชั้นต้องช่วยกันให้ข้อมูล ข่าวสาร
ให้คำปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ ชักนำให้ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงติดโรค
โดยเริ่มจากพ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัว โรงเรียน ฯลฯ
ถาม : คนที่เป็นเอดส์ เมื่อเป็นโรคฉวยโอกาสคือ วัณโรค เราสามารถติดเชื้อวัณโรคได้หรือไม่เพราะวัณโรคติดต่อได้ง่ายใช่ไหม (K,A,P)
ตอบ : คนที่เป็นเอดส์ ป่วยเป็นวัณโรคปอดจะแสดงอาการค่อนข้างมาก และมีเชื้อออกมาจากเสมหะมาก คนรอบข้างมีโอกาสติดเชื้อได้
ดังนั้นคนป่วยจะต้องปฏิบัติตัว ป้องกันการแพร่เชื้อ โดยปิดปาก
จมูก บ้วนเสมหะ ในภาชนะที่รองรับแล้วนำไปทำลายหรือใส่โถส้วม
ทานยาตามแพทย์สั่ง หลังจากอาการดีขึ้น ทานยาไปสักสัปดาห์
เชื้อจะไม่ออกมาจากเสมหะแล้ว โอกาสติดก็น้อยลง ผู้ป่วยต้องทานยาให้ครบระยะเวลาตามแพทย์สั่งอาจเป็น 6 เดือน
12 เดือน หรือ 18 เดือน ตามตำรับยาที่แพทย์สั่งให้
ถาม : ได้ยินมาว่า เชื้อเอดส์มีขนาด 0.1 ไมครอน
แต่ถุงยางอนามัยมีรูพรุนขนาด 1 ไมครอน จริงหรือไม่
และจะป้องกันเอดส์ได้อย่างไร (K,A,P)
ตอบ : ข้อความดังกล่าวถูกต้อง แต่เชื้อเอดส์จะไม่อยู่อิสระ
ต้องจับกับตัวรับ คือ เม็ดเลือดขาวซึ่งเม็ดเลือดขาวก็มีขนาด
ประมาณเม็ดเลือดแดงหรือใหญ่กว่า คือ ขนาดมากกว่า 7 ไมครอน ดังนั้นจึงผ่านถุงยางอนามัยไม่ได้ถือว่าปลอดภัย ป้องกันเอดส์ได้
|