มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 มกราคม 2542]

ตอน สี่สิบยังแจ๋ว

นพ.เสรี ธีรพงษ์


สตรีที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือเคยมีความสวยงามมากขนาดไหน คงต้องสะท้านใจ และรู้สึกใจหายไปบ้าง บางทีอาจอุทานเบาๆ คล้ายกับให้กำลังใจตัวเองว่า
"ทุกคนต้องแก่ คนเราทุกคนสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้แก่กาลเวลา"
สตรีบางคนแก่ตัวแล้วดูดีมีราศีขึ้น แต่หลายคนดูแล้วราศีหม่นหมอง ยิ่งสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งดุแก่ ข้าพเจ้าขอแนะนำว่า
"ยอมรับความจริงเถอะว่า วันนี้ไม่เหมือนวันเก่า ทิ้งความเศร้าเสียใจว่า เคยสวยไว้ข้างหลัง แล้วยิ้มรับวันใหม่ คุณจะดูสวยสดใส ดูอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น"

มีดาราสาวตัวประกอบนางหนึ่ง อายุย่าง 45 ปี ในอดีตเคยเป็นนางเอก แต่ปัจจุบันสังขารร่วงโรย รับบทได้เพียงตัวประกอบ เธอมักรำพึงรำพัน กับเพื่อนฝูงด้วยความน้อยใจว่า
"นางเอกมีอะไรดี นอกจากใบหน้าและอายุน้อย ที่คอยหลอกล่อ สายตาผู้ชมประเดี๋ยวประด๋าว ดาราตัวประกอบอย่างฉันก็เคยผ่าน การเป็นนางเอกมาแล้ว ฉันรู้ดี เดี๋ยวนี้ แม้จะไม่สวยเหมือนเดิม แต่มากด้วยประสบการณ์ยิ่งนัก การแสดงมีความผิดพลาดน้อย และไม่เคยมาทำงานสาย ดอกไม้ที่สวยงามนั้น จะขาดใบไม้มาประกอบ ได้หรือ ไม่มีใบไม้บนกิ่ง ช่วยเชิดชูดอกไม้ให้ดูงามเด่น ดอกไม้จะมีค่าสักเท่าไร ทำไมรายได้ของนางเอกและตัวประกอบถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับดินอย่างนี้

ในทางการแพทย์ สตรีมีอะไรอย่างหนึ่ง คล้ายกับคำพูด ของดาราตัวประกอบรายนี้ สิ่งนั้นก็คือ "ไข่" ซึ่งเป็น เซลล์สืบพันธุ์สำคัญที่สุดของสตรี หากอายุเกิน 40 ปี จำนวน "ไข่" ที่ผลิตออกมาจะลดลงอย่างมากเหมือนกับ "รายได้" ของนางเอก ที่กลายมาเป็นดาราตัวประกอบอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เราจึงมักไม่ค่อยเห็นสตรีอายุเกิน 40 ปีตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากตราบใดที่ยังมี "ไข่" ตกอยู่ และ "ไข่" นั้นมีคุณภาพพอ สตรีอายุเกิน 40 ปี ก็สามารตั้งครรภ์ได้

ธรรมชาติเรื่องการตั้งครรภ์ของมนุษย์นั้น มีแปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือ ไม่ว่าจะแต่งงานมานานเท่าไรแต่ไม่เคยตั้งครรภ์ แล้วมีวันหนึ่ง เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา จะโดยธรรมชาติหรือใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์มาช่วย ซึ่งไม่ว่าการตั้งครรภ์จะสิ้นสุดเร็ว หรือดำเนินต่อไปจนคลอด การตั้งครรภ์ครั้งนั้นจะทำให้สตรีผู้นั้นเกิดการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น ขอยกตัวอย่าง

มีพยาบาลท่านหนึ่ง อายุ 34 ปี แต่งงานมา 9 ปี รักษาภาวะมีบุตรยาก มามากมายจนท้อแท้ วันหนึ่งเกิดโชคดีตั้งครรภ์ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เธอรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ตั้งครรภ์ได้เพียง 9-10 สัปดาห์ก็ตรวจพบว่า เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวเด็ก (BLIGHTEDOVUM) เธอจึงได้รับการขูดมดลูก เพื่อทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง

ด้วยเหตุที่มีความหวังกำลังใจจากการตั้งครรภ์ครั้งแรก ทำให้เธอหวนกลับมารับการรักษาใหม่ เวลาผ่านไปไม่นานนัก เธอสามารตั้งครรภ์ได้สำเร็จด้วยวิธีการ "คัดเชื้อและฉีดเชื้อ" ธรรมดาๆ ไม่ได้ทำ "กิ๊ฟ" หรือ "ซิ๊ฟ" และต่อมาสามารถคลอดบุตรครบกำหนดด้วย บุตรของเธอแข็งแรงดี มีน้ำหนักมาตรฐานและพัฒนาการตามปกติ

เมื่อหลายปีก่อนมีคนไข้สตรีรายหนึ่ง บ้านอยู่จังหวัดสระบุรี ฐานะจัดเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง ตอนที่มารับการรักษาภาวะมีบุตรยากกับข้าพเจ้า เธออายุ 40 ปี แต่งงานมานานถึง 20 ปี ไม่เคยตั้งครรภ์หรือแท้งบุตร คนไข้สตรีรายนี้พร้อมกับสามี ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกันไม่ได้นิ่งนอนใจ ใช้เวลารักษากับแพทย์ผู้มีชื่อเสียงมาหลายท่าน เสียเวลาไปหลายปี แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จสักครั้งเดียว ครั้งสุดท้ายได้ทำ "กิ๊ฟ" (21 เมษายน พ.ศ.2535) ซึ่งตอนนั้น ถือเป็นกรรมวิธีที่กำลังโด่งดังมาก แต่ก็ล้มเหลว

ข้าพเจ้าได้เริ่มให้การรักษาสามีภรรยาคู่นี้ใหม่ โดยทำ "กิ๊ฟ" ซ้ำให้อีกครั้ง การทำ "กิ๊ฟ" ครั้งนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาห่างจากการทำ "กิ๊ฟ" ครั้งแรกประมาณ 6 เดือน ผลคือ ประสบความสำเร็จเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น แต่เป็นความสำเร็จช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียงตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์เท่านั้น ก็แท้งบุตรออกมา "ของขวัญจากสวรรค์" อันมีค่าพลันสลาย กลายเป็นสิ่งไร้ค่าในทันที คนไข้สตรีผู้นี้ได้รับการขูดมดลูก และนอนพักโรงพยาบาล 2-3 วัน ก็เดินทางกลับสู่ชนบท

8 เดือนถัดมา ในเดือน สิงหาคม พ.ศ.2536 สามีภรรยาคู่นี้ ขอกลับมารักษาอีกครั้ง คราวนี้ขอร้องข้าพเจ้าให้เลือกวิธีการรักษาดีที่สุดมาใช้ ข้าพเจ้าเลือก "ซิ๊ฟ" ซึ่งเป็นกระบวนการคล้ายๆ กับ "กิ๊ฟ" เพียงแต่ว่า เมื่อเจาะส่องกล้อง (LAPAROSCOPE) เข้าไปในท้องแล้ว แทนที่จะหยอด "เซลล์สืบพันธุ์" (ไข่และอสุจิ) เข้าไปในท่อนำไข่ เราจะหยอด "ตัวอ่อน" เข้าไปแทน จึงให้ผลการรักษาที่ดีกว่า แต่…ฟ้าไม่เข้าข้างในคราวนี้ คนไข้สตรีไม่ตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้ให้กำลังใจกับสามีภรรยาคู่นี้ โดยบอกว่า
"ไม่แน่นะ…ต่อไป คุณผู้หญิงอาจจะตั้งครรภ์เองก็ได้ เพราะเคยตั้งครรภ์มาแล้ว ถึงแม้ว่าจะแท้งไปก็ตาม ในทางทฤษฎีการตั้งครรภ์ ที่เกิดขึ้นครั้งก่อน จะไปเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมภายในท่อนำไข่ และโพรงมดลูกให้กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การตั้งครรภ์ ดังนั้น อย่าหมดกำลังใจ"

เวลาผ่านไปได้ 3 เดือน คำพูดที่ให้กำลังใจจากข้าพเจ้าเป็นจริงขึ้นมา คนไข้สตรีผู้นี้ตั้งครรภ์ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เวลานั้นประจำเดือนขาดไป ได้เดือนเศษ ข้าพเจ้าจึงตรวจดูด้วยอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด และพบเงาของทารก พร้อมกับการเต้นของหัวใจ ข้าพเจ้ากล่าวแสดงความยินดี และบอกว่า
"ขณะนี้ตั้งครรภ์ได้ 7 สัปดาห์ อยากให้ฉีดยากันแท้งไว้สักหน่อย ป้องกันการแท้งซ้ำ"

คนไข้สตรีทำตามคำแนะนำ และมารับการตรวจครรภ์ตามนัดทุกครั้ง พออายุครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ ข้าพเจ้าได้ให้ความรู้เป็นเชิงแนะนำว่า
"ปกติสตรีตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 35 ปี จะมีความเสี่ยงต่อภาวะปัญญาอ่อน (DOWN' S SYNDROME) ของทารกในครรภ์มากกว่าสตรีอายุน้อย การเจาะน้ำคร่ำไปส่งตรวจโครโมโซม เป็นวิธีการหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับ กันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนไข้ด้วย"
คนไข้สตรีผู้นี้กล่าวว่า
"ดิฉันไม่อยากทำ เพราะคนข้างบ้านของดิฉันตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ไปทำกรรมวิธีนี้แหละ เลยเกิดการแท้งบุตรขึ้นมา ดิฉันกลัวจะเป็นอย่างนั้น"
ข้าพเจ้าไม่ได้บังคับจิตใจคนไข้เพราะการเจาะถุงน้ำคร่ำ มีความเสี่ยงไม่น้อย แม้ว่าจะทำภายใต้ความระมัดระวัง เช่น มีน้ำคร่ำรั่วออกมาจากรูเจาะ ตลอดเวลาเกิดการติดเชื้อภายในโพรงมดลูก หรือเข็มที่เจาะน้ำคร่ำแทงถูกอวัยวะของทารก เป็นต้น

ในเมื่อคนไข้ยอมแบกรับความเสี่ยงครั้งนี้เอาไว้ ภายหลังจากได้รับคำอธิบายอย่างถ้วนถี่ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้บังคับ จากสถิติการเกิดภาวะปัญญาอ่อนของทารกในสตรีตั้งครรภ์ อายุ 40 ปีขึ้นไปนั้น จะพบความผิดปกติได้ในอัตรา 1:360 ซึ่งข้าพเจ้าว่าเธอคงจะไม่โชคร้าย

การตั้งครรภ์ดำเนินไปโดยไม่มีปัญหา ข้าพเจ้าได้ใช้เครื่อง อัลตราซาวนด์ติดตามดูการเจริญเติบโต และความผิดปกติของทารก เป็นระยะๆ รวมทั้งเจาะตรวจเลือดเกี่ยวกับภาวะเบาหวานด้วย

เมื่อคนไข้ตั้งครรภ์ได้ 38 สัปดาห์ ข้าพเจ้าจึงทำการผ่าตัด ให้คลอดบุตรออกมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2537 ผลปรากฏว่า ได้ทารกเพศชาย หนัก 3755 กรัม แข็งแรงดี หลังคลอด คนไข้สตรีรายนี้ มารับการตรวจ ก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติใด ๆ และเธอไม่ได้ใส่ใจ เรื่องการคุมกำเนิดเนื่องจากอายุมากแล้ว

ข้าพเจ้าพูดจาล้อเล่นกับคนไข้ว่า
"ไม่แน่นะ…ปีหน้าอาจจะตั้งครรภ์มาอีกก็ได้ เพราะตั้งครรภ์มา 2 ครั้งแล้ว ต่อไปจะตั้งครรภ์ได้ง่ายมากเลย"
คนไข้บอกว่า
"แต่งงานมา 20 ปี มีบุตรชายคนนี้คนเดียวได้ถือว่าโชคดีแล้ว หากจะตั้งครรภ์อีกสักคนก็ไม่เป็นไร แต่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นหรอก เพราะตอนนี้อายุดิฉัน 42 ปีแล้ว อายุขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมี"
ข้าพเจ้าตอบว่า
"ตอนที่เรียนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลศิริราช เคยเห็นผู้หญิงอายุถึง 53 ปีมาคลอดบุตร ซึ่งถือว่า เป็นผู้หญิง ที่มีลูกได้ตามธรรมชาติอายุมากที่สุด เท่าที่ข้าพเจ้าเคยเห็น เพราะฉะนั้นอายุ 42 ปี ยังมีโอกาสเป็นไปได้"

เมื่อบุตรชายคนแรกอายุได้ 8 เดือน คนไข้สตรีผู้นี้ตั้งครรภ์ขึ้นมาอีกจริงๆ เธอและสามียอมเดินทางไกลมาจากจังหวัดสระบุรี เพื่อมาฝากครรภ์ที่กรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลว่า
"ไม่ไว้ใจหมอต่างจังหวัด และระยะทางไม่ไกลเกินไปนัก" ข้าพเจ้าได้อธิบายให้สามีภรรยาคู่นี้ฟังว่า
"การผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องไม่ใช่เรื่องยาก จึงไม่จำเป็น ต้องลำบากเดินทางไกล" อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สองสามีภรรยา เป็นกังวลมากกว่าระยะทาง คือ
"การตั้งครรภ์ครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นห่างจากครั้งที่แล้ว 8 เดือน จะมีปัญหาหรือไม่"
ข้าพเจ้าให้ความมั่นใจว่า
"ไม่เป็นไรแน่นอน แต่สิ่งที่ควรให้ความสนใจ คือ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ น่าจะเจาะน้ำคร่ำทำการตรวจหา โครโมโซมของทารก"

คนไข้สตรีผู้นี้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ทำเด็ดขาด" เธอได้มาฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้ง การตั้งครรภ์ดำเนินไปโดยไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับครรภ์ที่แล้ว คนไข้ได้รับการผ่าตัดคลอดบุตรออกมา เมื่อครรภ์ครบกำหนด คราวนี้ได้ทารกเพศหญิง หนัก 3350 กรัม แข็งแรงสมบูรณ์ดีไม่มีปัญหาเรื่องภาวะปัญญาอ่อน

ภายหลังการตรวจหลังคลอดแล้ว ข้าพเจ้ายังคงกล่าวดำเนิน ล้อเล่นกับคนไข้สตรีผู้นี้อีกว่า
"ระวังให้ดีไม่แน่นะ ปีหน้าอาจจะท้องมาอีก"
คนไข้สตรีและสามีหัวเราะชอบใจ
"คงไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นอีกแล้วละ คราวนี้คงระวังตัวมากกว่าเดิม เอ๊ะ! หมอ เคยได้ยินเขาบอกว่าผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มารักษาภาวะมีบุตรยากมีโอกาสน้อยมากๆ ที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่หรือ"
ข้าพเจ้าตอบ
"ใช่…ในต่างประเทศ หลายสถาบันจะไม่ยอมรักษาให้กับ สตรีที่มีอายุเกิน 42 ปี หากไม่ใช้ "ไข่" บริจาค เพราะสตรี ที่ไม่เคยตั้งครรภ์มาเลยอายุเกิน 42 ปี การกระตุ้นไข่ต้องใช้ยาจำนวนมาก โอกาสจะได้ไข่ก็น้อยมาก และอัตราการตั้งครรภ์มีน้อยไม่ถึงร้อยละ 10 เมื่อตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว ยังมีโอกาสแท้งบุตรสูงถึงร้อยละ 50"
"อย่างนี้ นับว่าภรรยาของผมแจ๋วอยู่ใช่ไหมครับ" สามีของคนไข้หัวเราะชอบใจก่อนที่จะอำลาจากไป

นพ.เสรี ธีรพงษ์


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600