พญ.วิมลมาศ สุภาพร
กระดูกโปร่งบางหรือกระดูกเสื่อม เป็นโรคที่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเพศหญิง รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการดูแลรักษาหญิงสูงอายุที่กระดูกหัก หรือไม่สามารถจะเคลื่อนไหวช่วยเหลือตัวเองได้ จำนวนหญิงสูงอายุเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ทำให้ช่วงชีวิตของคนเรายาวนานขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถค้นหาหญิงที่มีอัตราเสี่ยงสูง ต่อโรคนี้โดยมีเทคนิคใหม่ ๆ ในการประเมินสภาพกระดูก และมีการป้องกันล่วงหน้า จุดประสงค์เพื่อหยุดการสูญเสียเนื้อกระดูก และเพื่อส่งเสริมการสร้างเนื้อกระดูก เชื่อว่าในระยะรุ่นลูกรุ่นหลานข้างหน้าโรคกระดูกโปร่งบางนี้จะถูกควบคุมได้
พยาธิวิทยาของการเกิดกระดูกโปร่งบาง เนื่องจากมีขบวนการทำลายกระดูกเกิดขึ้น มากกว่าขบวนการเสริมสร้างกระดูก มีผลทำให้เกิดการหักของกระดูกง่ายขึ้น ทั้งที่ไม่มีความผิดปกติของกระดูกเลย จะพบมากในหญิงสูงอายุ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น จะมีการลดลงของเนื้อเยื่อกระดูก ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติทั้งชายและหญิง และหญิงจะมีการเร่งให้เนื้อเยื่อกระดูกลดลงไปอีกจากการขาดฮอร์โมนเพศ อันเนื่องมาจาก วัยหมดประจำเดือน เนื้อเยื่อกระดูกจะหนาแน่นมากที่สุดเมื่ออายุ 30 ปี ทั้งเพศชายและหญิงจะมีการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกประมาณ 0.5% ต่อปี แต่ถ้าขาดฮอร์โมนจะมีอัตราการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกเพิ่มมากขึ้นอีกถึง 10 เท่า เชื่อว่าการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกยังขึ้นกับสารอาหารแคลเซียมที่ร่างกายได้รับเป็นระยะเวลานาน การที่ขาดฮอร์โมนเพศจะทำให้ร่างกายปล่อยสารที่ช่วยเร่งการทำลายกระดูก (ฮอร์โมนจะหยุดการทำงานของสารนี้) จึงพบว่า จะมีการเร่งให้มีการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกมาก ในระยะหมดประจำเดือนใหม่ ๆ ภายใน 5-6 ปีแรก แต่ขบวนการนี้อาจจะเริ่มก่อนประจำเดือนหมด 1-2 ปีก็ได้ ขึ้นกับอัตราการลดลงของฮอร์โมนเพศของแต่ละคน
การวินิจฉัย
โรค กระดูกโปร่งบางนี้ จะวินิจฉัยได้จากการวัดความหนาแน่นกระดูก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดมาตรฐานของการวัดความหนาแน่นกระดูกไว้ (ควรจะมีการตรวจสอบก่อนที่จะเกิดภาวะกระดูกหัก) จากวิธีการนี้ จะสามารถค้นหาผู้ป่วย ที่มีอัตราเสี่ยงต่อการหักของกระดูกได้เร็วขึ้น และมากขึ้น เชื้อชาติต่างกันมีอัตราเสี่ยงไม่เท่ากัน เครื่องมือที่นิยมใช้วัดความหนาแน่น กระดูก เรียกย่อ ๆ ว่า DEXA (dual energy X-ray absorptiometry) ซึ่งเทคนิคนี้ร่างกายจะถูกรังสีเล็กน้อย และใช้เวลาเพียง 2-3 นาที มักจะใช้ตรวจสอบ กระดูกสันหลังและ กระดูกข้อสะโพก เพราะถ้ามีการเสื่อมแล้วจะมีการหักง่าย และยากต่อการรักษา
| บุคคลที่มีอัตราเสี่ยงต่อการหักของกระดูก และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยเรื่อง กระดูกโปร่งบาง มีดังนี้
|
การป้องกัน
ต้องเริ่มตั้งแต่ระยะวัยรุ่น มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ได้รับสารอาหารแคลเซียมและวิตามินดีพอเพียง
การให้ฮอร์โมนมีหลายแบบ อาจจะใช้ Estrogen อย่างเดียว หรือ เสริมด้วย Progesterone แล้วแต่สภาพของผู้ป่วย เชื่อกันว่า Progesterone จะช่วยเรื่องการสร้างกระดูก และ Estrogen จะหยุดการทำลาย กระดูก แต่ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม มีประวัติเส้นเลือดอุดตัน อาจจะรีรอการให้ฮอร์โมนไว้ ปัญหาของการให้ฮอร์โมนจะทำให้ผู้ป่วยกลับมามีประจำเดือนใหม่อีกครั้ง ซึ่งผู้ป่วยไม่ต้องการเพราะเคยหมดประจำเดือนมาแล้วหลายปี ปัจจุบันยังอยู่ในการค้นคว้าหาสารทดแทนฮอร์โมน Estrogen โดยให้มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายกระดูก แต่ไม่มีผลต่อเต้านมและเยื่อบุโพรงมดลูก
| การรักษา |
|---|
เมื่อผู้ป่วยเป็นโรค กระดูกโปร่งบาง จะมีแนวทางรักษาได้ 3 แบบ คือ
|
ยังมียาอื่น ๆ อีก ที่ช่วยรักษาโรค กระดูกโปร่งบาง เช่น Fluoride จะช่วยสร้างกระดูกโดยตรง ซึ่งต้องใช้ขนาดยาที่สูงมาก ๆ แต่ว่ามีข้อเสีย คือ มีการเสริมสร้างกระดูกที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการหักง่าย แม้ว่าจะเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ จะเห็นว่าภาวะกระดูกเสื่อม หรือกระดูกโปร่งบาง จะทำให้เกิดปัญหากระดูกหักได้ ปัจจุบันชีวิตคนเรายาวขึ้น สตรีจะต้องใช้ชีวิต 20-30 ปีสุดท้าย พร้อมกับภาวะกระดูกเสื่อม ซึ่งปัจจุบันเราสามารถวินิจฉัย ตรวจพบและให้การป้องกันภาวะกระดูกเสื่อมนี้ได้โดยการใช้ฮอร์โมนทดแทนนับจากวันที่ หมดประจำเดือน ซึ่งจะมีผลต่อการลดลงของจำนวนผู้ป่วยที่มี กระดูกจากภาวะกระดูกเสื่อมได้ เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายและข้อดีข้อเสีย การใช้ยาป้องกันภาวะกระดูกเสื่อมจะถูกกว่า และดีกว่าการรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก
พญ.วิมลมาศ สุภาพร
| main | ![]() |
![]() |
|
|
![]() |
|
vote ให้กำลังใจด้วยครับ