|
ในปัจจุบันการซื้อหา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการต่างๆ แล้วนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่การดำรงชีวิตของพวกเราในฐานะ
"ผู้บริโภค" ทั้งสิ้น ดังนั้นกฎหมายจึงได้มีการกำหนดบัญญัติ
ในเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเอาไว้ เพื่อมิให้ผู้บริโภค
ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ผลิต หรือให้ผู้บริการมากจนเกินขอบเขต
"ผู้บริโภค" ซึ่งตามกฎหมายนั้นหมายถึง
ผู้ซื้อ หรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ และหมายความรวมถึง
ผู้ซึ่งได้รับการเสนอ หรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้า
หรือรับบริการด้วย (ผู้ซื้อรวมไปถึงผู้เช่า ผู้เช่าซื้อด้วย) ดังนั้นจริงแล้วผู้ซื้อ
รวมถึงผู้เช่า ผู้เช่าช่วง ผู้ได้รับบริการ และผู้ซึ่งได้รับการเสนอ หรือชักชวนเพื่อให้ซื้อนั้นถือว่าเป็นผู้บริโภคทั้งสิ้น ไม่ว่าการซื้อ
การได้รับริการ หรือการได้รับการเสนอ หรือชักชวนให้ซื้อนั้น
จะทำขึ้นเพื่อนำมาใช้บริโภคเอง หรือนำไปใช้ในการผลิตอีกต่อ
เพื่อขายอีกทอดหนึ่งก็ตาม เช่น อย่างเราไปตลาดซื้อน้ำตาลมาเพื่อปรุงอาหาร หรือซื้อน้ำปลามาเพื่อใช้ใส่อาหารรับประทานเอง หรือแม่ค้า
ซื้อเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือบะหมี่ น้ำปลา น้ำตาล เนื้อหมูลูกชิ้น มาเพื่อใช้ในการประกอบก๋วยเตี๋ยวเพื่อขายต่อไป ทั้งตัวเราเองนั้น
และแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ย่อมถือว่าอยู่ในฐานะของผู้บริโภคตามกฎหมายทั้งสิ้น
หากเกิดความไม่ปลอดภัย หรือได้รับอันตรายจากการใช้สินค้าหรือบริการ
ที่เราซื้อมานั้น หรือได้ความไม่เป็นธรรมจากการใช้บริการนั้น เช่น การเช่าซื้อรถยนต์ผู้ให้เช่าซื้อเอารัดเอาเปรียบเรา ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อ
ส่งมอบรถยนต์ที่ชำรุดบกพร่องไม่ปลอดภัยแก่การใช้ อย่างนี้ผู้บริโภค
ก็มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ในการที่จะได้รับการพิจารณา และชดเชยความเสียหายจากการนั้นได้
|