|
ในโครงสร้างกระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น ของร่างกายเรา
มีข้อต่อระหว่างกระดูกอยู่มากมาย โรคข้อเสื่อมกับมนุษย์จึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงกันไม่พ้น
คำถาม-คำตอบต่อไปนี้ เป็นความรู้เกี่ยวกับโรคข้อ จากการบรรยายพิเศษเรื่อง
"โรคข้อ : มิติใหม่และแนวทางการดูแลตนเองที่ถูกต้อง"
โดย ศ.นพ.เสก อักษรานุเคราะห์, รศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์,
นพ.กิตติ โตเต็มโชคชัยการ ดำเนินการบรรยายโดย นพ.อุดม วิศิษฏสุนทร
ซึ่งสมาคมรูมาติสซัมแห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ไบโอแน็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2541 เพื่อให้ผู้สนใจมากมายที่เข้าฟัง
ได้เข้าใจโรคข้อมากขึ้น สำหรับคุณที่สนใจแต่พลาดโอกาสเข้าฟัง ความรู้ข้างล่างจะช่วยเตรียมความพร้อมให้คุณดูแลรักษาข้อของคุณ เพื่อไม่ต้องไปหาแพทย์เร็วเกินไปในยุค IMF นี้
ถาม - โรคข้อเสื่อมเกิดจากอะไร
-
ตอบ - ข้อซึ่งประกอบด้วย กระดูกอ่อน ก็เปรียบเสมือนยางรองขาเก้าอี้
- เมื่อใช้ไปนาน ๆ ยางรองก็สึกและบางลง ยิ่งถ้าใช้งานหนัก ก็ยิ่งสึกเร็ว เมื่อกระดูกอ่อนของข้อบางลง กระดูกจะกดหรือเบียดกันหรืออวัยวะรอบๆ
เริ่มอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ มีการตึงรั้งบางจุดหรือยืดบางจุด อาการปวดก็จะเกิดขึ้น
ถาม - เพราะเหตุใด กระดูกอ่อนในข้อจึงสึก ?
-
ตอบ - กระดูกอ่อนเป็นอวัยวะในร่างกายที่ไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง
- มันอาศัยอาหารจากน้ำหล่อเลี้ยง จากเส้นเลือดที่มาเลี้ยงรอบๆ ข้อ
ที่ซึมเข้ามาในกระดูกอ่อน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดอาการสึกขึ้นจึงไม่มีการซ่อมแซม หรือซ่อมแซมช้ากว่าส่วนอื่น
ถาม - อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ข้อเสื่อม ?
-
ตอบ - สาเหตุหลักมีอยู่ 2 ข้อ คือ
- วัยที่เปลี่ยนแปลงไปกับน้ำหนัก ซึ่งถ้าน้ำหนักมากไปแล้วไปกดข้อนานๆ
ข้อจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ในคนที่น้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักเพียง 5 กิโลกรัม จะช่วยลดน้ำหนักที่หัวเข่าต้องรองรับไปได้ถึง 3 เท่า หรือ 15 กิโลกรัม
ถาม - โรคข้อมีกี่ระยะ ?
-
ตอบ - โรคข้อมีทั้งหมด 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 คือ ทำทุกอย่างได้ตามปกติ
ระยะที่ 2 คือ สามารถทำงานได้แต่อาจจะทำงานหนักๆ ไม่ได้
เช่น เล่นฟุตบอล ยกน้ำหนัก วิ่ง ฯลฯ
ระยะที่ 3 คือ อาจจะทำงานไม่ได้แต่ช่วยตัวเองได้ เช่น อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำอาหาร ฯลฯ โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น
ระยะที่ 4 คือ ทำอะไรไม่ได้เลย
ถาม - โรค "ปวดข้อ" กับ "ปวดกระดูก" ต่างกันอย่างไร ?
-
ตอบ - ต่างกันตรงสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวด
- อาการปวดจากการปวด "กระดูก" นั้นเกิดจากปัญหาของอวัยวะรอบๆ เช่น
เยื่อหุ้มกระดูก เส้นเอ็นที่อยู่รอบกระดูก หรือกล้ามเนื้อ ในตัวกระดูกเองจะไม่ปวด เพราะไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก ส่วน "ข้อต่อของกระดูก"
ซึ่งมีอยู่มากมายในโครงสร้างกระดูก รวมทั้งข้อต่อกระโหลกศีรษะนั้น
ประกอบไปด้วยกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบๆ
ที่หุ้มยึดกระดูกไว้ด้วยกัน เป็นช่องว่างระหว่างกระดูกที่มีเส้นประสาทมากมาย
เวลาปวดจึงปวดตรงข้อซึ่งมีเส้นประสาทที่ไวต่อความเย็นเป็นพิเศษ
ฉะนั้น ในฤดูหนาว อาการปวดข้อจึงรุนแรงกว่าปกติ
ถาม - โรคข้อเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?
ตอบ - ถึงแม้โรคข้อจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด
- แต่สามารถรักษาไม่ให้อาการเป็นมาก โดยจุดประสงค์ของการรักษาคือ พยายามให้คนไข้อยู่ในระยะที่ 1 หรือ 2 ซึ่งการรักษาก็ประกอบด้วย
ขั้นตอนการใช้ยา เวชศาสตร์ฟื้นฟู และการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
|
| บำบัดให้บรรเทา ต้องเข้าใจในการปฏิบัติตน |
สำหรับโรคข้อแล้ว ตัวคุณเองคือ ส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ความทรมาน
จากความเจ็บปวดหายไปโดยเร็ว
ถาม - โรคข้อตรงส่วนไหนของร่างกายที่เป็นกันมากที่สุด ?
-
ตอบ - เข่า เป็นส่วนที่เกิดการเสื่อมมากที่สุดในประเทศไทย
- เนื่องจากขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังนั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือนั่งยองๆ กับพื้น
กันอยู่มากชาติอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา มีปัญหาเรื่องข้อตรงสะโพกมากที่สุด
ถาม - ในกรณีที่เป็นโรคไขข้ออย่างหนัก จนข้อบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อไม่มีแรง จะมีโอกาสที่จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้หรือไม่ ?
-
ตอบ - สำหรับคนไข้กรณีนี้ การที่จะมีโอกาสกลับไปทำงาน
- ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไปได้จะต้องผ่านการบำบัดจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งมีเป้าหมายในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยให้กลับไปทำงานได้ โดยเริ่มจากนักกายภาพบำบัดที่จะช่วยบำบัดส่วนนั้นๆ ของร่างกายให้พอใช้ได้
แต่ยังทำงานไม่ได้ จึงต้องส่งต่อไปยังนักกิจกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยใช้ส่วนนั้นของร่างกายจนพึ่งตนเองได้
ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือตนเองได้ แต่ต้องบำบัดจนออกไปสู่สังคมนอกบ้าน
ไปไหนมาไหนเองได้ ผู้ที่พูดไม่ได้ก็ต้องฝึกพูดใหม่กับนักอรรถบำบัด ส่วนผู้ที่กดดันกับสภาพตนเองจนคิดสั้น ก็ต้องรักษากับหมอทางจิตบำบัด ถ้าจำเป็นต้องใช้แขนขาเทียมและฝึกใช้ ขั้นตอนสุดท้ายคือฝึกอาชีพใหม่ ซึ่งจะฟื้นฟูให้ผู้ป่วยที่กลับไปดำรงอาชีพเดิมไม่ได้ให้กลับไปทำอาชีพใหม่ และใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนเดิม
ถาม - จำเป็นหรือไม่ที่ผู้ป่วยโรคข้อทุกคนต้องเข้ารับการรักษา
ทางกายภาพบำบัดในโรงพยาบาล ?
-
ตอบ - สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อไม่มากนั้น
- สามารถช่วยตนเองได้ โดยต้องทำกิจวัตรประจำวัน เช่น นอน นั่ง หรือขับรถให้ถูกท่า การทำผิดท่าจะทำให้ข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ และควรบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เป็นประจำ การบริหารกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้ออยู่ในภาวะสมดุล
ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไป
ถาม - หากเป็นโรคข้อจนข้อเสื่อมไม่มีแรงแล้วทำอย่างไรจึงจะมีโอกาส
ใช้ข้อได้ดังเดิม ?
-
ตอบ - ทำบริหารบางท่าจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ ข้อ
- ที่ไม่มีแรงนั้นแข็งแรงขึ้น จนสามารถยึดข้อและบังคับข้อนั้น
ให้ใช้งานได้เหมือนเดิม ทั้งนี้ต้องได้รับการกำกับจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งจะช่วยฝึกให้ผู้ป่วยใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น บังคับข้อให้เคลื่อนไหวได้ดังเดิม
ถาม - เมื่อเกิดอาการปวดข้อ จะสามารถซื้อยามารับประทานเองได้หรือไม่ ?
-
ตอบ - สิ่งที่ถูกต้องที่สุดเมื่อเกิดอาการคือ
- เข้าพบแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นการปวดข้อแบบไหน เพราะการปวดข้อบางอย่างไม่ต้องรับประทานยาเลย ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องก็หายได้ แต่บางอย่างต้องผ่านการรักษาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
ถาม - การเคลื่อนไหวมากน้อยมีผลต่อการเสื่อมของข้อหรือไม่ ?
-
ตอบ - การใช้ข้อมากเกินไปจะทำให้ข้อเสื่อมเร็ว
- แต่ถ้าไม่ขยับเอาเสียเลยก็ไม่เป็นผลดีเพราะการเคลื่อนไหวแต่พอดี
จะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงจากเส้นเลือดรอบๆ ข้อไปหล่อเลี้ยงกระดูกอ่อนมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนมีการซ่อมแซมได้ดีขึ้น
ถาม - การออกกำลังกายในเด็กโดยงอเข่าครึ่งนั่ง มีผลเสียต่อข้อหรือไม่ ?
-
ตอบ - มีข้อเสียแน่นอนเพราะเมื่อยืน แล้วย่อตัว แล้วลุกขึ้น
- น้ำหนักตัวจะกดลงบนหัวเข่ามาก การออกกำลังกาย
เพื่อให้กล้ามเนื้อหัวเข่าแข็งแรง ควรจะใช้วิธีให้แต่แรงต้าน ไม่ใช่แรงกด
ถาม - สำหรับคนที่มีน้ำหนักมากๆ จะออกกำลังกายอย่างไร
จึงจะไม่เป็นผลเสียต่อข้อ ?
-
ตอบ - การออกกำลังกายที่ดีที่สุดในกรณีนี้คือ
- การเดินในน้ำ เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนัก
ให้เหลือน้ำหนักที่กดลงบนเข่าแต่ละข้างเหลือเพียงครึ่งเดียวของน้ำหนักตัว
แทนที่จะเป็น 3 เท่า เหมือนการเดินบนบก ยิ่งกว่านั้นแรงต้านของน้ำ
ทำให้ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ได้ผลของการออกกำลังที่ดีขึ้น
|
อย่าท้อแท้ หากข้อคุณเสื่อมไปแล้ว การทรงตัว
บริหารร่างกาย และรับประทานอาหารให้ถูกต้องจะช่วยให้ความสุขยามข้อยังดีคืนมา
|