มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 320 ตุลาคม 2541]

ปัญหาระบบขับถ่ายปัสสาวะในหญิง

กองบรรณาธิการ


ในปัจจุบันนี้ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมปัสสาวะเล็ดราด ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนสูงอายุเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย

สำหรับในประเทศไทยเองนั้นเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะแห่งเอเชียแปซิฟิก (The Asia Pacific Continence Advisory Board : APCAB) ได้ทำผลการวิจัยชิ้นแรกในเอเชีย ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับ จำนวนผู้ที่มีอาการของระบบขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ โดยมีอาการปัสสาวะเล็ดราด (urinary incontinence : UI) และอาการปัสสาวะบ่อย (overactive bladder : OAB) ผลการศึกษา ที่ได้จากการประเมินปัญหาของโรคระบบขับถ่ายปัสสาวะ 11 ประเทศในเอเชีย โดยทำการสัมภาษณ์ประชาชนประมาณ 11,000 ราย พร้อมกับเปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวด้วย

ดร.อาร์ เอส โมฮัน นักวิจัยแผนกปัสสาวะวิทยา โรงพยาบาลกลางฉางกี และหัวหน้านักวิจัยในโครงการกล่าวว่า
"นับเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ แก่สาธารณชน และบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเหล่านี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่แพทย์ต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับโรคในระบบขับถ่ายปัสสาวะ"

จากการศึกษาพบว่าประมาณร้อยละ 15 ของผู้หญิงและ ร้อยละ 6 ของผู้ชายในเอเชีย มีปัญหาเกี่ยวกับโรคปัสสาวะเล็ดราด โดยอินเตอร์เนชั่นแนล คอนทิเนนโซไซตี้ (Intenational Continence Society) ได้ให้นิยามไว้ว่า เป็นอาการถ่ายปัสสาวะโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมและอนามัยของผู้ป่วยและสังคมของผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคปัสสาวะบ่อย ซึ่งนิยามว่า เป็นอาการของการถ่ายปัสสาวะบ่อย หรือมีความต้องการ ถ่ายปัสสาวะในทันที หรือมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งอาการเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นได้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือมีหลายอาการรวมกัน

อาการ

อาการของโรคปัสสาวะบ่อยอาจเริ่มต้นจากปัญหาไม่รุนแรง โดยการเริ่มถ่ายปัสสาวะบ่อยขึ้น และมีความต้องการที่จะถ่ายปัสสาวะในทันที จนถึงระดับที่รุนแรงขนาดไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ทั้งนี้จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อจำนวนผู้ป่วยในเอเชีย ที่เป็นโรคปัสสาวะเล็ดราดและโรคปัสสาวะบ่อย คือวัยและเพศของผู้ป่วย จำนวนบุตรและวิธีการคลอดบุตรของผู้หญิงตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน

วัย

จากผลการศึกษาทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วย เป็นโรคปัสสาวะเล็ดราดและโรคปัสสาวะบ่อยมีแนวโน้ม ที่จะเกิดมากขึ้นได้ตามวัย อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุม การขับถ่ายปัสสาวะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ทั้งนี้จากการศึกษา ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะ แห่งเอเชียแปซิฟิกชี้ว่า คนเอเชียที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี มีอาการของโรคปัสสาวะบ่อยสูงขึ้น ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าว ได้ลบล้างความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่า ปัญหาเกี่ยวกับ การควบคุมการปัสสาวะจะเกิดกับคนสูงอายุเท่านั้น

"มีรายงานว่า ในแต่ละปีมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนถึง 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการบำบัดโรคปัสสาวะเล็ดราด ทั้งในทางตรงและทางอ้อม และในขณะที่จำนวนประชากร ที่สูงวัยในเอเชียมีจำนวนมากขึ้น การศึกษาชิ้นนี้พบว่า โรคดังกล่าวอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม และเป็นภาระด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต" ดร. โมฮันกล่าว

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเพศ

ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ปัญหาด้านการขับถ่ายปัสสาวะ จะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยในประเทศไทย มีผลการสำรวจพบว่า 1 ใน 4 ของผู้หญิงไทยมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมระบบปัสสาวะ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ผลการศึกษา พบว่า ผู้หญิงที่คลอดบุตรตามธรรมชาติ มีแนวโน้ม ที่จะมีอาการของโรคปัสสาวะบ่อยมากกว่าผู้หญิงที่คลอดโดยการผ่าตัด

การวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการสำรวจในโรงพยาบาลครอบคลุมประเทศสิงค์โปร์ ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน อินเดีย อินโดนีเซีย และจีน โดยทำการสุ่มสัมภาษณ์ผู้ชาย และผู้หญิงในแต่ละประเทศที่ใช้บริการของโรงพยาบาล ซึ่งนอกเหนือจากแผนระบบทางเดินปัสสาวะและแผนกสูติ-นรีเวช

นายแพทย์ดำรงพันธ์ วัฒนะโชติ ประธานกรรมการวิชาการสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ ประเทศไทยกล่าวว่า
"ผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์ภายหลังจากที่ต้องทนทรมาน เป็นเวลาหลายปี โดยไม่กล้าที่จะบอกใครเกี่ยวกับปัญหาระบบขับถ่ายปัสสาวะ ด้วยความรู้สึกเขินอายหรือไม่ทราบว่า โรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงทำให้ไม่ได้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับการรักษา"

"ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับการควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะเหล่านี้ ต้องทนทุกข์ทรมานอันเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน ตามปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับอาการขั้นรุนแรงถึงกับต้องหลีกเลี่ยง การออกนอกบ้านเพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาจะสามารถเข้าห้องน้ำ ได้ทันทุกครั้งที่เกิดอาการ
"ผู้ป่วยหลายรายแสดงความลำบากใจในอาการของโรค ซึ่งทำให้หมดโอกาสที่จะหาสิ่งบันเทิงให้กับชีวิตหรือเข้าร่วม กิจกรรมทางสังคมอื่นๆ โรคปัสสาวะบ่อยสามารถกลายเป็นปัญหารุนแรงได้ แม้แต่กับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง" นายแพทย์ดำรงพันธุ์กล่าว

แนวทางการรักษาและเทคนิคในการควบคุม อาการปัสสาวะบ่อยนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะและระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน การบริหารบริเวณช่องท้อง การใช้ยาและการทำศัลยกรรม

"มีคนเอเชียนับล้านที่ทรมานกับโรคนี้ ผู้ที่คิดว่าตนเอง มีอาการของโรคปัสสาวะเล็ดราดและโรคปัสสาวะบ่อย ควรรีบปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำ และรับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ" นายแพทย์ดำรงพันธุ์กล่าวสรุป

APCAB มีโครงการที่น่าสนใจต่าง ๆ ที่จะดำเนินให้บรรลุผลสำเร็จ อาทิ การจัดตั้งสมาคมควบคุมโรคระบบขับถ่ายปัสสาวะ (Continence Societies) ในประเทศ การช่วยเหลือเพื่อพัฒนา ศูนย์ระบบขับถ่ายปัสสาวะประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนโครงการพัฒนาและจัดฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมระบบปัสสาวะ

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเปิดเข้าเว็บไซต์ APCAB ที่ www.sfcs.org.sg/apcab/index html

กองบรรณาธิการ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600