มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2540 ]

กระดูกโปร่งบาง (Osteoporosis)

พญ.วิมลมาศ สุภาพร


กระดูกโปร่งบางหรือกระดูกเสื่อม เป็นโรคที่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเพศหญิง รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการดูแลรักษาหญิงสูงอายุที่กระดูกหัก หรือไม่สามารถจะเคลื่อนไหวช่วยเหลือตัวเองได้ จำนวนหญิงสูงอายุเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ทำให้ช่วงชีวิตของคนเรายาวนานขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากสามารถค้นหาหญิงที่มีอัตราเสี่ยงสูง ต่อโรคนี้โดยมีเทคนิคใหม่ ๆ ในการประเมินสภาพกระดูก และมีการป้องกันล่วงหน้า จุดประสงค์เพื่อหยุดการสูญเสียเนื้อกระดูก และเพื่อส่งเสริมการสร้างเนื้อกระดูก เชื่อว่าในระยะรุ่นลูกรุ่นหลานข้างหน้าโรคกระดูกโปร่งบางนี้จะถูกควบคุมได้

พยาธิวิทยาของการเกิดกระดูกโปร่งบาง เนื่องจากมีขบวนการทำลายกระดูกเกิดขึ้น มากกว่าขบวนการเสริมสร้างกระดูก มีผลทำให้เกิดการหักของกระดูกง่ายขึ้น ทั้งที่ไม่มีความผิดปกติของกระดูกเลย จะพบมากในหญิงสูงอายุ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น จะมีการลดลงของเนื้อเยื่อกระดูก ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติทั้งชายและหญิง และหญิงจะมีการเร่งให้เนื้อเยื่อกระดูกลดลงไปอีกจากการขาดฮอร์โมนเพศ อันเนื่องมาจาก วัยหมดประจำเดือน เนื้อเยื่อกระดูกจะหนาแน่นมากที่สุดเมื่ออายุ 30 ปี ทั้งเพศชายและหญิงจะมีการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกประมาณ 0.5% ต่อปี แต่ถ้าขาดฮอร์โมนจะมีอัตราการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกเพิ่มมากขึ้นอีกถึง 10 เท่า เชื่อว่าการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกยังขึ้นกับสารอาหารแคลเซียมที่ร่างกายได้รับเป็นระยะเวลานาน การที่ขาดฮอร์โมนเพศจะทำให้ร่างกายปล่อยสารที่ช่วยเร่งการทำลายกระดูก (ฮอร์โมนจะหยุดการทำงานของสารนี้) จึงพบว่า จะมีการเร่งให้มีการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกมาก ในระยะหมดประจำเดือนใหม่ ๆ ภายใน 5-6 ปีแรก แต่ขบวนการนี้อาจจะเริ่มก่อนประจำเดือนหมด 1-2 ปีก็ได้ ขึ้นกับอัตราการลดลงของฮอร์โมนเพศของแต่ละคน

การวินิจฉัย
โรค กระดูกโปร่งบางนี้ จะวินิจฉัยได้จากการวัดความหนาแน่นกระดูก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดมาตรฐานของการวัดความหนาแน่นกระดูกไว้ (ควรจะมีการตรวจสอบก่อนที่จะเกิดภาวะกระดูกหัก) จากวิธีการนี้ จะสามารถค้นหาผู้ป่วย ที่มีอัตราเสี่ยงต่อการหักของกระดูกได้เร็วขึ้น และมากขึ้น เชื้อชาติต่างกันมีอัตราเสี่ยงไม่เท่ากัน เครื่องมือที่นิยมใช้วัดความหนาแน่น กระดูก เรียกย่อ ๆ ว่า DEXA (dual energy X-ray absorptiometry) ซึ่งเทคนิคนี้ร่างกายจะถูกรังสีเล็กน้อย และใช้เวลาเพียง 2-3 นาที มักจะใช้ตรวจสอบ กระดูกสันหลังและ กระดูกข้อสะโพก เพราะถ้ามีการเสื่อมแล้วจะมีการหักง่าย และยากต่อการรักษา


บุคคลที่มีอัตราเสี่ยงต่อการหักของกระดูก และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยเรื่อง กระดูกโปร่งบาง มีดังนี้

  1. อายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป
  2. มีประวัติของมารดากระดูกหัก
  3. มีประวัติกระดูกหักตั้งแต่อายุ 50 ปี
  4. มีประวัติ hyperthyroid หรือได้ยากันชัก
  5. ประวัติได้รับคาเฟอีนจากกาแฟมากกว่า 2 ถ้วย/วัน
  6. ให้กำลังเท้าน้อยกว่า 4 ชั่วโมง/วัน หรือไม่เคยเดินออกกำลังขา
  7. ไม่สามารถจะลุกจากเก้าอี้นั่งโดยใช้แขนข้างเดียว


การป้องกัน
ต้องเริ่มตั้งแต่ระยะวัยรุ่น มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ได้รับสารอาหารแคลเซียมและวิตามินดีพอเพียง

การให้ฮอร์โมนมีหลายแบบ อาจจะใช้ Estrogen อย่างเดียว หรือ เสริมด้วย Progesterone แล้วแต่สภาพของผู้ป่วย เชื่อกันว่า Progesterone จะช่วยเรื่องการสร้างกระดูก และ Estrogen จะหยุดการทำลาย กระดูก แต่ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม มีประวัติเส้นเลือดอุดตัน อาจจะรีรอการให้ฮอร์โมนไว้ ปัญหาของการให้ฮอร์โมนจะทำให้ผู้ป่วยกลับมามีประจำเดือนใหม่อีกครั้ง ซึ่งผู้ป่วยไม่ต้องการเพราะเคยหมดประจำเดือนมาแล้วหลายปี ปัจจุบันยังอยู่ในการค้นคว้าหาสารทดแทนฮอร์โมน Estrogen โดยให้มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายกระดูก แต่ไม่มีผลต่อเต้านมและเยื่อบุโพรงมดลูก


การรักษา
เมื่อผู้ป่วยเป็นโรค กระดูกโปร่งบาง จะมีแนวทางรักษาได้ 3 แบบ คือ
  1. การใช้ฮอร์โมนเพศ (Estrogen และหรือ Progesterone)
  2. ฮอร์โมน Calcitonin มีฤทธิ์ต่อ กระดูก ช่วยลดอาการปวด กระดูกได้ จำเป็นในคนไข้ที่เพิ่งมี กระดูกหักใหม่ ๆ มีทั้งชนิดฉีดและพ่นจมูก
  3. Bisphosphonates จะมีฤทธิ์ต่อ กระดูก โดยตรง โดยหยุดการ ทำลาย กระดูก แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงต่อระบบกระเพาะอาหาร ลำไส้

ยังมียาอื่น ๆ อีก ที่ช่วยรักษาโรค กระดูกโปร่งบาง เช่น Fluoride จะช่วยสร้างกระดูกโดยตรง ซึ่งต้องใช้ขนาดยาที่สูงมาก ๆ แต่ว่ามีข้อเสีย คือ มีการเสริมสร้างกระดูกที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการหักง่าย แม้ว่าจะเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ จะเห็นว่าภาวะกระดูกเสื่อม หรือกระดูกโปร่งบาง จะทำให้เกิดปัญหากระดูกหักได้ ปัจจุบันชีวิตคนเรายาวขึ้น สตรีจะต้องใช้ชีวิต 20-30 ปีสุดท้าย พร้อมกับภาวะกระดูกเสื่อม ซึ่งปัจจุบันเราสามารถวินิจฉัย ตรวจพบและให้การป้องกันภาวะกระดูกเสื่อมนี้ได้โดยการใช้ฮอร์โมนทดแทนนับจากวันที่ หมดประจำเดือน ซึ่งจะมีผลต่อการลดลงของจำนวนผู้ป่วยที่มี กระดูกจากภาวะกระดูกเสื่อมได้ เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายและข้อดีข้อเสีย การใช้ยาป้องกันภาวะกระดูกเสื่อมจะถูกกว่า และดีกว่าการรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก

พญ.วิมลมาศ สุภาพร


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]
ถ้าโฮมเพจนี้มีประโยชน์ คลิก คลิกแล้วเป็น new window ไม่เสียเวลาครับ คลิกแล้วเป็น new window ไม่เสียเวลาครับ vote ให้กำลังใจด้วยครับ