มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2542 ]

ยาพาราเซตามอล

ภญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์


ยาพาราเซตามอล เป็นยาสามัญประจำบ้าน มีขายในชื่อการค้าต่าง ๆ กัน เช่น ไทลีนอล พานาดอล เทมปร้า คาลปอล ซาร่า พาราคิทไซรัป และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีผสมอยู่ในยาแก้ไขหวัดหลายยี่ห้อ เช่น ดีคอลเจน ทิฟฟี่ นูต้า เป็นต้น บางทีก็ผสมอยู่ในยาแก้ปวดเมื่อยคลายกล้ามเนื้อ เช่น มัสคอล นอร์เจสิก พาราฟอน ฟอร์ด เป็นต้น

ยาพาราเซตามอล ใช้เพื่อเป็นยาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ แต่ไม่สามารถลดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง บวมแดง หรือข้ออักเสบได้โดยตัวของพาราเซตามอลเอง

พาราเซตามอลถือเป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ก็ไม่ควรซื้อเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ยาเม็ดพาราเซตามอลมีอายุนานไม่เกิน 5 ปี หลังวันผลิต ส่วนชนิดน้ำสำหรับเด็ก ปกติมีอายุไม่เกิน 3 ปี และถ้าเปิดขวดแล้วไม่ควรเก็บไว้ นานเกิน 6 เดือน แต่ถ้ายามีลักษณะ สี กลิ่น รส เปลี่ยนไปก่อนวันหมดอายุ ก็ควรทำลายทิ้งเสีย

การให้ยาพาราเซตามอลในเด็กควรใช้ช้อนตวงยาที่ได้มาตรฐาน ถ้าให้เป็นหยดหรือเป็นซีซี ต้องใช้หลอดหยดที่แนบมากับยา และสอบถามเภสัชกรให้ชัดเจนว่า ขีดไหนเป็นขีดที่ถูกต้องสำหรับเด็กของท่าน การหยอดยาให้เด็กสามารถหยอดโดยตรงด้วยหลอดหยอดยานั้น หรืออาจผสมน้ำเล็กน้อยก็ได้ แต่ไม่ควรผสมในขวดนมให้เด็กดูด เพราะยาจะทำให้รสชาติของนมเปลี่ยนไป ทั้งยังอาจเกิดปฏิกิริยากับนมได้ด้วย และถ้าเด็กกินนมไม่หมดก็จะได้ยาไม่ครบตามที่กำหนดไว้ และไม่หายไข้

การกินยาพาราเซตามอลไม่ควรกินมากหรือติดต่อกันนานเกินไป เพราะมีผลให้เกิดตับอักเสบและเป็นอันตรายมากได้ ในผู้ใหญ่ที่ใช้แก้ปวดไม่ควรกินต่อเนื่องกันเกิน 10 วัน ในเด็กไม่ควรกินต่อเนื่องกันเกิน 5 วัน ในผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีไข้สูงมาก หรือมีไข้ติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือเคยมีไข้แล้วหายไปแล้วกลับมามีไข้อีก ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุของไข้ ในเด็กไม่ควรให้กินพาราเซตามอลเกินวันละ 5 ครั้ง นอกจากแพทย์สั่งเป็นพิเศษ

เมื่อใช้พาราเซตามอลไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่แอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเสริมฤทธิ์การเป็นพิษต่อตับยิ่งขึ้น และก่อนใช้ยาสามัญอื่น ๆ เช่น ยาแก้ไขหวัด ยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ควรอ่านดูส่วนประกอบเสียก่อน ว่ามีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบด้วยหรือไม่ เพื่อป้องกันการได้ยาซ้ำซ้อนจนเกินขนาด

ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น ไวรัสตับอักเสบ ตับแข็ง ไม่ควรซื้อพาราเซตามอลมากินเอง เพราะจะทำให้อาการเลวลงได้

การเก็บรักษายาพาราเซตามอล สามารถเก็บในขวดที่ปิดแน่นไม่ตากแดด ไม่ร้อนไม่ชื้น ต้องเก็บยาให้พ้นมือเด็ก และเก็บที่อุณหภูมิห้องธรรมดาได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น

ภญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์
ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]