- ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าเหตุผลที่คุณผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องนั้น ๆ คืออะไร
เช่น เพราะงานหนัก เพราะคุณไม่มีความสามารถเพียงพอ
เพราะเพื่อนร่วมงานไม่ดี เพราะคุณไม่ชอบหน้าบางคน เพราะเบื่อเข้าสังคม ฯลฯ ต้องหาสาเหตุชี้เฉพาะเจาะจงลงไปก่อนว่า เพราะสิ่งใดแน่ จึงจะทำให้คุณรู้
และสามารแก้ไขได้ตรงจุด
- ให้คุณเพิ่มความสนใจและให้ความกระตือรือร้นในกิจกรรม
ที่คุณผัดวันประกันพรุ่งนั้นอย่างแท้จริง ใช้พลังงานของคุณ
ที่มีทั้งหมดลงไปอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกำลังกาย กำลังสมองและกำลังใจ
- คุณควรได้กำหนดเวลา กำหนดช่วงระยะเวลา ว่าควรจะเสร็จเมื่อไหร่
ยิ่งเป็นงานที่ยากๆ ยิ่งจะต้องระบุงานให้เสร็จเป็นช่วงๆ และตัดงาน
ออกเป็นส่วนๆ จะทำให้คุณสามารถควบคุมได้ว่า ควรทำงานอะไรช่วงไหน การกำหนดงานเช่นนี้จะทำให้คุณไม่รู้สึกว่างานของคุณนั้นยิ่งใหญ่
และมากเกินความสามารถ จนไม่อยากที่จะหยิบงานชิ้นนั้นมาทำ
ทำให้งานของคุณไม่สำเร็จเสียที
- ขอให้คุณเก็บความรู้สึกเบื่อหน่ายในงานต่างๆ ไว้
และให้คุณทำงานนี้ด้วยใจรัก คุณอาจจะพบว่าสิ่งที่คุณเบื่อหน่าย
มากที่สุดนั้นอาจเป็นสิ่งที่คุณชอบที่สุดก็เป็นได้
- ให้คุณจินตนาการว่าคุณนั้นมีเวลาจะอยู่ในโลกนี้เพียง 1
ปีเท่านั้น จะช่วยให้คุณรู้สึกถึงความสำคัญของเวลานาทีที่ผ่านไป
ในแต่ละวันแต่ละชั่วโมงว่ามีค่าเพียงใด
- อย่าคาดหวังในความสมบูรณ์และความดีเลิศของงานมากนัก
เพราะอาจจะทำให้คุณล่าช้า และไม่พอใจในงานที่ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
- ค้นหาโวหาร วลี หรือถ้อยคำที่เป็นข้อคิดขอเตือนใจที่คุณชอบ
และเป็นข้อคิดข้อเตือนใจอันใหม่และโละอันเก่าทิ้งไปเสีย
- ในสิ่งที่คุณกำลังผัดวันประกันพรุ่งนั้น คุณควรลองปรึกษาหารือ
กับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องที่คุณกำลังมีปัญหาบ้าง
คุณจะได้รับคำตอบที่ดีๆ
- ชั่งน้ำหนักดูระหว่างเรื่องที่คุณกำลังผัดวันประกันพรุ่ง
กับผลที่จะตามมาว่าคุ้มค่ากันหรือไม่กับการผัดวันประกันพรุ่ง
- คาดการณ์ล่วงหน้ากับเรื่องที่คุณผัดวันประกันพรุ่ง
และอิสรภาพหรือความเป็นไทที่คุณต้องเสียไป กับความวิตกกังวล
ในเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ คุณไม่ควรจะเสียอิสรภาพที่รักอันพึงสงวนไว้
ไปกับการผัดวันประกันพรุ่งค่ะ
|