ในเมื่อเราไม่สามารถจะลดปัญหาการหย่าร้างให้น้อยลงได้ จำเป็นอยู่เองที่เราจะต้องหาวิธีป้องกันปัญหาที่จะเกิดแก่สมาชิกในสังคม
ในกรณีที่พ่อแม่จำต้องหย่าร้างกัน ควรที่พ่อแม่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้
- เตรียมให้ลูกได้รับทราบเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และควรเข้าใจ
ต่อความโกรธ ความเสียใจของลูกที่แสดงออกเมื่อทราบถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น โยการพูดคุยกับลูกอย่างตรงไปตรงมา วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้ลูกปรับตัวได้ดีขึ้น
- จะต้องบอกความจริงให้ลูกได้รับรู้ไม่ควรปกปิด หรือทำให้เด็ก
เข้าใจเป็นอย่างอื่น เช่น บอกว่าพ่อไปทำงานต่างจังหวัด
แต่ไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียด ซึ่งลูกอาจไม่เข้าใจ การปกปิดความจริงจะทำให้ลูกสูญเสียความไว้วางใจ
เมื่อลูกรู้ความจริงในภายหลัง
- ให้ลูกรู้ว่าแกจะไม่สูญเสียความรักของพ่อแม่ไปเลย
แม้ว่าพ่อแม่จะไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้วก็ตาม
- ไม่ทำให้ลูกปักใจเชื่อว่าตนเองเป็นสาเหตุให้พ่อแม่ต้องหย่าร้างกัน
- ไม่สร้างสถานการณ์ให้ลูกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น พูดย้ำแต่ความบกพร่องของอีกฝ่ายให้ลูกฟัง เพราะคำพูดเช่นนี้
มีแต่จะทำให้ลูกเสียใจ หรือไม่สบายใจมากขึ้น
- เปิดโอกาสให้ลูกได้ซักถามข้อข้องใจต่างๆ ของพ่อแม่ ให้ลูกได้พูดระบายความรู้สึกโกรธและเสียใจออกมาเป็นคำพูด ตอบข้อซักถามของเด็กในรูปของการอธิบายเหตุการณ์
ไม่ควรตอบในลักษณะการแก้ตัว หรือขอความเห็นใจสงสารจากลูก
- วางแบบอย่างในเรื่องสวัสดิการและอนาคตของลูกร่วมกัน
เพื่อลดความเสียหายต่ออนาคตลูก
- อย่าใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการต่อรองเกี่ยวกับเงินทอง ทรัพย์สิน เพราะลูกจะมีความว่าไม่มีใครจริงใจ หรือรักและต้องการเขาจริง
แต่เป็นเพียงตัวประกันเท่านั้น
- การหายหน้าไปของพ่อหรือแม่ มีผลกระทบต่อจิตใจของลูกมาก จึงเป็นหน้าที่ของพ่อหรือแม่ก็ตามจะต้องหมั่นมาเยี่ยมลูกให้สม่ำเสมอ เพื่อช่วยรักษาแผลในใจให้แก่ลูก และควรวางแผนการเยี่ยมลูก
ให้รอบคอบ เพื่อมิให้เกิดการทะเลาะกันระหว่างพ่อกับแม่ภายหลัง
เช่น ถ้าพ่อเป็นฝ่ายมาหาลูก แม่ก็ควรจะเปิดโอกาสให้พ่อ
ได้อยู่กับลูกตามลำพัง ถ้ามีเรื่องที่พ่อแม่จะตกลงกัน
ควรนัดพบให้พ้นจากสายตาลูก ในบางโอกาสลูกจำเป็นจะต้องมีทั้งพ่อแม่
เช่น ในวันเกิด เวลาที่ลูกเจ็บป่วย เป็นต้น พ่อแม่พึงทำหน้าที่ร่วมกัน
ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้อาจจะยังทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่พ่อแม่อยู่บ้าง แต่พ่อแม่พึงระลึกไว้เสมอว่า ให้ความเจ็บปวดเกิดเฉพาะตนเท่านั้น
จะดีกว่า ไม่ควรเผื่อแผ่ความปวดร้าวไปถึงลูกด้วย
|