มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากจดหมายข่าวสมาคมวิชาชีพสุขศึกษา ปีที่ 11 ฉบับที่ 2
ประจำเดือน เมษายน-มิถุนายน 2540]


กระดูกผุในผู้สูงอายุ


กระดูกจัดเป็นเนื้อเยื่อพันที่มีความแข็งของร่างกาย โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยึดพยุง เพื่อให้คงรูปและทำหน้าที่ป้องกันอันตรายต่ออวัยวะภายในต่างๆ เช่น สมอง, ปอด, อวัยวะภายในช่องท้อง ฯลฯ นอกจากนี้กระดูกยังทำหน้าที่หลักในการสร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคอีกด้วย

กระดูกประกอบด้วยสารแคลเซียม สารฟอสเฟส และโปรตีนคอลลาเจน เราพอจะแบ่งกระดูก ออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ กระดูกชนิดอัดแน่น และกระดูกชนิดกลวง โดยร้อยละ 80 จะเป็นกระดูกชนิดอัดแน่น

การสร้างและสลาย (ภาวะเสื่อม) ของกระดูก จะถูกควบคุมโดยการทำงานของเซลล์สองชนิด คือ เซลล์สร้างเนื้อกระดูก (Osteoblast) และเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) การทำงานของเซลล์ทั้งสองชนิดดังกล่าว จะเป็นไปในลักษณะสมดุลภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนจากต่อเพศ, ต่อพาราไทรอยด์, ต่อมไทรอยด์ และต่อมใต้สมองส่วนหน้า กระดูกจะเริ่มเสื่อมหรือบางตัวลงเมื่ออายุเฉลี่ย 30 ปี เพราะเซลล์สร้างกระดูกเริ่มเสื่อม

ประมาณคร่าวๆ พบว่า อัตราการสูญเสียเนื้อกระดูก ของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เมื่อใกล้หมดระดูและภายหลังหมดระดู โดยพบว่า ในช่วง 5 ปีแรกภายหลังหมดระดู จะมีอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูก ร้อยละ 3-5 ต่อปี และอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกจะลดลงเหลือร้อยละ 1 ภายหลังหมดระดู 8-10 ปี ทั้งนี้เนื่องจากฮอร์โมนจากต่อมเพศ ชื่อ เอสโตรเจน ลดปริมาณลงโดยฮอร์โมนตัวนี้ จะมีผลต่อการสร้างวิตามินดี ซึ่งวิตามินดี เป็นวิตามินที่สำคัญ ต่อการดูดซึมสารแคลเซียมจากระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้อิมธิพลจากต่อมพาราไทรอยด์ที่สร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น มีผลให้เกิดการสลายกระดูกมากขึ้น

ปัญหาต่อเนื่องตามมาก็คือ กระดูกจะเปราะและหักง่าย โดยเฉพาะการเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็ทำให้กระดูกหักได้ เช่น กระดูกสะโพก, สันหลัง และแขนขา เป็นต้น

การติดตามดูแลและป้องกันภาวะกระดูกผุดังกล่าวข้างต้น จะเป็นการลดอันตรายจากกระดูกหักได้ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดื่มนมพร่องไขมัน วันละ 2-3 แก้ว พร้อมกับการรับประทานวิตามินดี หรือการรับประทานปลาตัวเล็กๆ ที่สามารถเคี้ยวได้ทั้งตัว ก็เป็นการเพิ่มแคลเซียมให้แก่ร่างกายได้ ถ้าวิธีการดังกล่าวไม่สะดวกก็ใช้วิธีรับประทานแคลเซียมเม็ดสำเร็จรูปแทนก็ได้
ส่วนกรณีของสตรีวัยหมดระดูอาจต้องเสริม ด้วยฮอร์โมนเพศเอสโตรเจน โดยวิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และติดตามเพื่อเฝ้าระวังภาวะมะเร็งเต้านมในระยะยาว การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การว่ายน้ำ การวิ่ง และการเดิน จะเป็นส่วนเสริมเพื่อป้องกันภาวะกระดูกผุได้ ด้วยการจะเลือกวิธีดูแลป้องกันดังกล่าว ควรจะได้มีการปรึกษากัน ระหว่างผู้ใช้กับแพทย์ เภสัชกรและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ในการป้องกันภาวะดังกล่าวข้างต้น

พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค

  1. ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดื่มนม
  2. กินอาหารที่มีแคลเซียมต่ำ
  3. สตรีที่ตัดรังไข่มดลูก
  4. มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไทรอยด์
  5. ชอบอาหารรสเค็ม
  6. กินยาบางชนิดเป็นประวัติ เช่น ยาลดกรด ยาสเตียรอยด์

สิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามปริมาณที่เหมาะสม เช่น สตรีและผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัม/วัน
  2. การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจแจ่มใส เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือแอร์โรบิค
  3. การใช้ฮอร์โมนสตรีประเภท เอสโตรเจน และโปรเจสติน ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์


เอกสารประกอบการเรียบเรียง
  1. พิทยา จารุพูนผล. เอกสารกระดูกผุในผู้สูงอายุ รายการวิทยุ "ฟังสบายสไตล์หมอ" FM 98.5 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2539
  2. อรุรศรี สุวัชรชัย. การป้องกันภาวะกระดูกพรุน. วารสารคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2538; 25(2) : 48-52.
  3. Cavanaugh J. Adult development and aging. Belmont, Calif, 1990. Wadsworth
  4. Levinson D. The seasons of a mans life. New York, 1978, Alfred A. Knopf.

นายเสมอ ประทีปแก้ว
นายแพทย์พิทยา จารุพูนผล


ขอบคุณจดหมายข่าวสมาคมวิชาชีพสุขศึกษา ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600