มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 326 เมษายน 2542]

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

พ.ต.ท.น.พ.เสรี ธีรพงษ์


มีคนถามข้าพเจ้าบ่อย ๆ ว่า
"สตรีที่ทำหมันแล้ว หากมีรักใหม่ จะสามารถแก้หมันได้ไหม ?" ข้าพเจ้ามักจะตอบว่า
"ได้อย่างแน่นอน แต่ต้องลุ้นสักหน่อยนะ เพราะเมื่อตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว ต้องระวังอันตราย"
"อันตรายจากอะไร" คือคำถามที่มักจะตามมา

จากนั้นข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องร่ายยาวความรู้ทางวิชาการ เกี่ยวกับการทำหมันให้ฟังว่า

"การทำหมันของสตรี หมายถึง การผูกและตัดส่วนกลางๆ ของท่อนำไข่ เพื่อตัดทางคมนาคมของ "ตัวอสุจิ" ไม่ให้ผ่านไปทางส่วนปลายของท่อนำไข่ รวมทั้งสกัดกั้นไม่ให้ "ไข่" ผ่านเข้ามาในส่วนต้นของท่อนำไข่ด้วย พูดง่ายๆ คือ ทำให้ "ไข่" และ "อสุจิ" ไม่มีโอกาสได้พบกัน อันจะนำไปสู่การปฏิสนธินั่นเอง (ปกติการปฏิสนธิของ ไข่ และ อสุจิ จะเกิดขึ้นครั้งแรกภายในท่อนำไข่)

ส่วนการแก้หมันของสตรี ก็คือ การตัด ต่อ เชื่อมปลายทั้งสองของท่อนำไข่ที่ขาดจากกันภายหลังทำหมัน ให้ส่วนภายในท่อนำไข่สามารถติดต่อคมนาคมถึงกันได้ โดยที่ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับ เทคนิค วิธีการ และสภาพของท่อนำไข่ ที่เหลืออยู่ในตอนนั้น

ปัญหายุ่งยากที่อาจเกิดตามมามักเป็นผลมาจาก ส่วนภายในท่อนำบริเวณที่ทำการผ่าตัดและต่อนั้นไม่เรียบ และรูติดต่อแคบกว่าส่วนอื่นของท่อนำไข่ "อสุจิ" ซึ่งมีขนาดเล็ก สามารถผ่านออกไปได้ แต่ "ตัวอ่อน" ที่เกิดจากการปฏิสนธิมีขนาดใหญ่กว่า ไม่สามารถผ่านกลับเข้ามาได้ และฝังตัวในบริเวณนั้น เกิดเป็น "การตั้งครรภ์ภายในท่อนำไข่" หรือที่เรียกว่า "ท้องนอกมดลูก" ตามที่คนทั่วๆ ไปได้ยินกันอยู่บ่อยๆ

การตั้งครรภ์ภายใน "ท่อนำไข่" ไม่สามารถเจริญเติบโตได้นาน เพราะเนื้อที่มีน้อยตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6-8 สัปดาห์ ท่อนำไข่จะแตกและมีการตกเลือดเข้าไปในช่องท้อง นี่เองที่เรียกว่า "อันตราย" คนไข้อาจตายได้จากการเสียเลือดมาก หากช่วยเหลือไม่ทัน "

วันหนึ่งในคืนวันก่อนวันแม่แห่งชาติเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ขณะกำลังรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งย่านประตูผี ข้าพเจ้าได้รับการเรียกผ่านวิทยุติดตามตัว เพื่อให้ติดต่อ ไปยังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจโดยด่วน เมื่อติดต่อกลับไป แพทย์ฝึกหัดได้รายงานอย่างตื่นเต้นว่า
"มีคนไข้สงสัยท้องนอกมดลูก และช็อกด้วยมาห้องฉุกเฉิน ถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง"
"ค่อย ๆ เล่าประวัติคนไข้ให้ฟังอย่างละเอียดก่อนได้ไหม ใจเย็นๆ " ข้าพเจ้าพูดปลอบโยนกลับไป

"ผู้หญิงไทยคู่ อายุ 30 ปี เคยต่อหมันที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อ 1 ปีก่อน ผลการรักษา สามารถต่อท่อนำไข่ได้ทั้งสองข้าง แต่การพยากรณ์โรคไม่ดี เนื่องจากทดสอบโดยการฉีดสีเข้าในโพรงมดลูก สีสามารถผ่านรอยต่อของท่อนำไข่ออกสู่ส่วนปลายได้น้อยมาก
ขณะนี้คนไข้ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 16 สัปดาห์ มาโรงพยาบาล ด้วยเรื่องปวดท้องน้อยมาก ปวดตลอดเวลา ปวดร้าวมาที่บริเวณลิ้นปี่ หน้าตา เนื้อตัว ซีดเซียว ลุกขึ้นนั่งจะหน้ามืด มีคลื่นไส้อาเจียนด้วย ก่อนหน้านี้ 2 ชั่วโมง ได้ไปที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท หมอวินิจฉัย เป็นท้องนอกมดลูก และบอกคนไข้ว่า จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดด่วน มิฉะนั้นอาจตายได้ แต่เนื่องจากคนไข้มีปัญหาด้านการเงิน ทางโรงพยาบาลจึงส่งต่อมารับการรักษาที่เรา"

"ไม่ว่าที่อื่นจะตรวจวินิจฉัยมาอย่างไรเราต้องมาตรวจใหม่ทุกครั้ง และต้องเชื่อถือผลการตรวจร่างกายของเรามากกว่าเสียด้วย" ข้าพเจ้าสอนแพทย์ฝึกหัดไม่ให้เชื่อถืออะไรง่ายๆ แพทย์จะต้องเชื่อถือและมั่นใจในการตรวจของตัวเอง

"เดือนที่แล้ว คนไข้เคยมาตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลตำรวจครั้งหนึ่ง มีการตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดด้วยผลพบว่า ทารกมีขนาด ประมาณ 9 สัปดาห์ และหัวใจเต้นปกติดี" แพทย์ฝึกหัดรายงานประวัติ ตามที่บันทึกไว้ พูดมาถึงตรงนี้ ข้าพเจ้าขัดจังหวะขึ้นว่า
"นั่นแสดงว่า น่าจะตรวจพบทารกอยู่ในโพรงมดลูก จึงไม่ได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้วเธอยังนึกถึงว่า เป็นท้องนอกมดลูกอีกหรือ"

"แต่ว่า ตรวจหน้าท้องของคนไข้เป็นลักษณะเหมือนมีการตกเลือด ภายในช่องท้อง ผลการตรวจภายในก็สอดคล้องกัน คล้ายกับบริเวณปีกมดลูกมีการฉีกขาดและเลือดออกอย่างนั้น" แพทย์ฝึกหัดพูดแย้งไปตามที่ได้ตรวจร่างกายคนไข้มา

"กรณีเช่นนี้ อาจเป็นไปได้ที่มีการตั้งครรภ์บริเวณมุมบน ของโพรงมดลูกอันเป็นรอยต่อระหว่างมดลูกกับท่อนำไข่ (Cornula Pregnancy) ซึ่งสามารถตั้งครรภ์ได้ถึง 14-16 สัปดาห์ แล้วจึงเกิดปัญหาการฉีกขาดของผนังกล้ามเนื้อมดลูกบริเวณนั้น และตกเลือดออกมา คนไข้จะเสียเลือดอย่างมากๆ เลย" ข้าพเจ้าอธิบายเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ และพูดเสริมว่า

"อย่างไรก็ตามคนไข้รายนี้เป็นกรณีที่ต้องผ่าตัดแน่นอน เพราะมีเลือดออกในช่องท้อง แต่ต้องฟื้นฟูจากสภาพช็อกเสียก่อน ด้วยการระดมให้น้ำเกลือและเลือดอย่างเพียงพอ แล้วรีบนำส่ง ห้องผ่าตัดทันที"

พอพูดจบ ข้าพเจ้าไม่รอช้า เพราะรู้ว่าอาการของคนไข้ อยู่ในขั้นวิกฤต รีบขับรถมายังโรงพยาบาลตำรวจ แล้วตรงไปที่ห้องผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเปิดหน้าท้องออกมาปรากฏว่า

มีเลือดเต็มท้อง มดลูกโตกว่าปกติเล็กน้อยไม่มีร่องรอยฉีกขาด เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่ท้องนอกมดลูก บริเวณมุมบนของโพรงมดลูก (Cornual Pregnancy) แต่ยังไงๆ ก็ต้องเป็นท้องนอกมดลูกชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถรองรับทารกขนาด 16 สัปดาห์ได้เช่นกัน เมื่อสำรวจดู ทางด้านข้างของมดลูก พบว่าท่อนำไข่และรังไข่ทางด้านซ้ายปกติ แต่แปลกที่ทางด้านขวามีเฉพาะก้อนถุงน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนภายในน้ำคร่ำ เพราะทราบก่อนล่วงหน้าจากการอัลอัตราซาวนด์แล้วว่า มีทารกอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน

ก้อนถุงน้ำนี้มีท่อนำไข่วางพาดอยู่ด้วย แต่บริเวณนั้น ไม่มีรังไข่อยู่เลย ก่อนนี้มีขนาดประมาณลูกเทนนิส บริเวณผิว มีรอยแตกเล็กน้อย แต่มีเลือดไหลรินออกมาตลอดเวลา ข้าพเจ้าบอกเตือนผู้ช่วยและพยาบาลห้องผ่าตัดว่า ข้าพเจ้ากำลังจะผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกมาโดยไม่ทำให้ก้อนถุงน้ำ แตกเสียหายและห้ามใครผ่าออกดูข้างใน เพราะอยากให้ทางพยาธิแพทย์ เป็นคนตรวจดูชิ้นเนื้ออย่างละเอียด ตั้งแต่ยังไม่ได้ผ่าส่วนใดส่วนหนึ่งเลย เผื่อว่าจะโชคดีเป็นกรณีตั้งครรภ์นอกมดลูกที่แปลกประหลาด

"ตั้งครรภ์นอกมดลูก มีที่แปลกประหลาดด้วยหรือ" พยาบาลห้องผ่าตัดถาม
"รอดูผลการตรวจทางพยาธิวิทยาก่อน แล้วจึงจะบอกว่า แปลกประหลาดยังไง" ข้าพเจ้าตอบอย่างนั้น เพราะไม่แน่ใจว่า จะเป็นดั่งที่คาดไว้หรือเปล่า

ถัดมาอีก 2 สัปดาห์ รายงานผลทางพยาธิวิทยา ตามหมายเลข S-40-2114 ออกมาว่า
" ชิ้นเนื้อเป็นก้อนถุงน้ำขนาดกว้าง 9 เซนติเมตร ยาว 11 เซนติเมตรและหนา 5.5 เซนติเมตร ภายในมีก้อนเลือดและทารกเล็กๆ อยู่ เมื่อตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ส่องขยาย พบว่าน่าจะเข้าได้กับ การตั้งครรภ์ภายในรังไข่ (Ovarian Pregnancy) "

เมื่อข้าพเจ้าทราบผลการตรวจทางพยาธิวิทยาแล้ว ได้เดินมาบอกพยาบาลห้องผ่าตัดให้รู้ว่า คนไข้ดังกล่าวมี
"การตั้งครรภ์ภายในรังไข่ ซึ่งหายากมากและนี่แหละ ที่บอกว่าท้องนอกมดลูกที่แปลกประหลาด พบน้อยมากเพียง 1 ใน 30,000 รายของการตั้งครรภ์เท่านั้น

วันหนึ่งข้าพเจ้าได้เล่าเรื่องราวนี้ให้กลุ่มแพทย์แผนกสูติ-นรีเวชฟัง แพทย์ท่านหนึ่งบอกว่า
"เมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่เป็นแพทย์ฝึกหัดด้านสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลศิริราช ได้พบเจอกรณีท้องนอกมดลูกภายในรังไข่ ประหลาดกว่านี้อีก"
"ที่ข้าพเจ้าพบมานับว่าประหลาดมากอยู่แล้ว ยังมีที่ประหลาดกว่านี้อีกหรือ..." ข้าพเจ้ารำพึงอยู่ในใจ แล้วจึงย้อนถามว่า
"ประหลาดยังไงนะ..."

"กรณีดังกล่าวข้างต้น พบทารกขนาดเพียง 16 สัปดาห์ อยู่ภายในเท่านั้น แต่กรณีเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นท้องนอกมดลูก ภายในรังไข่ (Ovarian Pregnancy) ที่มีทารกครบกำหนดขนาดน้ำหนัก ถึง 3 กิโลกรัมอยู่ภายในเลยทีเดียว" สูติแพทย์ผู้นั้นตอบ
"อืม...ประหลาดจริงๆ กรณีแบบนี้อาจเป็นรายแรก หรือรายเดียวในประเทศไทยก็ได้ น่าจะรายงานในการประชุม ระดับประเทศให้รู้โดยทั่วกัน" ข้าพเจ้าแสดงความคิดเห็น โดยใจหนึ่งยังคลางแคลงอยู่

"เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปและทำบันทึกเป็นขั้นเป็นตอนอย่างมีระบบ ไว้อาจารย์หลายท่านได้ซักถามแบบไม่ค่อยเชื่อตามที่เรารายงาน ทำให้เราไม่มั่นใจและกลัวว่า การรายงานโดยไม่มีหลักฐาน เอกสารรองรับที่เพียงพอ อาจถูกกล่าวหาว่า หลอกลวงทั้งประเทศ เหมือนดั่งกรณีแท็กซี่สมพงศ์ก็เป็นได้"
แพทย์ผู้นั้นตอบ พร้อมกับมีเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของเหล่าบรรดาสูติแพทย์ที่นั่งคุย

พ.ต.ท.น.พ.เสรี ธีรพงษ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600