มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 328 มิถุนายน 2542]

เมื่อลูกชัก เพราะไข้ขึ้นสูง

นิรนุช



ระหว่างปิดภาคเรียนอันยาวนานในฤดูร้อน เด็กหลายๆ คน ได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดกับคุณพ่อคุณแม่ และได้เล่นได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ จนบางครั้งเด็กๆ อาจจะไม่ได้ระมัดระวังเรื่องของดินฟ้าอากาศในบ้านเรา ที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แถมมีฝนตกอีกต่างหาก และถ้าคุณพ่อคุณแม่ปล่อยปละละเลยการเล่นสนุกของลูกๆ แล้วละก็ อาจจะกลายเป็นทุกข์ถนัดไปเลยก็ได้ โดยเฉพาะเจ้าโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นกันมากในภาวะอากาศร้อนชื้นแบบนี้ อย่างไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

สำหรับอาการก็พอจะทราบกันดีว่ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มึนศีรษะ ในเด็กเล็กอาจจะมีไข้ขึ้นสูง และหากขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด จากแพทย์แล้วละก็ อาจทำให้อาการไข้ขึ้นสูง หรือเกิดอาการไข้ชักขึ้นได้ค่ะ

าการชักเนื่องจากไข้ขึ้นสูง

1. อาการชักที่เกิดขึ้นมีลักษณะทั้งตัว อาจจะเป็นชักเกร็งทั้งตัวหรือชักเกร็งกระตุกทั้งตัวก็ได้ แต่จะไม่ชักเฉพาะซีกของร่างกายหรือชักผวากระตุก
2. เด็กที่มีอาการไข้ชัก จะมีช่วงอายุอยู่ในระหว่าง 1-3 ปี แต่ทั้งนี้อาจจะพบได้ตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 5 ปี หากเด็กอาการชักร่วมกับไข้ ในอายุที่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีอาการชักร่วมกับไข้ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปี ควรจะปรึกษาแพทย์ เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะสรุปว่าเด็กมีอาการชักเนื่องจากภาวะใช้
3. อาการไข้ชัก ส่วนใหญ่มีอาการชักนานเกินกว่า 5 นาที หรือนานกว่านั้นควรปรึกษาแพทย์

ถ้าเด็กมีอาการไข้ชัก ซึ่งเป็นอาการไข้ชักธรรมดาโอกาสเสี่ยง ที่จะเกิดโรคลมชักหรือลมบ้าหมูนั้นมีโอกาสน้อยมาก แม้ว่าจะติดตามเด็ก ที่มีประวัติไข้ชัก ไปจนเด็กเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคลมชักหลังจากที่เคยมีประวัติไข้ชักมีเพียง ไม่ถึงร้อยละ 7-9 จะมีอาการชักเนื่องจากไข้ชักบางชนิดเท่านั้น ที่เพิ่มอัตราเสี่ยงของอาการเกิดโรคลมชักเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ลักษณะที่ชวนให้สงสัยว่า อาการไข้ชักในเด็กมีโอกาสเสี่ยง ทำให้เกิดโรคลมชักได้ เมื่อมีอาการดังนี้

1. อาการชักที่เกิดร่วมกับไข้นั้นจะมีอาการชักนานกว่า 15 นาที
2. มีอาการชักซ้ำ ๆ กันหลายครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีอาการไข้
3. มีอาการชักที่เกิดร่วมกับไข้นั้นมีลักษณะเป็นชักเฉพาะส่วนของร่างกาย อาทิ ชักเฉพาะแขนขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย

เด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำเนื่องจากไข้ขึ้นสูง ประมาณร้อยละ 30 ส่วนใหญ่ของอาการไข้ชักเป็นซ้ำมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปีแรกแต่ไม่เกิน 2 ปี หลังจากที่มีอาการไข้ชักครั้งแรก หากเด็กที่มีประวัติไข้ชักเป็นซ้ำเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป โอกาสของการเสี่ยงของอาการไข้ชัดเป็นซ้ำนั้นแทบจะกล่าวได้ว่ามีน้อยมาก

เด็กที่มีอาการไข้ชักบ่อยๆ มีโอกาสเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้ ขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของเด็กที่มีประวัติไข้ชักเป็นอย่างไร

มีการศึกษาวิจัยหลายครั้งซึ่งติดตามเด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก ตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศสวีเดน ไม่พบว่าเด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก จะมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติที่ไม่เคยมีประวัติไข้ชัก นอกจากนั้นในเด็กที่เคยมีอาการไข้ชักหลายครั้งก็ไม่พบความแตกต่าง ในแง่ของสติปัญญาของเด็กเมื่อโตขึ้น

เด็กที่มีภาวะไข้ชัก มีโอกาสถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่ ? คำตอบก็คือ

กรณีของเด็กที่มีประวัติไข้ชัก โอกาสที่จะมีพี่น้องมีประวัติไข้ชัก เช่นเดียวกันมีมากกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ตามดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น โดยละเอียดเกี่ยวกับภาวะไข้ชัก ยังคงขอเน้นอีกครั้งหนึ่งว่า ภาวะไข้ชักเป็นภาวะซึ่งไม่อันตรายแม้ว่าบุตรคนแรกจะมีประวัติไข้ชัก บุตรคนต่อไปโอกาสที่จะมีอาการไข้ชักเช่นเดียวกันสูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม แต่อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปัญหาไข้ชักไม่ใช่เป็นปัญหา ซึ่งจะมีผลในระยะยาว

ารรักษาภาวะไข้ชัก

ส่วนใหญ่เด็กที่มีปัญหาไข้ชักมักจะไม่มีอาการชักซ้ำ หรือมีอาการไข้ชักซ้ำมีเพียงส่วนน้อยนิดของเด็กกลุ่มนี้เท่านั้น ที่มีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู การรักษาที่ถูกต้องคือ การพยายามปฐมพยาบาลลดไข้เมื่อเด็กมีอาการไข้ร่วม ทั้งการปฐมพยาบาลอาการชักถ้าเกิดขึ้น การใช้ยากันชัก รับประทานทุกวันหรือใช้ยาระงับชักกินเฉพาะเวลามีไข้ รวมทั้งผลข้างเคียงของยาที่ใช้นั้นมักจะมีผลเสียมากกว่าผลร้าย

การปฐมพยาบาลดูแลลดไข้เป็นหัวใจสำคัญ การปฐมพยาบาลลดไข้เด็ก ควรกระทำโดยหมั่นวัดไข้ทุกครั้งที่ลูกแลดูไม่สบาย หากพบว่ามีไข้ ควรให้ยาพาราเซตามอลรับประทานตามขนาดของเด็กทุก 4 ชั่วโมง ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้นั้นจะได้ผลรวดเร็วกว่า การรับประทาน ยาพาราเซตามอลเสียอีก

ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำอุ่นหมาดๆ และหมั่นเช็ดตัวอยู่เสมอ จะช่วยลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ไม่ควรใช้น้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัว ขณะที่มีไข้เพราะมีโอกาสทำให้ลูกเกิดอาการหนาวสะท้าน และเกิดไข้สูงขึ้นมาอีกหลังจากการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์

วิธีปฏิบัติเมื่อลูกมีอาการชัก

การปฐมพยาบาลอาการชักควรจะทำได้ด้วยตนเอง ผู้ปกครอง หรือคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่เคยมีประวัติไข้ชักไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ หากลูกมีอาการชักเกิดขึ้น อันดับแรกที่ควรกระทำคือ จับลูกนอนตะแคง แล้วพยายามทำให้ทางเดินหายใจโล่ง หากลูกมีอาการชัก ขณะที่กำลังรับประทานอาหารหรือมีเศษอาหารอยู่ในช่องปาก ควรล้วงเศษอาหารนั้นออกจากช่องปากก่อน เพื่อป้องกันการอุดกลั้น ของทางเดินหายใจระหว่างที่มีอาการชัก

สำหรับในกรณีอื่นแล้ว ไม่ควรพยายามทำให้ลูกอาเจียน หรือใช้ช้อนหรือไม่กดลิ้น นิ้ว หรือใช้เศษผ้ายัดเข้าไปในปากลูก เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอันตรายต่อช่องปากและฟันลูกมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่ฟันจะหลุดหรือหักและหลุดลงไปอุดหลอดลม และทำให้ปอดแฟบ อันจะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนมากยิ่งขึ้น ควรจับให้นอนตะแคงบนพื้นที่นุ่ม ไม่มีของแข็งมากระทบ ที่จะทำให้เกิดอันตรายขณะที่มีอาการชัก

หากได้รับคำแนะนำสอนวิธีการใช้ยาเหน็บทวารหนัก อาจจะให้ยาระงับชักเหน็บทวารหนักตามที่แพทย์แนะนำได้ การใช้ยากันชักเหน็บทวารนั้นจะช่วยป้องกันมิให้มีอาการชักเกิดขึ้น ติดต่อกันเป็นเวลานานได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องได้รับคำปรึกษา จากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของลูกด้วยค่ะ

นิรนุช


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600