สู่โรคหลอดเลือดและหัวใจ
อาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้คุยกันถึงอันตรายของคอเลสเตอรอล
กับหลอดเลือดและหัวใจอย่างคร่าวๆ
อันที่จริง ระบบหลอดเลือดและหัวใจมีความซับซ้อนมาก
ความหมายของ "หัวใจ" ในทุกสังคมมิได้เป็นเพียงอวัยวะสูบฉีดเลือด
ไปทั่วร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ทางด้านความคิดและอารมณ์ด้วย
เช่น จิตใจ ใจหาย ตกใจ เศร้าใจ รำคาญใจ ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับใจสักหน่อย
ในประเทศอุตสาหกรรมที่ประชาชนใช้แรงงานน้อยลง
สิ่งอำนวยความสะดวกมีมากขึ้น อาหารการกินเปลี่ยนไป ส่งผลต่อสุขภาพของหัวใจของชาวเมืองอย่างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบบหลอดเลือดและหัวใจทั้งระบบกำลังถูกคุกคามจากวิถีชีวิตแบบใหม่ อัตราการตายด้วยโรคหัวใจสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
ติดตามมาด้วยอุบัติเหตุและมะเร็ง
ไม่น่าเชื่อว่าทุกวันนี้คนไทยตายด้วยโรคหัวใจมากกว่าถูกรถชน
อาหารของคนยุคใหม่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น
เน้นความอร่อยแต่ราคาต้นทุนต่ำสุด การออกกำลังกายลดน้อยถอยลง
ความเครียดเพิ่มขึ้นทุกขณะ เหล่านี้ล้วนลดทอนความสามารถของหัวใจ
ในการนำเอาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงร่างกาย
นับว่าเป็นโชคดีที่วิทยาการความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ
ของการแพทย์แผนปัจจุบันพัฒนาไปมากในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา อุปกรณ์ตรวจหัวใจซับซ้อนแม่นยำขึ้นเทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ๆ
ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจนักต่อนัก (ถึงแม้ราคาค่างวด
จะเหมาะกับมหาเศรษฐีเท่านั้น) ยาโรคหัวใจมีให้เลือกใช้หลากหลาย
แต่ยังมีประเด็นที่ควรต้องคำนึง เช่นว่าคุณจะปล่อยชีวิตตามสบาย
จนกว่าจะเกิดโรคหัวใจกำเริยจึงค่อยเข้ารับการบำบัด
หรือจะป้องกันตัวเองไว้แต่เนิ่นๆ คุณมีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายหลายแสน
ถึงหลายล้านหรือไม่
เป็นที่ยอมรับทั่วกันในวงการสาธารณสุขว่า "กันไว้ย่อมดีกว่าแก้
ย่ำแย่เดียวจะแก้ไม่ทัน" การป้องกันโรคควรจะเป็นจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
ของการสาธารณสุขและไม่มีเทคโนโลยีวิเศษใดๆ
ที่จะมาช่วยป้องกันโรคให้เราได้ เราต้องทำด้วยตนเอง
มีตัวอย่างให้เห็นแล้วในประเทศพัฒนาเช่น อเมริกา เมื่อประชาชนได้รับคำแนะนำให้ป้องกันโรคหัวใจอย่างถูกวิธี
ผู้ป่วยจากหลอดเลือดแตกในสมองปี ค.ศ.1994 ลดจาก 800,000 ราย
เหลือ 600,000 ราย และผู้ป่วยจากโรคหัวใจลดราว 10 ล้านคน ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ยาและส่วนหนึ่งมาจากการปรับวิถีชีวิตของตนใหม่
ลดการสูบบุหรี่ ลดไขมัน ออกกำลังกายมากขึ้น และฝึกการทำใจให้สงบ
ระบบหลอดเลือดและหัวใจ
ระบบหลอดเลือดและหัวใจของมนุษย์เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหลอดเลือดมากมายมหาศาล หากเอาหลอดเลือด
ของคนหนึ่งคนมาต่อกันตามยาว จะได้ระยะทางทั้งสิ้นถึง
96,000 กิโลเมตร ยาวพอที่จะนำไปพันรอบโลกได้สองรอบครึ่ง
มนุษย์ที่โตเต็มวัยจะมีเลือดราว 5 ลิตร อยู่ในหลอดเลือดดำ
3.75 ลิตร ในหลอดเลือดแดง 1 ลิตร และในหลอดเลือดฝอย 0.25 ลิตร เลือดทั้งหมดประกอบด้วยของเหลวคล้ายน้ำเรียกพลาสม่า
มีเซลล์เม็ดเลือดแดง 30 ล้านล้านเซลล์ ลอยกระจายอยู่ทั่วไป
เพื่อขนส่งออกซิเจน มีเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรค
คุ้มกันภัยให้แก่ร่างกาย และมีเกล็ดเลือดที่คอยอุดแผล
ทำให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล
หัวใจและหลอดเลือดจะทำงานประสานต่อเนื่องกัน
เพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารในกระแสเลือดไปยังทุกเซลล์ในร่างกาย และดึงของเสียหรือขยะออกมาทิ้งผ่านการหายใจ ปัสสาวะ
อุจจาระ และการขับเหงื่อ ดังนั้นหัวใจจึงต้องทำงานหนักมาก
และไม่มีโอกาสพักผ่อนเช่นอวัยวะชิ้นอื่น ในปีหนึ่งหัวใจ
จะบีบตัวราว 3 ล้านครั้ง
ใครที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เห็นทีจะต้องกล่าวขอบคุณหัวใจสักครั้ง
ที่ทำหน้าที่โดยซื่อสัตย์ โถ...เอ่ยปากขอบคุณคนได้ทั่วไป
แค่ขอบคุณหัวใจตนเองบ้างจะเป็นไรไป
แรกสุด หัวใจจะส่งเลือดไปที่ปอดเพื่อให้เม็ดเลือดแดงจับออกซิเจน ดังนั้นใครที่เม็ดเลือดแดงน้อยหรือเลือดจางจึงรู้สึกอ่อนแรง หน้ามืดเป็นลมง่ายเพราะในเลือดมีออกซิเจนน้อยนี่เอง
ต่อจากนั้น เลือดที่อิ่มด้วยออกซิเจนจะถูกลำเลียงไปทั่วร่างกาย และกลับคืนสู่หลอดเลือดดำหลังจากออกซิเจนถูกดึงไปใช้ประโยชน์ พร้อมกับชะเอาสิ่งสกปรกติดไม้ติดมือออกมาด้วย
เชื่อหรือไม่ เลือดเดินทางจากหัวใจไปปอดผ่านเส้นเลือดทั้งร่างกาย
ที่มีความยาวกว่าสองรอบโลกด้วยเวลาเพียงหนึ่งนาที
จึงกล่าวได้ว่า ร่างกายของมนุษย์เป็นเครื่องจักรที่มีคุณภาพยิ่ง
ทำงานสอดประสานสมดุลกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การประสานสมดุลกันของทุกอวัยวะเท่านั้น
จึงจะเป็นที่มาของ "สุขภาพดี"
การมองปัญหาสุขภาพจึงต้องมองภาพการทำงาน
ที่ประสานกลมเกลียว มิใช่มองแยกส่วนแยกอวัยวะตามแนวคิดเดิมๆ
ขณะที่เราตื่นนอน อาบน้ำแปรงฟัน กินอาหารเช้า แต่งตัวไปทำงาน
รู้ไหมว่าปอด ตับ ไต หัวใจ เซ่งจี้ ทำงานกันหนักหน่วงเพียงใด
มีการหลั่งฮอร์โมน เอ็นไซม์ มากแค่ไหน กล้ามเนื้อทุกมัด
ต้องประสานงานกันเพียงใดจึงสามารถยกมือ สอดนิ้วจับหูแก้วกาแฟ
ยกดื่มได้ตรงปาก หัวใจของเราก็เช่นกัน ทำงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
และเงียบเชียบไร้เสียงรบกวน
ชีวิตคือความมหัศจรรย์แท้ ๆ
ในภาวะสมดุล หัวใจและหลอดเลือดจะทำงานประสานกันอย่างดีเยี่ยม ทำให้ทุกอวัยวะมีพลังงานและทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แต่อย่างไรก็ตาม หากระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานผิดพลาด ย่อมนำไปสู่โรคเรื้อรังหลายชนิดที่น่ากลัว เพราะร่างกาย
ไม่อาจขาดออกซิเจนได้นานเกินห้านาที เมื่ออวัยวะได้รับออกซิเจนขาด
หรือพร่องไป การทำงานก็ผิดพลาด ปัญหาก็ตามมามากมาย ถึงตอนนั้นการพึ่งหมอก็อาจสายไปเสียแล้ว
โรคที่เป็นผลมาจากความบกพร่องในการทำงาน
ของระบบหลอดเลือดและหัวใจมีมากมาย อาทิ ความดันโลหิตสูง
หลอดเลือดแดงแข็งหรือตีบตัน โรคหัวใจ เส้นเลือดแตกในสมอง
จอตา
|