มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ.2543]


เมื่อเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

เอื้อพันธุ์ ศรีสุนทร


ปี ค.ศ.1999 นับพลโลกได้ 6,000 ล้านคน ถึงสิ้นปี 2000 ประชากร โลกจะเพิ่มขึ้นอีก คาดว่ามี 6,500 ล้านคน อีก 25 ปีข้างหน้า ใน ค.ศ. 2025 ชาวโลกแย่งกันเกิด และอยู่อย่างเบียดเสียด 8,200 ล้านคน

นับถอยหลังไปในปี ค.ศ.1975 ตอนนั้นประชากรมีแค่ 4,100 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ (อายุเกิน 60 ปี) 350 ล้านคน พอถึงยุคมิลเลนเนี่ยมที่สาม ประชากรสีเทาเพิ่มเป็น 390 ล้านคน อีก 25 ปี พวกเขาจะมีชีวิต อยู่ราว 1,100 ล้านชีวิตทั่วโลก ประชากรโลกเพิ่ม 100% ในทุก 50 ปี แต่คนอายุ 60 ปี เพิ่มขึ้นถึง 224%

ชาวโลกยิ่งเกิด ธรรมชาติยิ่งถูกทำลาย มนุษย์มีมากก็ใช้ทรัพยากรมาก อัตราการเพิ่มของคน สวนทางกับการลดลงอย่างฮวบฮาบของทรัพยากรโลก และการสูญสลายอย่างรวดเร็วของพันธุ์พืช-สัตว์ โลกในอนาคตที่มีประชากรเกือบหมื่นล้านจะเป็นเช่นไร คนจะอยู่กันอย่างไร... นึกภาพไม่ออก

ปัญหาการเพิ่มประชากรเป็นทวีคูณ สะท้อนว่าโลกอนาคตกำลัง เข้าสู่ยุคขาดแคลนอาหาร ขณะเดียวกัน ปัญหาประชากรที่ผมบนหัวเริ่มมี สีขาวแซมก็หนักหน่วงและร้ายกาจพอๆ กับปัญหาคนล้นโลก ใช่ว่าผู้สูงอายุเป็นคนไม่ดี แต่ถ้ามีคนแก่มากๆ ปัญหาด้านสุขภาพอนามัยก็เกิดมาก็รู้กันอยู่ว่า ร่างกายเมื่อล่วงเข้าสู่วัยชรา สภาพความเสื่อมก็ถามหา..

ปัญหาประชากรผู้สูงอายุกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขแทบทุกประเทศ แม้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้สูงอายุมักอยู่อย่างโดดเดี่ยว มีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ มีรายงานว่าในสวีเดน ผู้หญิงสูงอายุมีอัตราสูงขึ้นทุกปีและพวกเธออยู่ลำพัง ขับรถเอง จ่ายตลาด ไปไหนมาไหนเอง เมื่อหิมะตกถนนลื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุกระดูกหัก ข้อเสื่อม แม้จะมีสตางค์ แต่สังขารร่วงโรย ชีวิตก็ไม่น่าอภิรมย์นัก

ในประเทศไทย สำรวจพบว่าอายุขัยของประชากรไทยเฉลี่ย ชาย 66 ปี หญิง 71 ปี ในประเทศที่พัฒนาแล้ว อายุประชากรชายเฉลี่ย 75-80 ปี หญิง 80-85 ปี ในประเทศด้อยพัฒนา อายุเฉลี่ยของผู้ชาย 40-45 ปี หญิง 45-50 ปีหรือต่ำกว่านี้ ปัจจุบันเรามีประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุเกินกว่า 65 ปี 3.25% ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว ตัวเลขคนแก่มีมากถึง 15-20% ของประชากรทั้งประเทศ

แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า อีกไม่กี่ปี คนไทยจะอายุยืนขึ้นและเพิ่มขึ้นเป็น 8% ของพลเมือง ถ้ามีคนไทย 60 ล้านคน ก็มีคนแก่ 4.8 ล้านคน

คนไทยเกือบ 5 ล้านคนจะมีชีวิตอย่างไร หลังวัยปลดเกษียณ คนเหล่านี้จะต้องมีชีวิตอยู่ไปอีก 10-20 ปี คนแก่คนนั้น อาจเป็นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายของเราเอง กระทั่งคือตัวเราในอนาคต เรา-ในฐานะลูกหลานจะปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างลำพังแบบชาวตะวันตก หรือทิ้งลูกทิ้งหลานไว้ให้เลี้ยง หรือให้เขาอยู่อย่างเดียวดายในคอนโด ในห้องเล็กๆ หรือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถานสงเคราะห์คนชรา

เราในฐานะลูกหลาน ถ้าวันนี้ยังไม่มีคำตอบ อีกไม่นานเรา คงรู้... เมื่อถึงวันที่คนอื่นพากันเรียกเราว่า "ผู้สูงอายุ"

....ความชราเจ้าปัญหา....

ทั่วโลกกำหนดเกณฑ์ อายุของวัยชราไว้ที่ 60 ปี ภาษาราชการบ้านเราเรียกวัยปลดเกษียณ วัยปลดระวาง เลิกทำงาน เลิกเครียด กลับบ้านไปพักผ่อน เลี้ยงหลาน หรือปลูกต้นไม้ หน่วยงานบางแห่งให้พนักงานเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี ปลดโซ่ตรวนแห่งภารกิจเคร่งเครียด ถึงเวลาอยู่สบายๆ เพราะร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาพ "ชรา" และ "เสื่อม"

แต่ความชราอาจวัดกัน ไม่ได้ด้วยตัวเลข

คนอายุ 60 ปี ที่ร่างกาย แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ไม่มีความดัน เบาหวาน ไม่เป็นโรคหัวใจ ไม่เครียด เดินเหินคล่องแคล่ว คนพวกนี้ไม่น่าเรียกว่า "คนแก่" ตรงกันข้าม คนอายุแค่ 45 อาจเดินกระย่องกระแย่ง มีอาการเจ็บป่วย โรคภัยรุมเร้า เจ้าทุกข์ คนวัยแค่นี้ก็กลายเป็น "ผู้ชรา" ไปได้

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์รู้แล้วว่า สาเหตุของความเสื่อมในวัยชรา เกิดจาก Free Radicals หรืออนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวทำให้เซลล์รวม ทั้งดีเอ็นเอของเซลล์เสื่อม เมื่อเซลล์เสื่อมก็ทำให้แก่ จะแก่ก่อนวัย หรือแก่ตามสังขาร ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดอาการของโรคต่างๆ

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาต่อไปว่า อนุมูลอิสระมีความเครียดเป็นพื้นฐาน แอลกอฮอล์ บุหรี่ กาแฟ ชา สารพิษจากอากาศ น้ำ สารพิษในอาหาร เช่น กรดดินประสิวที่ใช้ทำแฮม เบคอน ไส้กรอก กุนเชียง แหนม และปลาส้ม รวมถึงน้ำตาลทรายขาว ผงชูรส เหล่านี้เป็นตัวการทำให้เราแก่ เซลล์เสื่อม โรคถามหา

คนวัย 60 ปีที่ยังแข็งแรงแสดงว่า เขาไม่เอาอนุมูลอิสระเข้าร่างกาย คนวัย 45 ปีที่ร่วงโรยเป็นพวกไม่ทะนุถนอมร่างกาย พวกแขวนชีวิตกับอบายมุขเป็นต้นเหตุของความชราที่ไม่พึงปรารถนา

น.พ.เฉก ธนะสิริ กล่าวไว้ในงานบรรยายเรื่อง "ชะลอความชรากับหมอเฉก" ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สัปดาห์ก่อนว่า
"ความจริงในทางธรรมะ ความชราชะลอไม่ได้ เพราะมันเกิดนับแต่มนุษย์ปฏิสนธิ ทางการแพทย์บอกว่า พอคนอายุ 30 ปี ร่างกายเริ่มเสื่อมแล้ว ยิ่งไม่ถนอมร่างกาย ปล่อยให้อนุมูลอิสระทำร้าย ร่างกายก็ยิ่งแย่ ชีวิตก็ไม่ยืนยาว อายุสั้นกว่าความเป็นจริง"

คนไทยเชื่อเรื่องพุทธศาสนา รู้อยู่ว่าคนเราเกิด เพื่อดับ ชีวิตเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือ ไตรลักษณ์ เราไม่ได้กลัวแก่ กลัวตาย แต่คนเรากลัวเหตุการณ์ก่อนความตายมาเยือน กลัววันที่จะเป็นคนแก่แล้วอยู่อย่างโดดเดี่ยว กลัวชีวิตบั้นปลายที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ไร้คนเหลียวแล และอยู่อย่างไร้คุณค่าต่างหาก

สถาบันประชากรศาสตร์ สำรวจปัญหาที่ผู้สูงอายุไทยประสบทั่วประเทศ พบว่า
  • ปัญหารายได้ไม่พอใช้ มีมากสุด 41.8%
  • ปัญหาสุขภาพ 41.1%
  • ไม่ได้การรักษาพยาบาลที่พอเพียง 23%
  • เหงา ว้าเหว่ 17.9%
  • มีเวลาว่างมากเกินไป 15.1%
  • รู้สึกว่าไม่มีเพื่อน 12%
ถามคนอายุ 60 ปีขึ้นไปต่อว่า แล้วสุขภาพโดยทั่วไปเป็นอย่างไร
  • ตอบว่าสุขภาพดีมาก 3.6%
  • สุขภาพดี 31.4%
  • เรื่อย ๆ 24.7%
  • สุขภาพแย่ ไม่ดีเลย 40.3%
สำรวจเพิ่มเติมว่า อาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุ (ที่ว่าสุขภาพแย่ ๆ) มีอะไรบ้าง
  • ปวดข้อ 74.5% (สาเหตุจากโรคอ้วน เบาหวาน)
  • นอนไม่หลับ 50 % (คิดมากเพราะจนหรือว้าเหว่)
  • เป็นลม 45.5% (สุขภาพไม่ดี)
  • ท้องผูก 40% (กินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ)
ผู้สูงอายุชาวไทยมีสุขภาพแย่แล้วเศรษฐกิจก็ไม่ดีอีก ในอนาคตประชากรสูงอายุยิ่งทวีจำนวน แล้วจะดูแลสุขภาพอนามัยกันอย่างไร จะอยู่กันอย่างแย่ๆ ถึงอายุยืน ชีวิตคงไม่ผิดอะไรกับขอนไม้ผุๆ ลอยกลางน้ำ...

เราในฐานะลูกหลาน มองตัวเองในวันข้างหน้าได้แล้ว อยากเป็นขอนไม้ผุๆ ที่ถูกคลื่นลมกระหน่ำ หรืออยากเป็นขอนไม้ใหญ่ที่มีพลังฝ่าแรงลม ส่งตัวเองถึงฝั่งฝันอย่างราบรื่น เงียบสงบ...

....ชราอย่างสง่า....

องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้ปี 1999 เป็นปีผู้สูงอายุสากล (International Year of Older Persons) กำหนดบทบาทสำหรับ ผู้สูงอายุ ที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข โดย
  • ผู้สูงอายุจะต้องมีอิสระ มีรายได้พอเลี้ยงปากท้อง (Independence)
  • มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ (Participation)
  • ได้รับการห่วงใยดูแล (Care)
  • มีความพึงพอใจในชีวิต (Fulfillment)
  • มีเกียรติหรือมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ (Dignity)
ยูเอ็นบอกว่า ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิและศักดิ์ศรีที่จะอยู่อย่างมีความสุข เหมือนเมื่อตอนเขาเป็นหนุ่มสาว ในญี่ปุ่นรัฐบาลเห็นความสำคัญของคนวัยเกษียณ เช่น จ้างให้ดูแลลิฟต์ คอยกดปุ่มเปิดปิด ฝรั่งมาเห็นบอกว่าคนญี่ปุ่นโง่ จ้างคนแก่มาทำงานเปลืองค่าใช้จ่าย โดยมองไม่ลึกว่า หน้าที่การงานที่พวกเขายังแบกรับอยู่ได้แสดงถึงศักยภาพ และคุณค่าที่ยังคงอยู่

คนแก่อีกหลายคน ยังทำงานในสำนักงาน เป็นที่ปรึกษา เป็นอาจารย์ เป็นผู้รู้ที่ถ่ายทอดประสบการณ์สูงค่าแก่คนรุ่นหลัง แก่แต่กายสมองยังโลดแล่น เพราะเซลล์ในร่างกายยังทำงานได้ดี นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาเกี่ยวกับเซลล์ที่ประกอบเป็นชีวิตมนุษย์ พบว่า เซลล์แต่ละเซลล์มีอายุยืนยาวต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 110 ปี

ธรรมชาติสร้างพลังสะสมหรือพลังสำรอง (Vital Reserve) ไว้สูงกว่าปกติ 20-30 เท่า นี่คือ สาเหตุที่คนมีปอด 2 ข้าง ไต 2 ข้าง หรือม้าม ถูกตัดออก ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้อย่างสบายและแข็งแรง (ข้อมูลจากหนังสือ "ทำอย่างไรชีวิตจะยืนยาวและมีความสุข - น.พ.เฉก ธนะสิริ)

อวัยวะของมนุษย์ใช้งานได้ถึง 6-7 เท่าของอายุ นับแต่เกิดจนถึงระยะผสมพันธุ์ เช่น สุนัขจะผสมพันธุ์เมื่ออายุ 1.5-2 ปี ก็จะมีชีวิตอยู่ได้ 10-14 ปี คนเราเป็นหนุ่มเป็นสาวเมื่ออายุ 16 ปี ก็ควรมีอายุยืนยาว 96-112 ปี ฉะนั้นอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ น่าจะมีอายุเท่ากับอายุของเซลล์แต่ละชนิดที่ประกอบกันเป็นชีวิตมนุษย์ คือคนเราสามารถมีอายุยืนถึง 110 ปี ได้อย่างสบายและแข็งแรง

มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดในโลก รองลงไปคือ ช้าง อายุเฉลี่ย 70 ปี แต่ที่มนุษย์ตายตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะไม่ระวังรักษาสุขภาพร่างกาย รับสารพิษจากอาหาร และอยู่ในสภาพแวดล้อมเสีย ขณะที่ช้างอายุยืนเพราะช้างดึกดำบรรพ์ กินอย่างไร ช้างยุคนี้ก็กินเหมือนเดิม (ยกเว้นช้างกินยาบ้า) ช้างเป็นมังสวิรัติ อาหารพืชพรรณทำให้อายุยืน ส่วนคนเปลี่ยนการกิน คนจึงอายุสั้น ชิงตายก่อนช้างไปเสียมาก...

มนุษย์คนใดอายุยืนถึง 100 ปี นับเป็นเรื่องตื่นเต้น ความจริงยังมีมนุษย์บางกลุ่มที่มีอายุยืนถึง 100 ปี อาจถึง 122 ปี และยังมีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ เช่น ชนเผ่าในรัสเซีย ในญี่ปุ่น คนอายุยืนพวกนี้อาศัยอยู่บนภูเขาสูง เป็นพวกมังสวิรัติ กินอาหารที่มีกาก มีเส้นใยมาก เช่น พืชผัก ผลไม้ และถั่ว

กระทรวงสาธารณสุขเคยสำรวจคนไทยทั่วประเทศ พบผู้สูงอายุที่นราธิวาส คุณยายอายุยืนถึง 122 ปี ร่างกายยังแข็งแรง อารมณ์ดี (ตามประวัติบอกว่ามีสามี 5 คน) คุณยายอีกคนอยู่เชียงใหม่ อายุ 120 ปีถ้าถามว่าคุณยายกินอะไร ท่านตอบว่า กินผักกินหญ้า กินน้ำพริก ผักพื้นบ้าน กินสัตว์น้ำ ที่สำคัญไม่เครียด

คนฝรั่งเศสเคยสำรวจพบคนอายุยืนถึงร้อยปี ถามเคล็ดลับได้ความว่า ดื่มไวน์ กินน้ำมันมะกอก และหัวเราะบ่อยๆ

จอห์น เกลน นักบินอวกาศ เหินฟ้าออกนอกแรงดึงดูดของโลก ครั้งแรกเมื่ออายุ 40 ปีเศษ จอห์นกลับขึ้นอวกาศครั้งที่ 2 ตอนอายุ 76 ปี เขาบอกว่าจะไปอีกครั้งเมื่ออายุถึงร้อย อดีตประธานาธิบดีอเมริกา จอร์จ บุช กระโดดบันจี้ จัมพ์ จากความสูง 15,000 ฟิต ระยะทาง 4 กิโลเมตร ตอนเขาอายุ 74 ปี

เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีคุณยายชาวอเมริกัน รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่ออายุ 89 ปี เรื่องอายุเป็นเพียงตัวเลข คนที่สะสมตัวเลขไว้มากๆ ทำอะไรที่คนหนุ่มสาวคาดไม่ถึงเสมอ...

....อยู่พร้อมหน้ากันให้ถึงร้อยปี....

ในอเมริกา มี "ชมรมอยู่ร้อยปี"หลายร้อยแห่ง ก่อตั้งโดยคน ที่คาดหวังเขาจะมีอายุยืนถึงร้อยปีในเมืองไทย น.พ.เฉก ธนะสิริ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง "ชมรมอยู่ร้อยปี ชีวีเป็นสุข" และดำรงตำแหน่งประธานชมรม 2 ปี เป็นคนไทยไม่กี่คนที่ประกาศว่า ฉัน...จะอยู่ถึงร้อยปี

หากสาระไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขร้อย ใครจะอยู่กี่ปีไม่สำคัญ ขอให้มีร่างกายแข็งแรง อยู่โดยไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น สุขภาพดี จิตใจแจ่มใส ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็เพราะรู้ว่ามนุษย์เรา มีชีวิตยืนยาวถึง 110 ปี ทำไมจะอยู่ถึงร้อยปีไม่ได้ คุณหมอเฉกบอกว่า
"ในอนาคต ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เป็นปัญหาสาธารณสุข ฉะนั้นจะต้อง ดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเองให้ดี ให้ร่างกายแข็งแรงไว้ก่อน เหมือน ชะลอความหนุ่มความสาวเอาไว้ ให้ร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยเจ็บ เมื่อไม่ป่วยก็ไม่ต้องเสียค่าพยาบาล และไม่ต้องพึ่งใคร ให้ยึดหลัก "พึ่งตนเอง" เพราะโรคทุกวันนี้ที่ทำให้คนตายไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจากอาหารการกิน การอยู่ที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเราสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิต เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย รวมทั้งเปลี่ยนจิตใจ ปรับอารมณ์ใหม่ เช่นไปนั่งสมาธิ เล่นโยคะ เราจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายแข็งแรง ชะลอความชรา ไว้ได้

อาหารเป็นอนุมูลอิสระด่านแรก ในอเมริกามีชมรมร้อยปีมากมาย มีข้อห้าม 100% สำหรับชาวชมรมที่จะไม่แตะต้องเด็ดขาดคือ บุหรี่ ของทอด น้ำตาล น้ำอัดลม อาหารกระป๋อง

ส่วนพวกที่สำรวจพบ 100% เกี่ยวกับการกินคือ กินผักหลากสี มีเพียง 2% เท่านั้นที่กินเนื้อสัตว์ ในจำนวน 2% ของคนกินเนื้อ มีถึง 98% ที่กินแต่สัตว์น้ำ (ปู ปลา กุ้ง หอย) พบอีกว่า 100% ชาวชมรมร้อยปีจะออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือเดินเร็วๆ สัปดาห์ละ 12 กิโลเมตร

พวกอายุยืนสังเกตว่ามีอารมณ์ขัน สนุกสนาน ไม่นินทาใครและมองคนในแง่ดี คนพวกนี้จะมีลูกหลานห้อมล้อม เพราะอารมณ์ดีอยู่เสมอ พบอีกว่าเป็นคนธรรมะธัมโม กินคล้ายคนอัตคัด หรือกินเหมือนคนจน กินผักผลไม้มาก มีข้อแนะนำการกินอย่างง่ายๆ คือ อาหารอายุยืนทำให้อายุสั้น อาหารอายุสั้นทำให้อายุยืน อาหารอายุยืนพวกอาหารกระป๋อง บะหมี่ซอง อาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตทำให้อยู่ได้นานๆ ส่วนอาหารอายุสั้นคือผักสด ผลไม้สด เราต้องรีบกินเดี๋ยวเหี่ยวเร็ว อาหารจำพวกแป้งก็กินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาว ขนมปังขัดขาว ไม่กินน้ำตาลทรายขาว ไม่กินผงชูรส

ต่อไปเราจะอยู่อย่างแข็งแรง อายุยืนยาวถึงร้อยปี จะต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ โดย
  1. มีความรู้ที่จะไม่เอาพิษเข้าตัว เช่น อาหารพิษ ความเครียดเป็นพิษทำให้เกิดทุกข์
  2. มีความรู้เรื่องอาหาร รู้จักวิตามินแร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  4. ไม่เครียด
แต่ ข้อเสียของผู้สูงอายุที่พบคือ มีความอยากรู้ แต่ไม่ชอบทำเพราะไม่มีความเพียรพอ ต้องสร้างศรัทธาว่า เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัวและสังคม ถ้าเราแข็งแรงเราก็ไม่เป็นภาระกับใคร ต้องรู้และลงมือปฏิบัติจึงจะสำเร็จ"

....ชุมชนชาวชราร่าเริง....

คนญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นชนชาติที่มีอายุยืน หลักฐานทางอาหารคือพวกเขากินอาหารธรรมชาติ อาหารต้มตุ๋น กินปลา กินเต้าหู้เยอะ ญี่ปุ่นกำลัง ประสบปัญหาประชากร ผู้สูงอายุมีมากเกินไป

ในประเทศสวีเดน ประชากร สีเทาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 7% เป็น 14% ในเวลา 85 ปี แต่ที่ญี่ปุ่น อัตราส่วนเพิ่มของคนชราในระดับเดียวกับสวีเดนใช้เวลาเพียง 24 ปี คาดว่าปี 2025 ประชากรสูงอายุเมืองปลาดิบจะมีถึง 27.4% ของจำนวนประชากร หรือ 120.91 ล้านคน

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง จัดตั้งหมู่บ้าน ชื่อ "บอน-เอจ โยโกฮาม่า" เป็นคอนโด มิเนียม ในเมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานากาว่า ที่จัดสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น อยู่ในย่านเมืองใหม่ที่มีคนต่างอายุอาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน บอน-เอจ โยโกฮาม่า มีประชากรวัยชราอยู่รวมกัน อายุตั้งแต่ 60-84 ปี เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก พวกเขาอยู่อย่างสบาย เป็นอิสระ มีกิจกรรมสันทนาการ มีงานอดิเรกและมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยดูแล แน่นอนต้องมีสถานพยาบาลอยู่ใกล้ๆ ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

กระทรวงอนามัยและสาธารณสุขสังคมของญี่ปุ่น ทำแบบสอบถาม ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นถึงทัศนคติเมื่อปี 1995 ชาวชราญี่ปุ่นจำนวน 80% ตอบว่าพวกเขามีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่บอกว่าอยากอยู่อย่างอิสระ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางท่องเที่ยว มีงานอดิเรก และได้รับการยอมรับนับถือในสังคม

ประชากรสีเทาในคอนโดสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะบอกว่า เขาชอบอยู่ที่นั่น มีกิจกรรมสันทนาการหลายอย่าง สถานบริหารร่างกาย รำมวยจีนหรือจ๊อกกิ้ง การคมนาคมสะดวกเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน คอนโดที่อยู่ถัดไปเป็นที่อยู่ของคนหนุ่มสาว พวกเขาไม่รู้สึกแปลกแยกเพราะยิ่งอยู่ใกล้ๆ คนหนุ่มสาว ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาย้อนกลับไป ในวัยนั้น...

ในอีกมุมหนึ่ง ผู้สูงอายุอีกหลายคนอยู่อย่างแร้นแค้น ยากจน ขาดญาติคอยดูแลและเจ็บป่วย ปัญหาที่ว่าเหมือนกันทั่วโลก หญิงชาวญี่ปุ่น กลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันตั้ง "โฮม คุกกิ้ง คลับ" ช่วยทำอาหารใส่กล่อง นำไปให้คนชราที่ยากจน และอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเมืองนิตต้า จังหวัดกันม่า คลับทำอาหารเกิดจากน้ำใจของพวกแม่บ้าน สมาชิกปัจจุบันมี 88 คน พวกเขาอาสามาทำงานโดยผลัดเปลี่ยนเวรกันมาทำอาหารอย่างง่ายๆ แต่มีคุณค่าและไปส่งให้ถึงบ้านคนชรา หนึ่งในสมาชิกคนใจดีบอกว่า เมื่อคนหนุ่มสาวออกไปทำงานกันในเมือง คนแก่ก็ถูกทอดทิ้ง ถ้าพวกเราในชุมชนไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย เรามองไปถึงวันข้างหน้าเมื่อเราแก่ เราก็หวังว่า จะมีคนมาทำให้เราอย่างนี้เหมือนกัน อายุเฉลี่ยของสมาชิกชมรม 68 ปี น่าดีใจที่ว่ามีคนวัยหนุ่มสาว เริ่มมองเห็น และเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น พวกเขาคงมองเห็นอย่างเดียวกับสมาชิกอายุเกินครึ่งร้อยที่ว่า อีกหน่อย..เราก็แก่

....ซีเนียร์ คลับ สโมสรเพื่อผู้สูงอายุ....

เมื่อจำนวนประชากรสีเทาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ภาครัฐไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้สูงอายุ หน่วยงานราชการบางแห่งจึงคิดจัด "สโมสรเพื่อสูงอายุ" ขึ้น หวังให้เป็นสถานที่ให้คนที่ปลดเกษียณจากการงาน ได้มีกิจกรรมสันทนาการ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ปิยะพงศ์ หริรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านเพื่อนบุพการีเปิด "ซีเนียร์ คลับ" สโมสรสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะขึ้นที่เขาค้อ รีสอร์ท จังหวัดเพชรบูรณ์ ปิยะพงศ์คลุกคลีอยู่กับผู้สูงอายุมานาน เคยทำแบบสอบถามถึงความต้องการของคนวัยเกษียณ เมื่อปี พ.ศ.2537 เมื่อถามว่า ผู้สูงอายุใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ทำอะไรบ้าง คำตอบที่ได้คือ ทำสวน อยู่กับบ้านเลี้ยงหลาน ท่องเที่ยว คำตอบแยกเฉพาะกลุ่มที่ตอบเป็น 2 ลักษณะคือ กลุ่มคนโสดจะตอบว่าชอบท่องเที่ยว กลุ่มที่มีลูกหลานตอบว่าอยู่บ้านเลี้ยงหลาน

ส่วนรายได้ของผู้สูงอายุมี 2 ทาง จากลูกหลานส่งให้ และจากเบี้ยบำเหน็จ บำนาญหรือเงินสะสม เขาสอบถามต่อไปว่า อยากทำกิจกรรมอะไรมากที่สุด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตอบ อยากไปท่องเที่ยวมากอันดับหนึ่ง รองลงไปอยากไปพักผ่อน ในสถานที่ตากอากาศ กิจกรรม สันทนาการชอบเล่นดนตรี อันดับสี่ตอบว่าชอบไปทำบุญ นั่งสมาธิ สอบถามถึงด้านจิตใจพบว่า ถ้าผู้สูงอายุได้ทำอย่างที่เขาต้องการ สุขภาพจิตจะดีขึ้น

ผู้ก่อตั้งซีเนียร์ คลับ บอกว่า "ถ้าได้ใกล้ชิดผู้สูงอายุจริง ๆ จะรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนน่าเบื่อเลย ตรงกันข้ามมีหลายสิ่ง มีประสบการณ์และวัตถุดิบมากมายที่สั่งสมอยู่ แต่คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เข้าไม่ถึงผู้สูงอายุ แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการเข้าหาพวกท่าน เช่น แทนที่จะบอกคุณป้านั่งตรงนี้ กินอย่างนี้นะ เราเปลี่ยนใหม่ เราบอกท่านว่าคุณป้าครับ อาหารนี้ทำยังไง เราอยากทานจังเลย คุณป้าช่วยทำให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ คุณป้าจะกุลีกุจอทำให้เรา แล้วจะดีใจ จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เราทำให้พวกท่านรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อ ให้มีคุณค่าในวัยของเขา"

ซีเนียร์ คลับ รับเฉพาะผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ที่มีสภาพร่างกาย แข็งแรง ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รูปแบบการใช้สโมสรเหมือนไปพักผ่อนตามรีสอร์ท แต่จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น มีการดูแลอย่างดี เตรียมพร้อมด้านการรักษาพยาบาลยามฉุกเฉิน มีกิจกรรมสันทนาการ เช่น ออกกำลังกาย ฝึกดนตรีไทย-สากลและเต้นรำ นวดเพื่อสุขภาพ ปลูกผักปลอดสารพิษ ท่องเที่ยวธรรมชาติ ทำบุญสวดมนต์ ทำอาหารจากน้ำดื่มสมุนไพร และบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจากแพทย์
ใครต้องการสถานที่ของตัวเองสำหรับกิจกรรม สันทนาการในชีวิตบั้นปลาย ทางเลือกดีๆ ก็มีให้แต่อาจจะต้องจ่ายแพงหน่อย ของดีๆ ใช่ได้มาง่ายๆ เหมือนสุขภาพร่างกาย ที่ดีไม่ได้เดินมาหาเราเอง ยูบี เบลค นักดนตรีแจ๊สชาว อเมริกันเคยพูดว่า "ถ้ารู้ว่าตัวว่าจะอยู่ยาวนานอย่างนี้ ผมคงดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้" แต่ถ้าใครคิดได้ เริ่มต้น ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุดตั้งแต่วันนี้ เราต้องเป็นผู้แข็งแรงที่สุด เพื่อเตรียมเป็นประชากรสีเทาคุณภาพ ที่ชีวีอยู่ดีมีสุขและอยู่ร่วมกัน..จนถึงร้อยปี

น.พ.เฉก ธนะสิริ ผู้ร่วมก่อตั้ง "ชมรมอยู่ร้อยปี ชีวีเป็นสุข"

"ชมรมอยู่ร้อยปี ตั้งมาครบ 2 ปีพอดี ตอนนี้มีสมาชิกราว 3,000 คน สมาชิกชมรมไม่ใช่ผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เป็นคนวัยกลางคน เป็นผู้หญิงเป็นแม่บ้านเสียมาก ชมรมมีแนวคิดให้คนรู้จักดูแลสุขภาพ อยากให้คนแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เราจะมีเอกสารเผยแพร่ความรู้ มีจัดทัวร์วัฒนธรรม อยุธยา บางปะอิน พร้อมกับให้ความรู้แทรก จะจัดกิจกรรมตลอดปี ค่าสมาชิก 2 ปี 500 บาท เท่าที่สังเกตสมาชิกไม่ค่อยมีความรู้ด้านสุขภาพอนามัย กินตามเรื่องตามราว ไม่รู้ว่ากินอะไรแข็งแรง ออกกำลังก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม นั่งๆ เดินๆ ไปตามเรื่อง เพราะฉะนั้นมีโรคภัยไข้เจ็บ ใช้ชีวิตไม่คุ้มค่า คนเราอายุยืนได้ถึง 110 ปี นี่ประกาศแค่ร้อยปีเองเดี๋ยวจะว่ามากไป

คนสมัยก่อนที่ตายมากเพราะสุขาภิบาลไม่ดี กินน้ำไม่สะอาด เป็นอหิวาต์ เป็นโรคบิด โรคลำไส้ตายไปมาก คนยุคใหม่ระบบสุขาภิบาลดีขึ้น ไม่ตายจากเชื้อโรคแต่ตายด้วยโรคที่ไม่ติดต่อ โรคจากอาหารที่เป็นพิษ สารเคมีทำให้เกิดมะเร็ง โรคหัวใจก็มากขึ้น คนโบราณจริงๆ อายุยืน ศึกษาพบว่าเพราะเขากินอาหารธรรมชาติ อยู่อย่างธรรมชาติ ใช้ชีวิตเรียบง่าย คนยุคใหม่กินอยู่อย่างสับสนถึงตายเร็ว

คนไทยเดี๋ยวนี้สนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น แต่คนที่เป็นสมาชิกชมรมอยู่ในระดับปานกลาง คนจนมากๆ คงไม่สนใจเรื่องสุขภาพอนามัย เขาสนใจทำมาหากิน พวกรวยมากก็ไม่ยอมมานั่งฟัง เขาไม่มีเวลา เคยกินหรูๆ ไม่มานั่งกินผักหญ้าหรอก แต่ปรากฏว่าคนที่อายุยืนเป็นพวกคนกลางๆ ไม่จน ไม่รวย จนไม่มีจะกินจิตใจเศร้าหมองก็ตายเร็ว

อย่าลืมว่าโรคมีสาเหตุจากจิตใจตั้ง 80-90% รวยก็ตายเร็ว คนสนใจเรื่องสุขภาพแต่ต้องช่วยตัวเอง เพราะรัฐบาลไม่สนใจ เช่น ถ้าข้าวราคาตก ยางขายไม่ได้ราคา รัฐต้องรีบแทรกแซง แต่เรื่องสุขภาพทำไมไม่แทรกแซง การแทรกแซงคือ ตั้งงบประมาณพุ่งไปที่การศึกษา การสาธารณสุข เพราะเขาเห็นเรื่องปากท้องสำคัญกว่า เกิดขึ้นชัดเจนทันตาเห็น ทำนองเดียวกันศีลธรรมจรรยาเสื่อมโทรมรัฐก็ไม่แทรกแซง แต่บางประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เขาเห็นความสำคัญรีบดำเนินการ

ตอนนี้ผู้สูงอายุนับวันยิ่งเพิ่มขึ้นกลายเป็นปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ คนสูงอายุรัฐให้เงินช่วยเดือนละ 300 บาท ตกวันละ 10 บาท คิดดูว่าอยู่ไหวมั้ย จะกินยังไง อยู่ยังไง ผู้สูงอายุยากจนในบ้านเรามีมาก จะให้เงินเพิ่มก็ไม่รู้จะเอาจากไหน หาหมอที่ไหนคอยดูแล ลูกหลานก็ดูไม่ไหว เขาต้องไปทำงาน ผู้สูงอายุจะถูกทอดทิ้งมาก ฉะนั้นจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่..เมื่อรู้ตัว ไม่ต้องอายุ 50-60 ปี หรอก รู้ตัวเมื่อไรให้เตรียมตัว เพราะต่อไปเราก็จะเป็นคนแก่ ทางที่ดีให้เตรียมตั้งแต่เป็นเด็ก คนรู้ตัวเร็วที่สุดก็ไปรอด

คนรู้ตัวคือทำให้ร่างกายแข็งแรงที่สุด ไม่มีโรคในตัว ให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือต้องมีความรู้เรื่องอาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ และต้องหาเงินให้เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ ต้องสะสมเงินไว้บ้าง ใครที่เป็นโสดอยู่ตัวคนเดียวต้องหาบัดดี้ เพื่อนสนิทหรือญาติ หรืออาจต้องเลี้ยงหลาน ให้การศึกษาเขา ให้เขามีความหวังว่าถ้าทำดีไม่ไปไหนเสีย แต่กรณีนี้อาจเสี่ยงต้องดูดีๆ

ขณะเดียวกัน สุขภาพเราต้องดีเยี่ยม ไม่ให้ป่วยเจ็บ พบปะเพื่อนฝูงมีสังคมดีๆ ที่เราเข้าไปช่วยเหลือเขาได้ สังคมที่ดีอีกแห่งคือวัด เลือกวัดดีๆ ไม่ใช่ไปขอหวยหวังลาภยศ ต้องมีงานอดิเรก สำคัญอีกอย่างต้องฝึกสมอง ใช้ทุกอย่าง ตาหูจมูกลิ้น ฟังคิดอ่านเขียน ต้องดูข่าวทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ทันโลก เพื่อฝึกสมอง เพราะโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นทุกทีหาสาเหตุไม่ได้ ถ้าเรียนรู้คอมพิวเตอร์ได้ยิ่งดีใหญ่

ผู้สูงอายุจะอยู่อย่างมีความสุข วิธีที่ดีที่สุดคือ ไม่ต้องหวังพึ่งใคร ให้ดูแลตัวเองให้แข็งแรงที่สุด สังคมเปลี่ยนไปเราเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น แต่ก่อนเราอยู่เป็นชุมชน มีลูกมาต่อบ้านไปอีกหลังอยู่รวมกัน ทะเลาะกันมีผู้ใหญ่ช่วยไกล่เกลี่ย ครอบครัวก็อบอุ่น ลูกเห็นพ่อแม่ดูแลปู่ย่าตายายเขาได้เห็นตัวอย่างที่ดี แต่สังคมเดี๋ยวนี้แยกกันอยู่ มีลูกมาลูก ไม่เคยเห็นพ่อแม่ดูแลปู่ย่า คนแก่ก็ถูกทอดทิ้ง ในเมื่อสภาพสังคมเป็นอย่างนี้ไม่ต้องคิดหวังพึ่งลูกหลาน แต่ถ้าลูกได้รับการอบรมมาดี ตัวพ่อแม่ปฏิบัติต่อปู่ย่าตายายดี ลูกเห็นก็ตอบแทน ถือว่าเป็นบุญ แต่อย่าหวังให้มาก ตัวเราเองต้องแข็งแรงไม่ไปเป็นภาระกับใคร ต้องทำใจ เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

คนสุขภาพดีแข็งแรง อายุยืน พวกนี้ตายจะไม่เจ็บป่วย พูดได้เลยว่าคนแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีโรคในตัว พวกนี้ตายไม่ทรมาน ตายอาจจะนอนหลับแล้วไม่ตื่นเลย หัวใจมันจะหยุดไปโดยไม่มีโรค ไม่ใช่เป็นอัมพาต นอนหยอดน้ำข้าวต้ม

ตัวอย่าง แม่ผมอายุ 98 ปี 2 เดือน ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องให้น้ำเกลือ ให้ทำไมอายุขนาดนี้แล้ว แม่ไปอย่างสงบมาก อยู่ในบ้าน ถามทีไรบอกขอบใจๆ สบาย จับชีพจรค่อยๆ มอด นี่ยังไม่คลาสสิก มีคลาสสิกกว่านี้ เช่น พ่ออายุ 120 ปี ลูก 80 ปี คุยกันตามปกติ เดินเหินปกติแต่ช้าหน่อย พอรุ่งเช้าไปแล้ว คนอายุมากเขาจะรู้เลยว่าเขาอยู่ไม่พ้นคืนนี้ เขาจะบอกลูกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องเจอกัน หัวใจมอดไปเลย นอนแล้วหลับไปเลยไม่ทรมาน เหมือนหมดเวลาของเขาแล้วคลาสสิกมาก"


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600