ฤดูร้อนปีนี้ จะเป็นปีที่ร้อยที่สุดตามคำบอกเล่าของกรมอุตุนิยมวิทยา
อากาศร้อนเพราะแสงแดดจัดมาก เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ใกล้
ประเทศเรามากในช่วง มีนาคม-พฤษภาคม ประกอบกับ
โรงเรียนปิดเทอมประจำปี หลายๆ ครอบครัวจึงพาบุตรหลาน
ไปพักผ่อนชายทะเล
-
ภัยธรรมชาติจากการเที่ยวทะเลคือ แสงแดด
ภัยจากการว่ายน้ำทะเลคือ แมงกะพรุนไฟ
สาหร่ายทะเล น้ำเข้าหู
ที่ร้ายที่สุดคือ ถูกคลื่นซัด และเสียชีวิตจากการจมน้ำ
- จึงควรอย่าเที่ยวเพลิน ขอให้ระวังภัยดังกล่าวไว้บ้าง เพื่อให้การเที่ยวเป็นการพักผ่อนที่มีความสุขอย่างแท้จริง
ก่อนเที่ยวทะเลควรเตรียมยากันแสงแดดไปด้วย
แต่ถ้าลืมก็ไม่เป็นไรเพราะเกือบทุกโรงแรม
หรือบังกะโลที่มีระดับจะมียากันแดดวางไว้ในห้องน้ำ
ให้เราได้หยิบใช้ได้ตามสบาย
ยากันแดดที่ควรใช้ ควรเป็นชนิดน้ำใสหรือน้ำนมก็ได้
ถ้าเป็นชนิดครีมจะทาลำบาก เพราะครีม
กระจายตัวบนผิวได้น้อยมักติดเป็นกระจุก ทำให้การป้องกันแสงแดด
ไม่ดีเพียงพอ
เมื่อจัดการทายากันแดดควรทิ้งไว้ 15 นาที
เพื่อให้ยาออกฤทธิ์แล้วจึงออกสู่แดด ถ้าต้องการว่ายน้ำทะเล ควรเลือกยากันแดดที่มีคุณสมบัติทนน้ำได้ด้วย
ยากันแดดจะมีฤทธิ์ในการกันแสงแดดได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วหมดฤทธิ์จึงต้องทาซ้ำเมื่อหมดช่วงเวลาดังกล่าว
การเลือกชนิดของยากันแดด ควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการกันแดด
ได้หลายเท่าของภาวะปกติโดยดูจากค่า SPF ซึ่ง
ติดบนสลากขวดนั้น ๆ ถ้า SPF 15 แสดงว่า กันแดดได้ 15 เท่าของภาวะปกติ ถ้าต้องการเปลี่ยนสีผิว
ให้เป็นสีแทนหรือสีน้ำตาล ก็คงจะต้องเลือกชนิดที่ใส่สีแทนลงไปด้วย และสีเหล่านี้จะติดอยู่บนผิวหนังอยู่ประมาณ 1 เดือน แล้วลอกหลุด
ไปกับขี้ไคล้จนหมด ในที่สุดจะเหลือเป็นสีผิวปกติ
-
ผลแทรกซ้อนของยากันแดด
- ในรายที่ผิวแพ้ง่าย อาจมีอาการแสบและคันได้ ดังนั้น
ก่อนทาบนใบหน้า ควรทดลองทาบริเวณต้นคอหรือท้องแขน
และทาทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการคันแสดงว่า
แพ้ยากันแดดก็ควรงดทา อาการไม่พึงประสงค์อีกอย่าง
ของการทายากันแดดคือ เกิดการระคายเคือง แสบๆ
บนผิวหนังเล็กน้อยแต่เมื่อทาต่อไปหลายๆ ครั้ง
อาการดังกล่าวจะหายไปได้เอง ส่วนที่เป็นผลข้างเคียงซึ่งเกิดใน 7-8 วัน
ต่อมาคือ การเกิดสิวตรงบริเวณที่ทายากันแดด โดยเฉพาะ
การทาบนใบหน้า เมื่อหยุดทาสิวจะหายไปได้เอง
การทายากันแดดจะทำให้ผิวไม่เกิดอาการแสบแดง
ภายหลังตากแดด แต่อาการผิวดำอาจป้องกันไม่ได้มากนัก
แต่อย่างไรก็ตามถ้าผิวดำ อาการดำก็จะหายไปในเวลาอันควรคือ
21-28 วันโดยประมาณ แต่ประโยชน์ระยะยาวของการทายากันแดดคือ
ป้องกันมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะรายที่ต้องตากแดด
เป็นประจำ และตากแดดเป็นเวลานาน คงจะใช้ยากันแดดไม่ไหว
เนื่องจากจะต้องใช้จำนวนมากและต้องซื้อมาด้วยราคาแพงเช่นกัน
ดังนั้นการใส่หมวกปีกกว้าง โพกพันบริเวณใบหน้าด้วยผ้าหลายๆ ทบ
และการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเช่นที่ปฏิบัติกันอยู่
ก็ป้องกันแสงแดดได้ดีพออยู่แล้ว
- สำหรับผู้ที่ชอบว่ายน้ำทะเล สิ่งที่ต้องระวังคือ
แมงกะพรุนไฟ
- เพราะเมื่อถูกแล้วจะมีอาการแสบร้อนมาก โดยเฉพาะ
ถ้าถูกกับผิวบริเวณกว้าง การระวังแมงกะพรุนนั้นกระทำได้ยาก
เพราะเป็นสัตว์ทะเล ที่มีตัวใสๆ เราว่ายน้ำเพลินๆ ไม่ได้ระวัง
ก็จะไปสัมผัสกับมันได้ ถ้าระวังมากเกินไปก็คงจะว่ายน้ำไม่สนุก
เอาเป็นว่าลองเสี่ยงดูแล้วกัน เคราะห์ร้ายก็พบเคราะห์ดีก็คลาด
เมื่อรูสึกสัมผัสกับแมงกะพรุน จะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน
บริเวณนั้นทันที ต้องรีบขึ้นน้ำอย่างกะทันหัน แล้วนำผักบุ้งทะเล
ตามบริเวณชายฝั่งบีบด้วยมือให้เละ แล้วนำมาถูผิว
บริเวณที่มีอาการแสบร้อน เมื่อถูเสร็จแล้วอาจโปะผักบุ้งทะเล
ไว้สักพัก 10-15 นาที แล้วบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้น
อาจระงับอาการแสบร้อน ต่อไปอีกด้วยการนำผ้าเช็ดหน้า
หรือผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ชุบน้ำพอหมาดโปะไว้ตรงบริเวณนั้น ความเย็นจากน้ำจะทำให้อาการแสบร้อนและผื่นแดงทุเลาลงได้มาก
ต่อไปนี้จึงถึงขั้นตอน การพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง โดยแพทย์มักจะให้ยาทาประเภทลดอาการอักเสบ ลดอาการคัน
ได้แก่ ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ แต่ต้องทานานมาก เพราะแมงกะพรุน
จะปล่อยสารพิษเข้าสู่ใต้ผิวหนัง เมื่ออาการแสบ และคันหายไป
มักจะตามด้วยแผลเป็น นูนเหนือผิวหนัง การทายาคอร์ติโคสเตอรอยด์ครีม
เป็นเวลาพอสมควร จะทำให้ลดอาการแผลเป็นได้เป็นอย่างดี
ถ้าไม่มีผักบุ้งทะเลอาจแก้ไขโดยใช้น้ำปูนใสแทนได้เช่นกัน แต่น้ำปูนใสก็หาได้ยากในสมัยนี้
- อาการน้ำเข้าหู
- พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะแก้ไข
ได้เองตามธรรมชาติของคนๆ นั้น แต่ถ้าเป็นเด็กในความปกครอง
พ่อแม่ต้องเอาใจใส่หาวิธีทำให้น้ำออกจากหูลูกให้ได้โดยเร็ว เริ่มตั้งแต่
การกดบริเวณหน้าใบหูเบาๆ 2-3 ครั้ง ติดกันพร้อมกับการเอียงคอเล็กน้อย
น้ำจะออกจากรูหูได้ การปั่นหูอาจช่วยได้บ้าง การปล่อยให้น้ำ
เข้าอยู่ในหูนานๆ และบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะอักเสบของรูหูชั้นกลาง
และชั้นใน หรือที่เรียกกันว่าหูน้ำหนวก ถ้าเป็นเรื้อรัง
อาจถึงขั้นสมองอักเสบต้องรักษาโดยการผ่าตัด ทำให้เด็กได้รับการทรมานจากการเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก
การเล่นน้ำทะเลไม่ควรเล่นบริเวณน้ำลึก หรือเขตที่มีคลื่นรุนแรง
และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเล่นน้ำทะเลในบริเวณที่ไม่มีผู้คนลงไปเล่นเลย
เพราะอาจเป็นเขตอันตราย หรือที่มีความลึกมาก มีสัตว์ดุร้ายมาก การโยนลูกบอลเล่นในทะเลก็ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะเรา
ควบคุมระยะของลูกบอลไม่ได้ เนื่องจากทะเลมีทั้งคลื่น และลมที่แรงมาก เคยมีครอบครัวหนึ่งพาลูกไปเล่นน้ำทะเล ลูกโยนลูกบอลออกไป
ไกลจากฝั่งมาก แม่เกิดเสียดายและไม่ทันยั้งคิดว่ายตามไปเก็บลูกบอล
แต่โชคร้ายมีคลื่นลูกโตซัดมาพัดแม่จมหายไปและไม่กลับมาอีก ก็คือเสียชีวิตเพราะลูกบอลเพียงลูกเดียวนั่นเอง