มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[คัดลอกจากผู้จัดการรายวัน วันที่ 30 สิงหาคม 2542]

หอบหืด...โรคร้าย (แอบแฝง)
คร่าชีวิตคนไทยปีละกว่าพันคน


หอบหืดแม้ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวและร้ายแรงอย่างโรคเอดส์หรือโรคมะเร็ง แต่สำหรับผู้ป่วยที่กำลังป่วยหรือเคยป่วยด้วยโรคหอบหืด คงจะทราบดีว่า โรคนี้ได้สร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ที่ป่วยอย่างไร...?

โรคหอบหืดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบ ที่หลอดลมของปอด ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดลมอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกไม่สะดวก เวลาหายใจมีเสียงดังวี๊ด และบางครั้งหายใจเอาอากาศเข้าไปไม่ได้ ถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้

โดยจากสถิติทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืดมาก ถึงปีละ 150 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ ประมาณ 1 แสนคนต่อปี และในประเทศไทย มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้แล้ว ประมาณ 3-5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 1 พันคน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและในเขตเมืองใหญ่ ความรุนแรงของโรคหอบหืดและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษมากขึ้นทุกวัน

ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจมีสาเหตุมาจากการแพ้สารบางอย่าง ที่เป็นตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น สภาวะแวดล้อม หรืออากาศ ที่เป็นพิษ ฝุ่น ละออง ควันไอเสียจากรถยนต์ และเครื่องจักรกลต่างๆ ตัวไรฝุ่นและแมลงสาบในบ้าน หรือกระทั่งการออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรือความเครียดจากการทำงาน

เมื่อป่วยเป็นโรคหอบหืด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ในเบื้องต้น คือ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ดังที่กล่าวมาแล้วในเบื้องต้น ตลอดจนหมั่นรักษาความสะอาดภายในบ้าน ลดความเครียด และออกกำลังกายแต่พอดี ขณะเดียวกันผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

แนวทางใหม่ในการรักษาโรคหอบหืด

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง "วิธีการยับยั้งโรคหอบหืดอย่างได้ผล" โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหอบหืดทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเป็นวิทยากร ณ โรงแรมแชงกรีล่า

ศ.นพ.ปีเตอร์ จอห์นบานน์ แห่งประเทศอังกฤษ และ ศ.นพ. โซเรนน์ เพเดอร์เซน แห่งประเทศเดนมาร์ก ได้กล่าวถึงวิทยาการทางการแพทย์ใหม่ๆ ในการรักษาผู้ป่วย โรคหอบหืดในต่างประเทศว่า ได้มีการศึกษาผลการวิจัย ถึงวิธีการยับยั้งโรคหอบหืดโดยการใช้ยา 2 ชนิดร่วมกัน คือ ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดเข้าปาก ซึ่งเป็นยาที่ช่วยลดอาการอักเสบ และยากระตุ้นเบต้า 2 ชนิดสูดลมเข้าทางปากที่ออกฤทธิ์ยาวนาน

จากผลการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้ยืนยัน ถึงการใช้ยาทั้ง 2 ชนิดที่ใช้ร่วมกัน ให้ผลการรักษาสูง และผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยต่ำและยืนยันถึงความปลอดภัย ในการใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ชนิดสูดลมว่าปลอดภัย และไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กที่เป็นโรคหอบหืด ในขนาดยาที่ใช้อย่างเหมาะสมซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหอบหืด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทางเลือกใหม่สำหรับคนไข้ไทย

สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำยาฟอร์โมเตอรอล (Formoterol) ยาผงสูดลมดังกล่าวมาใช้กับผู้ป่วยไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลผลศึกษาการใช้ยา ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า สามารถควบคุมอาการของโรคได้ดี และมีผลข้างเคียงต่ำ เพราะยา Formoterol เป็น ยาชนิดสูดเข้าปาก ซึ่งออกฤทธิ์เฉพาะที่จึงมีความปลอดภัยและออกฤทธิ์ได้เร็ว และยาวนานถึง 12 ชั่วโมง

ใช้ยาไม่เป็น ปัญหาใหญ่ของผู้ป่วย

ปัญหาในการรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืดในปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยถึงร้อยละ 40 ยังใช้ยาไม่เป็น ทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ป่วยเมื่อสูดยาเข้าไปแล้ว แต่เข้าไม่ถึงปอดตามวิธีใช้ยาที่ถูกต้อง ดังนั้นแพทย์ พยาบาล รวมถึง ผู้ใกล้ชิดที่ดูแลคนป่วยจะต้องแนะนำ ให้ความรู้วิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง คือ ควรศึกษาวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง ก่อนใช้ยาต้องอ่านฉลากยาอย่างละเอียด ถ้ายังไม่แน่ใจ ควรขอ คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถรักษาตนเองได้ เมื่อเหตุอาการจับหืดฉับพลันหรือในยามคับขัน

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคหืดหอบ สามารถรับข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษา หรือขอข้อแนะนำได้ที่ มูลนิธิโรคหืดหอบแห่งประเทศไทย โทร. 252-4106 ต่อ 162


ขอบคุณผู้จัดการรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600