มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 ]

การใช้ยาแอสไพริน

ภ.ญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์


ยาแอสไพริน เป็นยาเก่าแก่ใช้กันมานานมาก เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ลดการอักเสบบวมแดงได้ นอกจากนี้ยังใช้ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ด้วย โรคที่ใช้แอสไพรินมาก ได้แก่ โรคข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ลดไข้

ขนาดยาที่ใช้ขึ้นกับชนิดของโรคและความรุนแรง ต้องอ่านที่ฉลากยาก่อนรับประทานแอสไพรินเสมอ ถ้าท่านเป็นโรคข้ออักเสบ ท่านต้องรับประทานแอสไพรินตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพบแพทย์ตามนัดเสมอ

แอสไพรินมีหลายรูปแบบ บางชนิดเป็นยาเหน็บก้นสำหรับเด็ก ชนิดรับประทานเป็นเม็ดธรรมดา ชนิดเม็ดเคลือบ ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ดฟู่ บางประเทศทำเป็นหมากฝรั่งก็มี

การรับประทานยาแอสไพริน ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วใหญ่ และรับประทานหลังอาหารทันที เพื่อป้องกันการกัดกระเพาะอาหาร

การใช้แอสไพรินชนิดเหน็บ ให้แกะเม็ดยาเหน็บออกจากแผง จุ่มน้ำพอชื้น ให้เด็กนอนตะแคงซ้าย ยกเข่าขวาขึ้นชิดอก สอดเม็ดยาเข้าไปในทวารหนัก ? แท่ง (หรือ 1 แท่งถ้าเป็นเด็กโต) ให้เด็กอยู่ในท่านอนตะแคง 15 นาที แล้วจึงให้เป็นปกติ ระวังอย่าให้แอสไพรินแก่เด็กที่สงสัยว่า อาจเป็นไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีใส เพราะอาจเป็นอันตรายอย่างมากได้

ถ้าใช้เป็นยาแก้ปวด ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 10 วัน สำหรับผู้ใหญ่ หรือนานเกิน 5 วันสำหรับเด็ก โดยไม่ได้พบแพทย์ ไม่ควรใช้แอสไพรินในผู้ที่เป็นไข้สูง ติดต่อกันมานานเกิน 3 วัน หรือเป็นไข้แล้วหายแต่กลับมาเป็นใหม่อีก เพราะแสดงว่าอาจเกิดการติดเชื้อ ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับยาฆ่าเชื้อด้วย ในเด็กไม่ควรให้แอสไพรินเกิน 5 ครั้งใน 1 วัน นอกจากแพทย์สั่ง

ผลข้างเคียงของแอสไพริน ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เสียดท้อง ให้รับประทานยา พร้อม อาหารและดื่มน้ำตามมาก ๆ

ถ้าเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงขึ้น ให้หยุดยาและไปพบแพทย์ ได้แก่ อาการมีเสียงดังในหู อุจจาระเป็นสีดำ หรือมีเลือดปน หอบหืด หายใจขัด วิงเวียน สับสน และกระวนกระวาย ซึม

ข้อควรระวังอื่น ๆ ได้แก่ ถ้าท่านตั้งครรภ์อยู่หรือให้นมบุตร ไม่ควรใช้แอสไพรินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ไม่ควรใช้แอสไพรินในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด

ไม่ควรใช้แอสไพริน ถ้าท่านแพ้ยานี้ หรือแพ้ยาแก้ปวดข้อปวดกระดูกอื่น เช่น ไอบูโพรเพ่น นาโพรเซน

ถ้าท่านเป็นเบาหวาน และตรวจน้ำตาลในปัสสาวะอยู่ประจำ การรับประทานแอสไพริน เกิน 8 เม็ดต่อวัน อาจทำให้ผลตรวจผิดพลาดได้

ถ้าท่านมีโรคประจำตัวเหล่านี้อยู่ ไม่ควรใช้แอสไพรินด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคโลหิตจาง โรคเลือดออกผิดปกติ มีแผลในกระเพาะหรือลำไส้ หอบหืด โรคตับ โรคไต โรคเกาต์ โรคฮอดจ์กิน โรคเนื้องอกในโพรงจมูก

ถ้าท่านต้องรับประทานยาแอสไพรินขนาดสูงเป็นประจำ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจเสริมฤทธิ์ทำให้กระเพาะเป็นแผลทะลุได้

ถ้าท่านเป็นโรคหัวใจโต ความดันโลหิตสูง หรือแพทย์ให้จำกัดปริมาณโซเดียมในอาหาร ไม่ควรใช้แอสไพรินชนิดเม็ดฟู่ เพราะมีปริมาณโซเดียมมาก

แอสไพรินเป็นส่วนประกอบในยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้ไข้หวัดหลายชนิด เพื่อป้องกันการได้รับยาซ้ำซ้อนเกินขนาด ควรอ่านส่วนประกอบของยาก่อนว่า มีแอสไพรินร่วมอยู่ด้วยหรือไม่

ถ้าท่านรับประทานแอสไพรินอยู่เป็นประจำ ถ้าไปทำฟัน หรือจะทำการผ่าตัดใด ๆ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอว่า ท่านใช้แอสไพรินอยู่

การเก็บรักษาแอสไพริน ถ้าเป็นชนิดเหน็บก้น ควรเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา ชนิดเม็ดควรเก็บในภาชนะแห้ง ปิดสนิท ไม่มีแดดส่องถึง ไม่ควรเก็บแอสไพริน ชนิดเม็ดในตู้เย็น หรือตู้ที่ห้องน้ำ เพราะความชื้นจะทำให้แอสไพรินเสื่อมคุณภาพได้ ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวฉุนแสดงว่าแอสไพรินนั้นเสื่อมคุณภาพแล้วควรทิ้งทันที

ต้องเก็บแอสไพรินให้พ้นมือเด็ก

ภ.ญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์
ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600