มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam


หลังหย่า

ทำใจให้คลายทุกข์


ผู้หย่าร้างนั้น ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า การหย่าร้างนั้นเป็นการสูญเสียความหวัง ความฝัน และแผนการทั้งหลายที่เคยคาดคิดไว้ และพร้อมกับการสูญเสียนี้ ก็มีแต่ความเศร้าสร้อยที่ช่วยรักษาแผลหัวใจ เรื่องนี้ไม่มีใครปฏิเสธและปิดบังได้ และความเศร้าโศกนี้ก็จะมีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีโอกาสพบกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ที่มาช่วยให้เกิดความอบอุ่นใจขึ้นได้

อย่างไรก็ดี ความเศร้าโศกนี้ต้องอาศัยเวลาเท่านั้นที่จะช่วยบรรเทาได้ ทั้งอาจจะต้องใช้เวลานาน อาจเป็นเดือนหรือปีๆ สำหรับผู้หย่าร้างบางคนก็อาจจะ ยังคงมีความโกรธแค้นขมขื่น และไม่พอใจอดีตคู่สมรสของตนอยู่ โดยแท้จริงแล้วความขมขื่นและความโกรธนี้เอง เป็นศัตรูของความสุขและความร่าเริง ฉะนั้นมีทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยผู้หย่าร้างได้ นั่นก็คือ ต้องรู้จักการให้อภัย ซึ่งจะเป็นยาบำบัดที่แสนวิเศษที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติ ได้พบกับความสุขเกษมเปรมใจ ที่ดีที่สุดในชีวิตเพื่อที่จะตั้งต้นชีวิตใหม่

สุภาพสตรีผู้หนึ่ง ที่มีประสบการณ์ในเรื่องการหย่าร้างเล่าว่า เธอเสียใจที่ต้องมีเรื่องหย่าร้าง แต่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะเหตุที่สามีไปมีภริยาใหม่และผิดคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ ต่อกันในวันแต่งงาน เธอทนต่อสภาพความไม่ซื่อของเขาไม่ได้ เธอสารภาพว่าเธอนั้นเศร้าโศก และเสียใจที่สุดในวันไปตกลงหย่าขาดจากกันที่อำเภอ จนคิดว่าตัวเองไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอต้องพยายามช่วยตัวเองอย่างมาก โดยคิดเสียว่าเป็นการดีที่ได้แยกทางกับเขา หาไม่เธอก็คงต้องนั่งทนทุกข์ เผชิญหน้าคนทรยศต่อเธอจนตลอดชีวิต เธอได้ลงมือบันทึกความต้องการของตัวเอง และวาดความหวังต่างๆ สำหรับอนาคตไว้และนำมาเปิดออกอ่านเพื่อเตือนตัวเองอยู่เสมอ ว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่คุณสุภาพสตรีคนนี้ตัดสินใจกระทำก็คือเธอให้อภัยอดีตสามีของเธอ เธอเล่าว่า "ดิฉันอโหสิให้แก่เขาคิดว่าเราคงทำบุญกันมาแค่นี้ และดิฉันก็ได้เรียนรู้ว่า การอภัยนี้มิได้เป็นอาวุธที่เชือดเฉือนใคร แต่ความรู้สึกขมขื่นนั้นกลับเป็นอาวุธร้ายแรงแก่ตัวเอง เพราะยิ่งเรามีมากก็ยิ่งเป็นคนไร้เพื่อนฝูง ไม่มีใครดอกที่จะมาทนกับความรู้สึกระทมขมขื่น ของผู้อื่นได้นาน ฉะนั้นพอคิดอภัยให้แก่เขาได้แล้ว เราก็รู้สึกใจปลอดโปร่ง และยอมรับความล้มเหลวของการแต่งงานในอดีต รวมทั้งคิดถึงเหตุผลของความล้มเหลวนั้นด้วย และสิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่ให้บทเรียน"

คุณสุภาพสตรีเล่าต่อไปว่า หลังจากการให้อภัยแก่อดีตสามีแล้ว เธอสามารถทำใจได้ และสามารถปฏิบัติตนเท่าที่ควรจะกระทำในด้านการประกอบอาชีพ การคบหาสมาคม และดูแลควบคุมตัวเอง โดยเริ่มจาก
  • พยายามหาเพื่อนไว้ เพื่อนสมัยก่อนแงงานก็อาจจะไม่ได้ติดต่อกัน หรืออาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งตัวคุณเองก็คงไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นการปรับปรุงตัวใหม่ด้วยการเข้าสมาคม หรือการศึกษาวิชาเพื่อประกอบอาชีพตามต้องการ ก็คงจะทำให้ได้พบเพื่อนฝูงใหม่ๆ
  • มีความสนใจใหม่ๆ เช่นหางานอดิเรกทำ ก็อาจจะทำให้ได้พบเพื่อนใหม่ในกลุ่มต่างๆ ได้ อย่างคุณสุภาพสตรีผู้นี้หันมาเรียนการทำขนมเป็นงานอดิเรก ซึ่งเธอกล่าวว่าสามารถทำได้คนเดียว หรือติดต่อทำร่วมกับผู้อื่นได้
  • รู้จักทำประโยชน์ให้แก่สังคม หากมีเวลาว่าง คุณจะสบายใจขึ้นเมื่อได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม ที่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เช่น งานอาสาสมัครต่างๆ งานเลี้ยงเด็กตามสถานพยาบาลเด็กอ่อน หรือการช่วยสอนหนังสือเด็กในโรงเรียนแหล่งชุมชนแออัด ฯลฯ การได้ทำประโยชน์แก่สังคม จะช่วยให้คุณสุขกายสบายใจขึ้น และลืมอดีตที่แสนเศร้านั้นได้

คุณสุภาพสตรีผู้นี้บัดนี้ได้แต่งงานใหม่กับชายที่เธอรักอย่างมีความสุข

ส.อินทรสุขศรี


[ที่มา.. หนังสือข้อคิดชีวิตคู่   โดย ส.อินทรสุขศรี ]


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600