มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2541]

ผิวมัน ผิวแห้ง คุณชอบแบบไหน

พญ.เยาวเรศ นาคแจ้ง


ผิวมันหรือผิวแห้ง เป็นเรื่องตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล เป็นสมบัติส่วนตัวที่เราได้มาแต่กำเนิด สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ถ้าบิดามารดาผิวหน้าแห้งและนวล ลูกสาวและลูกชายมักจะได้รับมรดกนี้ ติดตัวมาด้วย แต่ถ้าผู้ให้กำเนิดมีผิวหน้ามัน ลูกสาวหรือลูกชาย ก็จะมีผิวมันด้วยเสมอ

ผิวมัน

การมีผิวมัน มักจะเริ่มเห็นได้ชัดบนใบหน้าโดยเมื่อย่างเข้า 13-14 ปี ต่อมไขมันใต้ผิวหนังจะเริ่มทำงาน และผลิตน้ำมันออกมา หล่อลื่นผิวหน้าและผิวกาย เห็นชัดมากขึ้น เมื่อถูกอากาศและเหงื่อออก จะมองเห็นความมันได้มากขึ้น ส่วนความมันมากน้อยแค่ใดขึ้นกับ จำนวนและขนาดของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ถ้ามีต่อมไขมันมาก และขนาดโตด้วย จะทำให้ผิวมันมากขึ้น ซึ่งผิวบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ผิวหน้า หนังศีรษะ อกและหลัง

ผู้ที่มีผิวหน้ามัน มักจะมีผมมันด้วย ถ้าไม่หมั่นทำความสะอาด จะเกิดรังแคบนศีรษะและสิวบนใบหน้าได้ง่ายกว่าผู้ที่มีผิวแห้ง

ความเชื่อที่ว่า ถ้าไม่อยากผิวมันให้งดอาหารไขมัน คงจะไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะแม้ไม่ใคร่รับประทานอาหารมัน ต่อมไขมันก็ยังสร้างความมันบนผิวได้ ซึ่งไม่มีใครชอบ จึงหาวิธีแก้ไขผิวมัน โดยการปฏิบัติตนดังนี้

  1. ควรล้างหน้าบ่อยๆ อาจต้องล้างวันละ 2-4 ครั้ง คือ เช้า เที่ยง เย็น ก่อนนอน สบู่ที่ใช้น่าจะเป็นผสมสารยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เช่น สบู่ที่มีส่วนประกอบของ Triclosan ทั้งนี้เพื่อให้หน้าสะอาดหายมัน และไม่เกิดสิว ส่วนศีรษะนั้น ควรสระทุกวัน ถ้าเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงอาจ ต้องสระทุก 2-3 วัน ไม่ควรใส่น้ำมันผม เพราะจะทำให้มันมากยิ่งขึ้น

  2. การปฏิบัติภารกิจประจำวัน ควรตั้งอยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี มาก มีลมโกรก อากาศไม่ร้อนเกินไป เพื่อไม่ให้เหงื่อออกมาก ผิวจะได้ไม่มัน

  3. การทายาบางอย่าง ประเภทยาแก้สิว ชนิดแป้งน้ำ ซึ่งมีส่วน ประกอบของ resorcinol อยู่ด้วยจะช่วยลดความมันผิวหน้าได้ วัยรุ่นบางคนนิยมทาก่อนนอนไว้ทุกวัน เพื่อป้องกันสิวไปในตัวด้วย

  4. การรับประทานยาบางอย่าง จะมีผลข้างเคียงในการลดความมัน บนใบหน้าได้ เช่น กลุ่ม Cyproterone acetate หรือ isotrctinoin ตัวแรกมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิด และรักษาสิว แต่เมื่อทานนานๆ จะทำให้หน้าหายมันด้วย ส่วนยาตัวหลังเป็นยาที่ฤทธิ์ปรับสภาพผิวที่ผิดปกติ และก่อโรคให้กลับกลายเป็นผิวปกติที่แข็งแรง และหายมันได้ แต่โชคยังไม่ดีเสียทีเดียว เพราะเมื่อหยุดรับประทานยาดังกล่าว ผิวก็จะมันเหมือนเดิม ประกอบกับยาทั้งสองมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนา ได้แก่ อาจทำให้ตับอักเสบ หรือไขมันสูงในเลือด จึงไม่นิยม ให้รับประทานเพียงเพื่อหวังผลให้ผิวหายมัน

ผิวแห้ง

ผิวแห้ง ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งจะดูสะอาดเกลี้ยงเกลา และไม่ใคร่มีสิว ทำให้มีบุคลิกดีอยู่ โดยธรรมชาติ ทาแป้งติดง่าย ไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้ผิวหน้าลอก ผู้ที่มีผิวเช่นนี้จำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน เป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อมีอากาศเย็นหรือลมพัดแรง เพราะมีการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ง่ายกว่า ผู้ที่มีผิวแห้ง ไม่มียารับประทานใดที่เพิ่มความมันบนใบหน้าได้นอกจาก การทาครีมเป็นครั้งคราวเท่านั้น แขนและน่องของผู้ที่มีผิวแห้ง มักหยาบกระด้าง และรู้สึกตึงๆ ยามฤดูหนาว ดังนั้นภายหลังการอาบน้ำ และเช็ดตัวแห้งแล้ว ควรทาโลชั่นชโลมผิว เพื่อให้ชุ่มชื้นทุกครั้ง และเมื่อมีอากาศเย็นมากๆ ไม่ควรฟอกสบู่ทุกวัน เพราะจะระคายเคือง และทำให้แห้งลอกมากยิ่งขึ้น เมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ผู้ที่มีผิวแห้งโดยกำเนิด ควรกลับไปใช้สบู่เด็ก เนื่องจากเป็นสบู่อ่อนเหมาะกับผิว และไม่ควรฟอกสบู่ทุกวัน ควรใช้วันเว้นวันก็เพียงพอ

ผิวมันหรือผิวแห้ง มีข้อควรบำรุงรักษาดังกล่าวมาแล้ว ที่จะเพิ่มเติมอีกก็คือ ผู้ที่มีผิวมันนั้น เมื่อสูงอายุดูจะมีสุขภาพผิว ดีกว่าผิวแห้ง ทั้งนี้เพราะเมื่ออายุมากขึ้นถึง 50 ปีขึ้นไปแล้ว ผิวที่เคยมันมากจะน้อยลงกำลังดี และย่นช้ากว่าบุคคลที่มีผิวแห้ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ แก่ช้ากว่าคนผิวแห้งนั่นเอง

พญ.เยาวเรศ นาคแจ้ง


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600