ระหว่างปิดภาคเรียนอันยาวนานในฤดูร้อน เด็กหลายๆ คน
ได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดกับคุณพ่อคุณแม่
และได้เล่นได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ จนบางครั้งเด็กๆ อาจจะไม่ได้ระมัดระวังเรื่องของดินฟ้าอากาศในบ้านเรา
ที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แถมมีฝนตกอีกต่างหาก
และถ้าคุณพ่อคุณแม่ปล่อยปละละเลยการเล่นสนุกของลูกๆ แล้วละก็
อาจจะกลายเป็นทุกข์ถนัดไปเลยก็ได้ โดยเฉพาะเจ้าโรคภัยไข้เจ็บ
ที่เป็นกันมากในภาวะอากาศร้อนชื้นแบบนี้ อย่างไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่
สำหรับอาการก็พอจะทราบกันดีว่ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มึนศีรษะ ในเด็กเล็กอาจจะมีไข้ขึ้นสูง และหากขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
จากแพทย์แล้วละก็ อาจทำให้อาการไข้ขึ้นสูง หรือเกิดอาการไข้ชักขึ้นได้ค่ะ
อาการชักเนื่องจากไข้ขึ้นสูง
1. อาการชักที่เกิดขึ้นมีลักษณะทั้งตัว อาจจะเป็นชักเกร็งทั้งตัวหรือชักเกร็งกระตุกทั้งตัวก็ได้ แต่จะไม่ชักเฉพาะซีกของร่างกายหรือชักผวากระตุก
2. เด็กที่มีอาการไข้ชัก จะมีช่วงอายุอยู่ในระหว่าง 1-3 ปี
แต่ทั้งนี้อาจจะพบได้ตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 5 ปี หากเด็กอาการชักร่วมกับไข้
ในอายุที่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีอาการชักร่วมกับไข้ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปี
ควรจะปรึกษาแพทย์ เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะสรุปว่าเด็กมีอาการชักเนื่องจากภาวะใช้
3. อาการไข้ชัก ส่วนใหญ่มีอาการชักนานเกินกว่า 5 นาที หรือนานกว่านั้นควรปรึกษาแพทย์
ถ้าเด็กมีอาการไข้ชัก ซึ่งเป็นอาการไข้ชักธรรมดาโอกาสเสี่ยง
ที่จะเกิดโรคลมชักหรือลมบ้าหมูนั้นมีโอกาสน้อยมาก แม้ว่าจะติดตามเด็ก
ที่มีประวัติไข้ชัก ไปจนเด็กเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคลมชักหลังจากที่เคยมีประวัติไข้ชักมีเพียง
ไม่ถึงร้อยละ 7-9 จะมีอาการชักเนื่องจากไข้ชักบางชนิดเท่านั้น
ที่เพิ่มอัตราเสี่ยงของอาการเกิดโรคลมชักเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่
ลักษณะที่ชวนให้สงสัยว่า อาการไข้ชักในเด็กมีโอกาสเสี่ยง
ทำให้เกิดโรคลมชักได้ เมื่อมีอาการดังนี้
1. อาการชักที่เกิดร่วมกับไข้นั้นจะมีอาการชักนานกว่า 15 นาที
2. มีอาการชักซ้ำ ๆ กันหลายครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีอาการไข้
3. มีอาการชักที่เกิดร่วมกับไข้นั้นมีลักษณะเป็นชักเฉพาะส่วนของร่างกาย
อาทิ ชักเฉพาะแขนขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
เด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำเนื่องจากไข้ขึ้นสูง
ประมาณร้อยละ 30 ส่วนใหญ่ของอาการไข้ชักเป็นซ้ำมักจะเกิดขึ้นภายใน
1 ปีแรกแต่ไม่เกิน 2 ปี หลังจากที่มีอาการไข้ชักครั้งแรก
หากเด็กที่มีประวัติไข้ชักเป็นซ้ำเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป
โอกาสของการเสี่ยงของอาการไข้ชัดเป็นซ้ำนั้นแทบจะกล่าวได้ว่ามีน้อยมาก
เด็กที่มีอาการไข้ชักบ่อยๆ มีโอกาสเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้ ขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของเด็กที่มีประวัติไข้ชักเป็นอย่างไร
มีการศึกษาวิจัยหลายครั้งซึ่งติดตามเด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก ตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร
และประเทศสวีเดน ไม่พบว่าเด็กที่เคยมีประวัติไข้ชัก จะมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติที่ไม่เคยมีประวัติไข้ชัก
นอกจากนั้นในเด็กที่เคยมีอาการไข้ชักหลายครั้งก็ไม่พบความแตกต่าง
ในแง่ของสติปัญญาของเด็กเมื่อโตขึ้น
เด็กที่มีภาวะไข้ชัก มีโอกาสถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่ ?
คำตอบก็คือ
กรณีของเด็กที่มีประวัติไข้ชัก โอกาสที่จะมีพี่น้องมีประวัติไข้ชัก
เช่นเดียวกันมีมากกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ตามดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
โดยละเอียดเกี่ยวกับภาวะไข้ชัก ยังคงขอเน้นอีกครั้งหนึ่งว่า
ภาวะไข้ชักเป็นภาวะซึ่งไม่อันตรายแม้ว่าบุตรคนแรกจะมีประวัติไข้ชัก บุตรคนต่อไปโอกาสที่จะมีอาการไข้ชักเช่นเดียวกันสูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม แต่อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปัญหาไข้ชักไม่ใช่เป็นปัญหา
ซึ่งจะมีผลในระยะยาว
การรักษาภาวะไข้ชัก
ส่วนใหญ่เด็กที่มีปัญหาไข้ชักมักจะไม่มีอาการชักซ้ำ
หรือมีอาการไข้ชักซ้ำมีเพียงส่วนน้อยนิดของเด็กกลุ่มนี้เท่านั้น
ที่มีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู การรักษาที่ถูกต้องคือ
การพยายามปฐมพยาบาลลดไข้เมื่อเด็กมีอาการไข้ร่วม
ทั้งการปฐมพยาบาลอาการชักถ้าเกิดขึ้น การใช้ยากันชัก
รับประทานทุกวันหรือใช้ยาระงับชักกินเฉพาะเวลามีไข้ รวมทั้งผลข้างเคียงของยาที่ใช้นั้นมักจะมีผลเสียมากกว่าผลร้าย
การปฐมพยาบาลดูแลลดไข้เป็นหัวใจสำคัญ การปฐมพยาบาลลดไข้เด็ก
ควรกระทำโดยหมั่นวัดไข้ทุกครั้งที่ลูกแลดูไม่สบาย หากพบว่ามีไข้
ควรให้ยาพาราเซตามอลรับประทานตามขนาดของเด็กทุก 4 ชั่วโมง ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้นั้นจะได้ผลรวดเร็วกว่า การรับประทาน
ยาพาราเซตามอลเสียอีก
ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำอุ่นหมาดๆ และหมั่นเช็ดตัวอยู่เสมอ
จะช่วยลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ไม่ควรใช้น้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัว
ขณะที่มีไข้เพราะมีโอกาสทำให้ลูกเกิดอาการหนาวสะท้าน
และเกิดไข้สูงขึ้นมาอีกหลังจากการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์
วิธีปฏิบัติเมื่อลูกมีอาการชัก
การปฐมพยาบาลอาการชักควรจะทำได้ด้วยตนเอง ผู้ปกครอง
หรือคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่เคยมีประวัติไข้ชักไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ
หากลูกมีอาการชักเกิดขึ้น อันดับแรกที่ควรกระทำคือ จับลูกนอนตะแคง
แล้วพยายามทำให้ทางเดินหายใจโล่ง หากลูกมีอาการชัก
ขณะที่กำลังรับประทานอาหารหรือมีเศษอาหารอยู่ในช่องปาก ควรล้วงเศษอาหารนั้นออกจากช่องปากก่อน เพื่อป้องกันการอุดกลั้น
ของทางเดินหายใจระหว่างที่มีอาการชัก
สำหรับในกรณีอื่นแล้ว ไม่ควรพยายามทำให้ลูกอาเจียน
หรือใช้ช้อนหรือไม่กดลิ้น นิ้ว หรือใช้เศษผ้ายัดเข้าไปในปากลูก เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอันตรายต่อช่องปากและฟันลูกมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่ฟันจะหลุดหรือหักและหลุดลงไปอุดหลอดลม
และทำให้ปอดแฟบ อันจะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนมากยิ่งขึ้น
ควรจับให้นอนตะแคงบนพื้นที่นุ่ม ไม่มีของแข็งมากระทบ
ที่จะทำให้เกิดอันตรายขณะที่มีอาการชัก
หากได้รับคำแนะนำสอนวิธีการใช้ยาเหน็บทวารหนัก อาจจะให้ยาระงับชักเหน็บทวารหนักตามที่แพทย์แนะนำได้ การใช้ยากันชักเหน็บทวารนั้นจะช่วยป้องกันมิให้มีอาการชักเกิดขึ้น
ติดต่อกันเป็นเวลานานได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องได้รับคำปรึกษา
จากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของลูกด้วยค่ะ
|