|
ปัญหาโรคในท้องของเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่ในหลายกรณี
เช่น ในเด็กเล็กหรือเด็กแรกเกิด เราไม่อาจทราบได้ว่า
เด็กปวดท้องเพราะเด็กบอกไม่ได้ แต่จะนำมาด้วยการร้องกวนไม่ดูดนม
ซึม ท้องอึด อาเจียน ถ่ายเหลว หรือไม่ก็ถ่ายอุจจาระ ในเด็กโต
ที่พอพูดกันรู้เรื่องตั้งแต่อายุ 5 ปีขึ้นไป อาจมีความลำบากใจ
ในการวินิจฉัยน้อยลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยโรค
ในท้องของเด็กทำได้ยาก เพราะโรคที่เกิดกับเด็กนั้นแตกต่างกัน
ในแต่ละช่วงอายุ และแตกต่างกับผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก
เด็กที่มีปัญหาของท้องจะมาหาแพทย์ด้วยอาการหลายอย่าง
เช่น อาจมาด้วยปัญหาเรื่องการอาเจียน ซึ่งการอาเจียนในทารก
เป็นอาการไม่เฉพาะเจาะจง อาจเกิดจากการให้นม และอาหารไม่ถูกวิธี
ทอนซิลอักเสบอาหารเป็นพิษ ไข้เลือดออกเป็นต้น
ทารกที่อาเจียนโดยท้องไม่อึดนั้น ต้องสังเกตว่า สิ่งที่อาเจียน
มีน้ำดีปนหรือไม่ ถ้าไม่มีน้ำดีปนให้สงสัยว่าอาจเป็น โรค Gastroesophageal
Reflux ซึ่งพบบ่อยในทารกแรกเกิดจนถึง 1 ปี โดยเฉพาะเด็ก
ที่คลอดก่อนกำหนด
สาเหตุที่อาเจียนเนื่องจากกลไกในการควบคุมการไหลย้อนกลับ
บริเวณส่วนต่อของหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์
มักอาเจียนหลังกินนม โดยเฉพาะเวลานอนราบนมจะไหลเอื่อยๆ จากปาก บางรายมีการสำลักเกิดโรคปอดอักเสบบ่อยๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุ
ที่นำเด็กมาพบแพทย์
เมื่อสงสัยเป็นโรคนี้อาจรักษาโดยจับทารกนอนเอียง
ให้ลำตัวและศรีษะอยู่สูง เช่น ให้นั่งในเก้าอี้นั่งของทารกให้เด็กดูดนม
ทีละน้อยๆ และบ่อยๆ การให้อาหารที่มีลักษณะข้นก็ช่วยได้บ้าง
ประมาณ 90% หายได้ใน 6 เดือนถึง 1 ปี หากรักษาไม่ได้ผล
หรือมีโรคแทรกซ้อน เช่น น้ำหนักตัวน้อยมาก อาเจียนเป็นเลือด
จากหลอดอาหารอักเสบ หรือเกิดโรคปอดอักเสบบ่อยๆ
ก็ต้องพิจารณาผ่าตัด
เด็กที่อาเจียนโดยไม่มีน้ำดีปน อาจเป็นโรค
Infantile hypertrophiepylolic stonosis
ซึ่งเป็นโรคที่มีการหนาตัวของกล้ามเนื้อหูรูด
บริเวณกระเพาะอาหารส่วนปลาย ทำให้เกิดการตีบแคบหรืออุดตัน
อาหารจึงผ่านลงไปที่ลำไส้ลำบาก พบได้บ่อยในทารกอายุประมาณ 1 เดือน
ทารกมีอาการอาเจียนพุ่งหลังกินนมไปได้ไม่นาน และเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่อาเจียนไม่มีน้ำดีปน ทารกจะเสียน้ำและเกลือแร่ อาจคลำพบก้อน
บริเวณลิ้นปี่ขนาดประมาณ 1 ซม. ถ้า X-Ray ช่วงท้องจะพบว่า
มีการขยายตัวของกระเพาะอาหารในขณะที่ลมในลำไส้น้อยลง แสดงถึงการอุดตันที่ส่วนปลายของกระเพาะอาหาร
การรักษาโรคนี้ต้องผ่าตัด
ถ้าเด็กอาเจียนมีน้ำดีปนออกมา คิดถึงภาวะ
Duodenal Obstruction
คือ การอุดตันของลำไส้เล็กส่วนต้น เพราะในลำไส้เล็กส่วนต้น
มีทางเปิดของน้ำดี เด็กอาเจียนแล้วจึงมีน้ำดีปนออกมาก
การรักษาโรคนี้ต้องใช้การผ่าตัด
เด็กบางรายมาพบแพทย์ด้วยอาการท้องอืด
ซึ่งอาการท้องอืดนี้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในทุกช่วงอายุ
มีภาวะทางศัลยกรรมที่ควรนึกถึงดังนี้
1. การอุดตันของลำไส้
2. การอักเสบของลำไส้ และเยื่อบุช่วงท้อง
3. ก้อนในท้อง
4. น้ำในท้อง
การอุดตันของลำไส้ พบได้บ่อยอาจมีอาการตั้งแต่แรกเกิด
หรือเกิดขึ้นภายหลังเด็กที่มีอาการอาเจียนมีน้ำดีปนและท้องอืด
ให้สงสัยไว้เสมอว่าอาจมีการอุดตันของลำไส้
ในเด็กทารกแรกเกิดที่มีประวัติไม่ถ่ายขี้เทาใน 24 ชม.
หลังคลอดให้ดูว่ามีรูก้นหรือไม่ เนื่องจากเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด
ในระยะนี้ หากมีรูก้นปกติต้อง X-Ray ดูว่ามีลมในทวารหรือไม่
ถ้าไม่มีแสดงว่าลำไส้อุดตันต้องผ่าตัด
ในกรณีที่ถ่าย X-Ray พบว่ามีลมในทวารหนัก
อาจลองสวนทวารหนักด้วยน้ำเกลือ ถ้ามีอุจจาระออกมาได้มาก
และมีก้อนแข็งๆ ออกมาด้วย ประกอบกับเด็กหายจากอาการท้องอืด สามารถถ่ายอุจจาระเป็นปกติตลอดไป แสดงว่าเป็น
โรค Meconium Plug Syndrome
เกิดเนื่องจากขี้เทาแข็งตัวเป็นก้อนอุดตันอยู่ในลำไส้ใหญ่ สาเหตุที่เกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าอาจขาดเอมไซม์ Trypsin หรือส่วนประกอบของขี้เทาผิดปกติ หรือการทำงานของลำไส้ใหญ่ผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม การสวนล้างด้วยน้ำเกลือเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้หายจากโรคนี้ได้
ถ้าเด็กเกิดอาการท้องอืดขึ้นมาอีก หลังจากสวนล้างด้วยน้ำเกลือแล้ว
คือ มีอาการท้องอืด ท้องผูกเป็นๆ หายๆ หรือต้อสวนอุจจาระบ่อยๆ
ให้สงสัยว่าจะเป็น โรคลำไส้ใหญ่ส่วนปลายไม่มีเซลล์ประสาท
(Hirschprung's disease)
วินิจฉัยได้โดย ส่วนแป้งเข้าทางทวารหนัก จะพบว่าลำไส้ใหญ่
ส่วนที่มีเซลล์ประสาทจะขยายใหญ่ ส่วนที่ไม่มีเซลล์ประสาทจะขนาดเล็ก
หรือปกติ เนื่องจากส่วนที่ไม่มีเซลล์ประสาทไม่มีการบีบตัวของลำไส้
จึงเหมือนมีการอุดตันเพราะอุจจาระออกมาไม่สะดวก ส่วนที่อยู่เหนือลำไส้
ส่วนที่ไม่มีเซลล์ประสาทจะขยายใหญ่เพราะมีอุจจาระค้างอยู่มาก
การรักษาระยะแรกคือ ให้สวนล้างอุจจาระด้วยน้ำเกลือทุกวัน
อาจทำวันละหลายๆ ครั้งจนท้องยุบดีแล้วจึงทำการเปิดรู
ให้อุจจาระออกทางหน้าท้อง ถ้าไม่เปิดรูให้อุจจาระออกทางหน้าท้อง
ก็อาจใช้วิธีสวนอุจจาระไปจนโต อายุประมาณ 1 ปี หรือน้ำหนักประมาณ
10 กก. จึงทำการผ่าตัดแก้ไขอย่างถาวร โดยนำลำไส้ส่วนที่ปกติ
(มีเซลล์ประสาท) ลงไปต่อกับทวารหนัก
โรคแทรกซ้อนที่ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้เสียชีวิตคือ โรคลำไส้อักเสบ
ผู้ป่วยจะท้องอืดขึ้น ซึม อุจจาระเป็นน้ำ หรือไม่ถ่ายเลย
เมื่อล้วงทวารหนักพบมีอุจจาระเละๆ สีน้ำตาลเข้ม กลิ่นเหม็นเน่า
พุ่งตามออกมาระหว่างดึงนิ้วออก รักษาด้วยการสวนล้างด้วยน้ำเกลือ
วันละหลายครั้ง ให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ
โรคอื่นในทารกที่ทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ แต่พบได้น้อย
ได้แก่ ท้องอึด รัดลำไส้ การบิดพันตัวของลำไส้ ไส้เลื่อน เป็นต้น
ในเด็กอายุประมาณ 2 เดือน ถึง 2 ปี พบว่า เป็นโรคลำไส้กลืนกัน
(Intussuseeption) ได้บ่อย ร้องกวนเป็นพัก ๆ ต่อมาถ่ายเหลว
และมีมูกเลือด ถ้าปล่อยไว้หลายวัน ท้องจะอืด ซึมลง บางรายชัก
มักคลำได้ก้อนของลำไส้ที่กลืนเป็นลำ X-Ray อาจพบก้อนบริเวณลำไส้ ถ้าเป็นมากจะทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้
การรักษาโรคนี้ คือให้น้ำเกลือ แล้วสวนอุจจาระโดยวิธีพิเศษ ซึ่งต้องทำโดยแพทย์จะโดยวิธีพิเศษ ซึ่งต้องทำโดยแพทย์
จะช่วยให้ลำไส้ส่วนที่กลืนกันหลุดจากกันได้ผลประมาณ 85%
หากพบโรคนี้นอกช่วงอายุ 2 เดือน ถึง 2 ปี มักจะพบพยาธิสภาพอื่น
ที่เหนี่ยวนำให้ลำไส้กลืนกัน เช่น เป็นเนื้องอกของลำไส้
จึงต้องตรวจโรคให้ละเอียดต่อไป
ในเด็กโตอุบัติการของสาเหตุการอุดตันของลำไส้นั้นคล้ายคลึงกับผู้ใหญ่
คือ จากเยื่อพังผืดพันรัดลำไส้ในรายที่เคยผ่าตัด และโรคไส้เลื่อน
โรคลำไส้ทะลุก็เป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่งที่ต้องได้รับการผ่าตัด
อย่างเร่งด่วน
ลักษณะของเด็กที่ควรสงสัยว่ามีการทะลุของลำไส้
หรือเยื่อบุช่องท้องอักเสบ คือ มีอาการท้องอืด มีไข้ ตัวเย็น ซึมลง
ท้องดูแดงๆ ท้องแข็ง กดเจ็บ การตรวจร่างกายในเด็กบอกได้ยาก
มักต้องอาศัยภาพถ่ายรังสีหรือวิธีการตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย
ในทารกแรกเกิด ลำไส้อักเสบจนถึงขั้นทะลุนั้น
มีสาเกตุมาจากโรค Acute Necrotizing Enterocolitis (NEC)
โรคกระเพาะอาหารทะลุ โรคลำไส้ทะลุ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และลำไส้ทะลุจากการอุดตันจากสาเหตุที่กล่าวข้างต้น
ในเด็กเล็กและเด็กโต โรคไส้ติ่งอักเสบพบได้บ่อยที่สุด
โรคอื่นๆ ได้แก่ NEC โรคอื่น เช่น ฝีในตับ ตับอ่อนอักเสบ ทำให้มีอาการปวดท้องและเกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบได้
NEC เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดการทะลุของลำไส้
ทารกแรกเกิด มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 1 เดือน โดยเฉพาะเด็ก
ที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย มีภาวะอื่นที่ไม่ปกติอยู่ก่อนแล้ว
เช่น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ต้องใส่สายในเส้นเลือดทางสะดือ
ทำให้มีเลือดเลี้ยงลำไส้น้อยลง มีเชื้อแบคทีเรียเจริญมาก
เกิดการอักเสบของลำไส้ อาจเน่าหรือทะลุในที่สุด
ระยะแรกเด็กอาจมีอาการซึมไม่กินนม ท้องอืด ถ่ายเหลว
ต่อมาถ่ายเป็นเลือด ท้องอืดมากขึ้น บางรายหน้าท้องแดง
การรักษาคือต้องงดอาหารทางปาก ให้นำเกลือและยาปฏิชีวนะ
ทางเส้นเลือด ถ้าท้องอืดขึ้น หน้าท้องแดง หรือ X-Ray สงสัยว่า
มีลำไส้ทะลุก็ต้องผ่าตัด โดยตัดลำไส้ส่วนที่เน่าและทะลุออก
โรคกระเพาะอาหารทะลุ ส่วนใหญ่พบในเด็ก 3-5 วัน ในประเทศไทยสาเหตุมักเกิดจากมารดาป้อนกล้วยให้กิน
ทำให้เด็กท้องอืดขึ้น ซึม เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการขาดเลือด
ของกระเพาะอาหารร่วมกับมีแรงดุนสูงในกระเพาะ การรักษาคือ รีบผ่าตัดเย็บซ่อมกระเพาะล้างช่องท้องอัตราตายของโรคนี้ค่อนข้างสูง
โรคลำไส้ทะลุตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (Mecomium Peritonitis)
การทะลุของลำไส้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาเกิดขึ้นได้
จากหลายสาเหตุ เช่น การอุดตันของลำไส้ การขาดเลือด ลำไส้กลืนกัน การเจาะหน้าท้องมารดาเพื่อดูดน้ำคร่ำไปตรวจ เมื่อขี้เทาไหลออกสู่ช่องท้อง
ก็ทำให้เกิดจากอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดฟังผืดรัดลำไส้
ทำให้ลำไส้อุดตัน หลังคลอดเด็กจะท้องอืด อาจคลำได้ก้อนในท้อง
หน้าท้องแดง มีอาการซึม ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
โรคไส้ติ่งอักเสบ
เป็นโรคทางศัลยกรรมที่พบบ่อยที่สุดในเด็กโตที่ปวดท้อง
ดังนั้น หากมีผู้ป่วยที่ปวดท้องแล้วไม่หาย ต้องสงสัยโรคนี้
เด็กจะมีประวัติปวดท้อง อาเจียน มีไข้ ต่อมาท้องอืดขึ้น
ในเด็กเล็กการตรวจหน้าท้องบอกได้ยาก ไส้ติ่งมักจะแตกมากกว่า 90% ในเด็กโตมักจะแตกแล้วประมาณ 15-60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความล่าช้าในการวินิจฉัยในเด็กโตพบว่า
จะมีอาการปวดมากทางท้องน้อยด้านขวา ถ้าสงสัยแต่อาการไม่ชัดเจน ควรต้องสังเกตอาการใกล้ชิดพร้อมทั้งให้งดอาหารผู้ป่วย
ให้น้ำเกลือถ้าอาการชัดเจนจึงนำไปผ่าตัด
โรคลำไส้เน่าอักเสบในเด็ก (Acute Necrotizing Enteritis)
พบได้บ่อยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พบมากในช่วงอายุ 6-9 ปี ผู้ป่วยมีอาการถ่ายเหลว สีคล้ำเป็นเลือด
คล้ายน้ำหมากกลิ่นเหม็นเน่า มีไข้ อาเจียน ท้องอืด รักษาโดยการให้น้ำเกลือ ให้ฉีดยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด ถ้าไม่ดีขึ้น มีลำไส้ทะลุต้องผ่าตัด
จะเห็นว่าโรคทางช่องท้องที่ทำให้ทารกต้องผ่าตัดมีหลายสาเหตุ หากบุตรหลานของท่านมีอาการท้องอืด อาเจียนพุ่ง ซึม ร้องกวนมากผิดปกติ ฯลฯ ควรนำบุตรหลานไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษา
ที่ถูกต้องต่อไป
|