มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2540]

เที่ยวทะเล

พญ.เยาวเรศ นาคแจ้ง


ฤดูร้อนปีนี้ จะเป็นปีที่ร้อยที่สุดตามคำบอกเล่าของกรมอุตุนิยมวิทยา อากาศร้อนเพราะแสงแดดจัดมาก เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ ประเทศเรามากในช่วง มีนาคม-พฤษภาคม ประกอบกับ โรงเรียนปิดเทอมประจำปี หลายๆ ครอบครัวจึงพาบุตรหลาน ไปพักผ่อนชายทะเล

ภัยธรรมชาติจากการเที่ยวทะเลคือ แสงแดด
ภัยจากการว่ายน้ำทะเลคือ แมงกะพรุนไฟ สาหร่ายทะเล น้ำเข้าหู
ที่ร้ายที่สุดคือ ถูกคลื่นซัด และเสียชีวิตจากการจมน้ำ
จึงควรอย่าเที่ยวเพลิน ขอให้ระวังภัยดังกล่าวไว้บ้าง เพื่อให้การเที่ยวเป็นการพักผ่อนที่มีความสุขอย่างแท้จริง
ก่อนเที่ยวทะเลควรเตรียมยากันแสงแดดไปด้วย แต่ถ้าลืมก็ไม่เป็นไรเพราะเกือบทุกโรงแรม หรือบังกะโลที่มีระดับจะมียากันแดดวางไว้ในห้องน้ำ ให้เราได้หยิบใช้ได้ตามสบาย

ยากันแดดที่ควรใช้ ควรเป็นชนิดน้ำใสหรือน้ำนมก็ได้ ถ้าเป็นชนิดครีมจะทาลำบาก เพราะครีม กระจายตัวบนผิวได้น้อยมักติดเป็นกระจุก ทำให้การป้องกันแสงแดด ไม่ดีเพียงพอ เมื่อจัดการทายากันแดดควรทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์แล้วจึงออกสู่แดด ถ้าต้องการว่ายน้ำทะเล ควรเลือกยากันแดดที่มีคุณสมบัติทนน้ำได้ด้วย ยากันแดดจะมีฤทธิ์ในการกันแสงแดดได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วหมดฤทธิ์จึงต้องทาซ้ำเมื่อหมดช่วงเวลาดังกล่าว

การเลือกชนิดของยากันแดด ควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการกันแดด ได้หลายเท่าของภาวะปกติโดยดูจากค่า SPF ซึ่ง ติดบนสลากขวดนั้น ๆ ถ้า SPF 15 แสดงว่า กันแดดได้ 15 เท่าของภาวะปกติ ถ้าต้องการเปลี่ยนสีผิว ให้เป็นสีแทนหรือสีน้ำตาล ก็คงจะต้องเลือกชนิดที่ใส่สีแทนลงไปด้วย และสีเหล่านี้จะติดอยู่บนผิวหนังอยู่ประมาณ 1 เดือน แล้วลอกหลุด ไปกับขี้ไคล้จนหมด ในที่สุดจะเหลือเป็นสีผิวปกติ

ผลแทรกซ้อนของยากันแดด
ในรายที่ผิวแพ้ง่าย อาจมีอาการแสบและคันได้ ดังนั้น ก่อนทาบนใบหน้า ควรทดลองทาบริเวณต้นคอหรือท้องแขน และทาทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการคันแสดงว่า แพ้ยากันแดดก็ควรงดทา อาการไม่พึงประสงค์อีกอย่าง ของการทายากันแดดคือ เกิดการระคายเคือง แสบๆ บนผิวหนังเล็กน้อยแต่เมื่อทาต่อไปหลายๆ ครั้ง อาการดังกล่าวจะหายไปได้เอง ส่วนที่เป็นผลข้างเคียงซึ่งเกิดใน 7-8 วัน ต่อมาคือ การเกิดสิวตรงบริเวณที่ทายากันแดด โดยเฉพาะ การทาบนใบหน้า เมื่อหยุดทาสิวจะหายไปได้เอง

การทายากันแดดจะทำให้ผิวไม่เกิดอาการแสบแดง ภายหลังตากแดด แต่อาการผิวดำอาจป้องกันไม่ได้มากนัก แต่อย่างไรก็ตามถ้าผิวดำ อาการดำก็จะหายไปในเวลาอันควรคือ 21-28 วันโดยประมาณ แต่ประโยชน์ระยะยาวของการทายากันแดดคือ ป้องกันมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะรายที่ต้องตากแดด เป็นประจำ และตากแดดเป็นเวลานาน คงจะใช้ยากันแดดไม่ไหว เนื่องจากจะต้องใช้จำนวนมากและต้องซื้อมาด้วยราคาแพงเช่นกัน ดังนั้นการใส่หมวกปีกกว้าง โพกพันบริเวณใบหน้าด้วยผ้าหลายๆ ทบ และการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ ก็ป้องกันแสงแดดได้ดีพออยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่ชอบว่ายน้ำทะเล สิ่งที่ต้องระวังคือ แมงกะพรุนไฟ
เพราะเมื่อถูกแล้วจะมีอาการแสบร้อนมาก โดยเฉพาะ ถ้าถูกกับผิวบริเวณกว้าง การระวังแมงกะพรุนนั้นกระทำได้ยาก เพราะเป็นสัตว์ทะเล ที่มีตัวใสๆ เราว่ายน้ำเพลินๆ ไม่ได้ระวัง ก็จะไปสัมผัสกับมันได้ ถ้าระวังมากเกินไปก็คงจะว่ายน้ำไม่สนุก เอาเป็นว่าลองเสี่ยงดูแล้วกัน เคราะห์ร้ายก็พบเคราะห์ดีก็คลาด

เมื่อรูสึกสัมผัสกับแมงกะพรุน จะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน บริเวณนั้นทันที ต้องรีบขึ้นน้ำอย่างกะทันหัน แล้วนำผักบุ้งทะเล ตามบริเวณชายฝั่งบีบด้วยมือให้เละ แล้วนำมาถูผิว บริเวณที่มีอาการแสบร้อน เมื่อถูเสร็จแล้วอาจโปะผักบุ้งทะเล ไว้สักพัก 10-15 นาที แล้วบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้น อาจระงับอาการแสบร้อน ต่อไปอีกด้วยการนำผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ชุบน้ำพอหมาดโปะไว้ตรงบริเวณนั้น ความเย็นจากน้ำจะทำให้อาการแสบร้อนและผื่นแดงทุเลาลงได้มาก ต่อไปนี้จึงถึงขั้นตอน การพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง โดยแพทย์มักจะให้ยาทาประเภทลดอาการอักเสบ ลดอาการคัน ได้แก่ ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ แต่ต้องทานานมาก เพราะแมงกะพรุน จะปล่อยสารพิษเข้าสู่ใต้ผิวหนัง เมื่ออาการแสบ และคันหายไป มักจะตามด้วยแผลเป็น นูนเหนือผิวหนัง การทายาคอร์ติโคสเตอรอยด์ครีม เป็นเวลาพอสมควร จะทำให้ลดอาการแผลเป็นได้เป็นอย่างดี ถ้าไม่มีผักบุ้งทะเลอาจแก้ไขโดยใช้น้ำปูนใสแทนได้เช่นกัน แต่น้ำปูนใสก็หาได้ยากในสมัยนี้

อาการน้ำเข้าหู
พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะแก้ไข ได้เองตามธรรมชาติของคนๆ นั้น แต่ถ้าเป็นเด็กในความปกครอง พ่อแม่ต้องเอาใจใส่หาวิธีทำให้น้ำออกจากหูลูกให้ได้โดยเร็ว เริ่มตั้งแต่ การกดบริเวณหน้าใบหูเบาๆ 2-3 ครั้ง ติดกันพร้อมกับการเอียงคอเล็กน้อย น้ำจะออกจากรูหูได้ การปั่นหูอาจช่วยได้บ้าง การปล่อยให้น้ำ เข้าอยู่ในหูนานๆ และบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะอักเสบของรูหูชั้นกลาง และชั้นใน หรือที่เรียกกันว่าหูน้ำหนวก ถ้าเป็นเรื้อรัง อาจถึงขั้นสมองอักเสบต้องรักษาโดยการผ่าตัด ทำให้เด็กได้รับการทรมานจากการเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

การเล่นน้ำทะเลไม่ควรเล่นบริเวณน้ำลึก หรือเขตที่มีคลื่นรุนแรง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเล่นน้ำทะเลในบริเวณที่ไม่มีผู้คนลงไปเล่นเลย เพราะอาจเป็นเขตอันตราย หรือที่มีความลึกมาก มีสัตว์ดุร้ายมาก การโยนลูกบอลเล่นในทะเลก็ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะเรา ควบคุมระยะของลูกบอลไม่ได้ เนื่องจากทะเลมีทั้งคลื่น และลมที่แรงมาก เคยมีครอบครัวหนึ่งพาลูกไปเล่นน้ำทะเล ลูกโยนลูกบอลออกไป ไกลจากฝั่งมาก แม่เกิดเสียดายและไม่ทันยั้งคิดว่ายตามไปเก็บลูกบอล แต่โชคร้ายมีคลื่นลูกโตซัดมาพัดแม่จมหายไปและไม่กลับมาอีก ก็คือเสียชีวิตเพราะลูกบอลเพียงลูกเดียวนั่นเอง

พญ.เยาวเรศ นาคแจ้ง


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600