มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2542]

ปิดแฟ้มทุจริตยา

ฝาโลงที่ 'ป.ป.ป.' ตอกไม่สนิท


หมายเหตุ - หลังจากที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ได้มีมติให้ยุติการสอบสวนกรณีการทุจริตงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งองค์กรเอกชน ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า แท้จริงแล้วยังมีอีกหลายเงื่อนปมที่ยังไม่ได้มีการสะสาง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง มติชนได้รับความร่วมมือจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ในงานของ สธ.ศึกษาข้อมูลและประเด็นต่าง ๆ ที่ยังไม่กระจ่าง เป็นคำถามซึ่ง ป.ป.ป.น่าจะตอบเพื่อความเข้าใจต่อสาธารณชน มีรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2542 ป.ป.ป. ได้แถลงผลการสอบสวน เรื่องราคากลางยาสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. การดำเนินการยกเลิกราคากลางยา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2540 โดยไม่ประกาศใช้ราคากลางใหม่เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535

2. ป.ป.ป. มีมติชี้ข้อมูลความผิดทางวินัยข้าราชการระดับ 9 หนึ่งคน ระดับ 10 หนึ่งคน ที่ทำหน้าที่ดำเนินการในเรื่องนี้ ฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการตามมาตรา 83 และมาตรา 85 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ประกอบข้อ 10(2) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535

3. ข้าราชการการเมือง 2 คน ซึ่งทำหน้าที่กลั่นกรอง และลงนามในประกาศยกเลิกราคากลางยา ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย แต่เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่มีกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ เกี่ยวกับวินัย ประกอบกับบุคคลทั้งสองได้พ้นจากความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการกับบุคคลทั้งสองได้

นอกจากสาระสำคัญ 3 ประการข้างต้นนี้แล้ว การแถลงข่าว ของประธาน ป.ป.ป. คือ นายสุจิต บุญบงการ ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า
"การยกเลิกราคากลางไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การสืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ป. ฟังได้ว่าไม่เกี่ยวกับการทุจริต คือไม่ได้ยกเลิกเพื่อให้มีการทุจริต แต่ยกเลิกราคากลาง เพื่อให้โรงพยาบาลซื้อยาได้ในขณะนั้น ถ้าไม่ยกเลิก จะซื้อยาได้ลำบากมาก เราได้สอบสวนแล้ว ไม่เกี่ยวการทุจริต และไม่ได้มีการสั่งการจากผู้ใหญ่ที่จะให้ยกเลิกราคากลาง ที่เปิดให้มีการทุจริต" (มติชน 11 กันยายน 2542)

นอกจากนี้ นายสุจิต บุญบงการ ประธาน ป.ป.ป.ยังชี้แจงด้วยว่า "สาเหตุที่ไม่สามารถสอบไปถึงนักการเมืองได้ ส่วนหนึ่งมาจาก การเปิดเผยข้อมูลของ ป.ป.ป.ที่ผ่านมา เพราะทำให้ไม่มีผู้กล้าให้ข้อมูล เกรงจะถูกเปิดเผย ไม่ได้รับความคุ้มครอง ไม่อยากพูดให้ชัดเจน แต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะมีบางรายถึงกับถอนคำให้การ" (มติชน 11 กันยายน 2542)

นอกเหนือจากคณะกรรมการ ป.ป.ป. และผู้เกี่ยวข้องแล้ว ไม่มีผู้ใดทราบว่า ข้อสรุปของ ป.ป.ป.เกี่ยวกับการยกเลิกราคากลางยาครั้งนี้ สมเหตุสมผลหรือไม่เพียงใด เพราะสำนวนการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีข้อน่าสังเกตจากการแถลง ของประธาน ป.ป.ป. ที่นับว่าน่าแปลก และอาจเบี่ยงเบนไป จากหน้าที่ที่ถึงกระทำของ ป.ป.ป. 2 ประการคือ

ประการที่หนึ่ง ป.ป.ป. ได้ระบุชัดเจนว่า การยกเลิกราคากลางยา "ไม่ยกเลิกเพื่อให้มีการทุจริต... ไม่เกี่ยวกับการทุจริตและไม่ได้มีการสั่งการ จากผู้ใหญ่ที่จะให้ยกเลิกราคากลางที่เปิดให้มีการทุจริต"
เท่าที่ทราบจากข้าราชการระดับสูงของ ป.ป.ป. และจากการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ป. ป.ป.ป.มีหน้าที่ เพียงตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ แต่ไม่มีหน้าที่รับรองว่าใครสุจริตหรือพฤติกรรมใดไม่มีการทุจริต อย่างมาก ป.ป.ป.จะบอกได้เพียงว่าไม่พบการทุจริต

ประการที่สอง ประธาน ป.ป.ป. ได้ระบุสาเหตุ ที่ไม่สามารถสอบไปถึงนักการเมืองได้ว่า "ส่วนหนึ่งมาจาก การเปิดเผยข้อมูลของ ป.ป.ป.ที่ผ่านมา"

ข้อสังเกตทั้งสองประการมีข้อที่พิจารณาดังต่อไปนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การยกเลิกราคากลางยาเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่

ในประเด็นนี้ มีคำถามหลายข้อที่ไม่ทราบว่า ป.ป.ป. ได้ทำความกระจ่างก่อนสรุปหรือไม่ได้แก่

1. คำถามที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการประจำ ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า การเสนอยกเลิกราคากลางนี้ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กระทำการอันน่าเคลือบแคลง หลายประการคือ

1.1 ไม่มีการหารือขอความเห็นจากกองนิติการ ทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบกฎหมายที่สำคัญ นั่นคือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุกำหนดให้ กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนดราคากลางยาซึ่งไม่เพียงแต่ กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นจะต้องยึดถือ แต่ทุกส่วนราชการ จะต้องยึดถือด้วย เหตุใดจึงเสนอขอยกเลิกโดยไม่มีการขอความเห็น ทางกฎหมายก่อน
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้เสนอรู้ดีว่าถ้าขอความเห็นกองนิติการ จะถูกโต้แย้ง

1.2 เรื่องราคากลางยาเป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรัง มิใช่เรื่องที่จะต้องยกเลิกโดยเร่งด่วน เหตุใดจึงไม่หารือ สำนักนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะราคากลางยาเป็นเรื่องที่ระบุไว้ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุอย่างชัดเจน ไม่ใช่ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้เสนอรู้ดีว่า ถ้าขอความเห็น ไปทางสำนักนายกรัฐมนตรี จะถูกโต้แย้งเช่นเดียวกัน

1.3 เรื่องราคากลางยาเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องนโยบายระดับประเทศกำหนดให้ทุกส่วนราชการ ยึดถือเหตุใดรองปลัดกระทรวงจึงเสนอตรงต่อรัฐมนตรี โดยไม่ผ่านปลัดกระทรวงทั้งที่คำสั่งมอบอำนาจของปลัดกระทรวง (คำสั่งที่ 909-2540) ระบุชัดเจนว่า เรื่องในลักษณะดังกล่าว เป็นเรื่องที่ต้องเสนอต่อปลัดกระทรวงเพื่อให้ปลัดกระทรวง เป็นผู้กลั่นกรองเสนอรัฐมนตรีด้วยตนเอง
การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย เป็นการ "กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน" อันอาจผิดต่อมาตรา 89 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 หรือไม่ เป็นที่ทราบกันดีว่ารองปลัดกระทรวงท่านนี้เป็นคน "คล่อง" รู้ระเบียบกฎหมายดี เหตุใดจึงกระทำเช่นนี้

1.4 การอ้างเหตุผลต่างๆ สนับสนุนการยกเลิกราคากลางยา เช่น เพราะค่าเงินบาทลอยตัว เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 และข้อสำคัญการพิจารณาราคากลางใหม่โดยอาศัย ราคาต้นทุนยาเป็นเรื่องยุ่งยาก เป็นเหตุผลที่คนนอกวงการ ฟังแล้วอาจคล้อยตามได้โดยง่าย (ดังที่ ป.ป.ป. เองก็ "เคลิบเคลิ้ม" กับเหตุผลดังกล่าว) แต่ความจริงแล้วการยกเลิกราคากลางยา ไม่ใช่หนทางเดียวที่ต้องเลือก ตรงกันข้ามกระทรวงสาธารณสุข สามารถดำเนินการปรับปรุงคารากลางยา ได้ภายในระยะเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น

ถ้ามีความตั้งใจและจริงใจเพื่อแก้ปัญหาในส่วนราชการซื้อยา โดยถูกต้องตามระเบียบพัสดุฯ ด้วยเหตุผลดังนี้

(1) หลังจากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องการทุจริตยาในกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดราคายา เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารประกอบราคากลางยาของยาใหม่ ได้เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2542 รวมเวลาทั้งสิ้นตั้งแต่คณะกรรมการประชุมจนถึงวันลงนามในประกาศ 5 เดือน 3 วัน แต่ตามความจริงคณะกรรมการสามารถกำหนดราคากลางยาใหม่ แล้วเสร็จ ตั้งแต่คราวประชุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541 โดยมีการะประชุม 4 ครั้ง รวมเวลาพิจารณาจากวันที่ 1 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2541 เพียง 1 เดือน 6 วันเท่านั้น

(2) ยาทุกตัวที่องค์การเภสัชกรรมผลิตได้ ไม่มีตัวใด ราคาสูงกว่าราคากลาง

(3) ตามบันทึกข้อเสนอของรองปลัดกระทรวงที่เสนอให้รัฐมนตรี ยกเลิกคารากลางยาได้ระบุชัดเจนว่า รายการที่ได้สามารถจัดซื้อได้ ในราคากลางนั้น "ส่วนใหญ่เป็นรายการยาที่มีผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว หรือน้อยราย"

ตามบันทึกการประชุมของคณะกรรมการพิจารณากำหนดราคา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2539 ในวาระที่ 1 เรื่องทบทวนหลักเกณฑ์ ในการพิจารณากำหนดราคายา ได้กำหนดไว้ชัดเจน ดังนี้

ยาที่องค์การเภสัชกรรมมิได้เป็นผู้ผลิต

ยาในกลุ่มที่มีผู้ผลิตหรือนำเข้าน้อยรายให้กำหนดราคากลาง โดยพิจารณาจากโครงสร้างต้นทุนการผลิตการจำหน่ายของผลิตภัณฑ์นั้นๆ กรณีที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ไม่แจ้งโครงสร้างต้นทุนการผลิตการจำหน่าย ให้ใช้ราคาที่ซื้อได้จริง จากราคากลุ่มที่มีการซื้อหรือขายมากเป็นราคากลาง ถ้าคารากลุ่มที่มีการซื้อขายมาก มีมากกว่าหนึ่งกลุ่มให้ใช้กลุ่มราคาต่ำ เป็นราคากลาง ในกรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันของบริษัทเดียว มีราคาขายหลายราคาให้ใช้ราคาต่ำสุดที่ซื้อภายในเวลา 6 เดือน นับย้อนหลังจากวันที่กำหนดเป็นราคากลาง

(4) ตามบันทึกของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ลงวันที่ 15 มีนาคม 2537 ขอเปลี่ยนหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ พิจารณากำหนดราคายาจากผู้อำนวยการกองควบคุมยา ในสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นผู้อำนวยการ กองโรงพยาบาลภูมิภาคสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารสุข ก็ได้ระบุเหตุผลชัดเจนว่า เพื่อให้สามารถปรับปรุงราคากลางยา ได้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งกระทรวงก็เห็นชอบดังนี้

"ราคาจัดซื้อยาของโรงพยาบาลและส่วนราชการ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะการณ์ทางด้านการตลาดอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขราคากลางให้เหมาะสม อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดปัญหาในการจัดซื้อยา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการะประสานข้อมูลราคาจัดซื้อกับโรงพยาบาล รวมทั้งข้อมูลการจัดซื้อของโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะรายงานโดยตรง ต่อกองโรงพยาบาลภูมิภาค ฉะนั้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีความเห็นว่า การจะนำเสนอข้อมูล เพื่อขอให้มีการปรับปรุงแก้ไข ราคากลางต่อคณะกรรมการ จะดำเนินการได้คล่องตัว และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากมีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ ของคณะกรรมการพิจารณากำหนดราคายาโดยหมอบหมาย ให้กองโรงพยาบาลภูมิภาค ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ ของคณะกรรมการแทน"

ผู้เสนอให้ยกเลิกราคากลางยาทราบหรือควรทราบดีว่า การขอข้อมูลโครงสร้างราคาทุนยาของบริษัทต่างๆ ทำได้ยากมาก นอกจากองค์การเภสัชกรรมแล้วข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นความลับ ของบริษัท คณะกรรมการพิจารณากำหนดราคายาทราบดี จึงยอมรับหลักเกณฑ์ที่เปิดช่องทางกรณี "เจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่แจ้ง โครงสร้างต้นทุนการผลิตการจำหน่าย" ไว้แล้ว ตามข้อ 1.4(2) แต่ในบันทึกเสนอให้ยกเลิกราคากลางยากลับอ้างแต่มติ ให้ยึดโครงสร้างราคาทุนเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาปรับปรุงราคากลาง โดยไม่กล่าวถึงเกณฑ์ที่ยกตามข้อ 1.4(2) เลย

การเสนอเช่นนี้ เป็นการเสนอโดยสุจริตหรือไม่ ?

2. คำถามเกี่ยวกับนักการเมือง มีหลักฐานหลายประการที่น่าเคลือบแคลงคือ

2.1 นายรักเกียรติ สุขธนะ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ลงนามในประกาศยกเลิก ราคากลางเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2540 โดยพื้นฐานการศึกษา นายรักเกียรติ เป็นนักกฎหมาย เป็น ส.ส. หลายสมัย มีหน้าที่ทางนิติบัญญัติ และก่อนหน้าที่จะไปดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มาหลายสมัย นายรักเกียรติควรทราบดีว่า ราคากลางยา เป็นเรื่องที่กำหนดในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ มิใช่ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข และราคากลางยาเป็นราคา ที่ระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดให้ทุกส่วนราชการยึดถือ ก่อนลงนามในประกาศยกเลิกราคากลางยา นายรักเกียรติ ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่า ได้มีการหารือกองนิติการ และสำนักนายรัฐมนตรีมาแล้วโดยเรียบร้อยแล้วหรือไม่

2.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวปรากฏว่า มิได้อ้างอำนาจตามกฎหมาย ข้อบังคับหรือระเบียบได้เลย นายรักเกียรติได้ให้การต่อศาลในคดีนายรักเกียรติฟ้องหมิ่นประมาท หนังสือพิมพ์มติชนรายกับพวกว่า ประกาศดังกล่าวได้ลงนาม โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาน่าจะได้ตรวจสอบว่า พระราชบัญญัติ พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น ได้ให้อำนาจดังกล่าว แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจริงหรือไม่

2.3 รายรักเกียรติ สุขธนะ ได้ให้การต่อศาล ในคดีที่กล่าวแล้วว่า ก่อนลงนามในประกาศได้เชิญ "คณะทำงาน" มาหารือหลังจากได้รับเรื่อง แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าวันที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข บันทึกเสนอรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือวันที่ 12 ธันวาคม 2540 เป็นวันศุกร์ และนายรักเกียรติลงนามในประกาศ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2540 ซึ่งเป็นวันทำการถัดไปคือวันจันทร์ "คณะทำงาน" ที่นายรักเกียรติ เรียกไปหารือก่อนลงนามในประกาศคงมิใช่หมายถึง คณะกรรมการ พิจารณากำหนดราคายาขณะนั้น ซึ่งมีทั้งสิ้น 29 คน เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพียง 14 คน นอกจากนั้นกระจายอยู่หลายกระทรวง ทบวง กรม

3. การเกี่ยวโยงกับกรณีทุจริตจัดซื้อยา ปรากฏจากหลักฐานการสืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ป. เองก็ว่าการทุจริตจัดซื้อยาเกี่ยวโยงถึงนักการเมืองที่มีโยงใยถึง นายรักเกียรติ สุขธนะ และตัวนายรักเกียรติ สุขธนะ เองหลายกรณีเช่น

3.1 ป.ป.ป. เองได้มีบันทึกเสนอนายยกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ นายรักเกียรติ สุขธนะ ดังนี้
"ในกรณีดังกล่าวจะเกี่ยวกันถึงนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น นายยุทธนา ศิลปรัศมี น.พ.สสจ.นครศรีธรรมราช ได้ให้ถ้อยคำว่า ในการที่นายจิรายุได้เรียกไปพูดเกี่ยวกับงบฯ เพิ่มเติมได้มา เพราะรัฐมนตรีให้ข้อความร่วมมือให้ช่วยซื้อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จากบริษัทในเครือด้วย จึงได้ตั้งเป็นข้อสังเกตถึงพฤติกรรม ที่เกี่ยวโยงถึงนายรักเกียรติ ดังกล่าวไว้เพื่อประกอบการดำเนินการ ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย"
(น่าสังเกตว่า ข้อสังเกตนี้หลังจากนายกรัฐมนตรี ได้บันทึกสั่งการว่า "เห็นชอบให้ดำเนินการตามความเห็น และข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ป." ป.ป.ป. ได้ดำเนินการต่อไป อย่างไรบ้างหรือไม่)

3.2 คำให้การของ นายแพทย์อภิชัย ศิริวัฒน์ ในการสอบสวนวินัยของกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุชัดเจนว่าที่ นายแพทย์ยิ่งเกียรติ ไพศาลอัชพงษ์ สั่งการให้กระทำการทุจริตนั้น นายแพทย์ยิ่งเกียรติอ้างว่า "ทำให้รัฐมนตรี"

3.3 คำให้การของ นายแพทย์คำรณ ไชยศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ให้ไว้ต่อคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ป. ก็ไดระบุว่า "ช่วงเดือนกรกฎาคม 2541 จำวันที่ไม่ได้ รัฐมนตรีรักเกียรติ สุขธนะ ได้เคยโทรศัพท์มาสอบถามตนว่า ได้มีการใช้งบประมาณที่จัดสรรเพิ่มเติมในงบฯหมวด 300 หมดสิ้นหรือยัง" ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่คนระดับรัฐมนตรีโทรศัพท์ไปสอบถาม เรื่องการใช้งบประมาณเฉพาะหมวดกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

นอกจากนี้ ป.ป.ป. เองก็ได้สรุปในเรื่อง การทุจริตจัดซื้อยา ทั้งกรณี นายแพทย์วรยุทธ นายแพทย์ยิ่งเกียรติและนายจิรายุ ว่า "ฉกฉวยโอกาสที่ทราบช่องว่างของการยกเลิกราคากลางยา" ไปกระทำการทุจริต

จากเงื่อนงำหลายประการตาม ข้อ 1 และข้อ 2 ป.ป.ป. จึงไม่ควรลงความเห็นในเชิงรับรองความสุจริตในการยกเลิก ราคากลางยา และจากความเกี่ยวโยงตามข้อ 3 แม้ ป.ป.ป. จะพบว่า การทุจริตเริ่มเกิดภายหลังการยกเลิกราคากลางยา 3 เดือนเศษ ป.ป.ป. ก็ไม่ควรลงความเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นพฤติการณ์ ของกลุ่มบุคคลที่โยงใยกัน นอกจากนี้แม้ไม่พบการโยงใย เรื่องยกเลิกราคากลางยากับการทุจริตจัดซื้อยา ว่าเป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ ก็ไม่ได้แปลว่า การยกเลิกราคากลางดำเนินไปโดยสุจริต

กล่าวโดยสรุป ป.ป.ป. ควรสรุปแต่เพียงว่า การยกเลิกราคากลางยา มีมูลความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ แต่ ป.ป.ป. ไม่ควรถึงแก้ต่างให้ว่าความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำโดยสุจริต และไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต

ประเด็นที่สอง เรื่องผลกระทบจากการเปิดเผยข้อมูลของป.ป.ป.

การที่ นายสุจิต บุญบงการ ป.ป.ป. ระบุว่า "สาเหตุที่ไม่สามารถสอบไปถึงนักการเมืองได้ ส่วนหนึ่งมาจาก การเปิดเผยข้อมูลของ ป.ป.ป. ที่ผ่านมา"

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ประธาน ป.ป.ป. จะต้องขยายความ ต่อไปให้ชัดเจนว่า

1. เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงความเห็น หรือข้อสังเกต
2. ถ้าเป็นความเห็นหรือข้อสังเกตเป็นของใคร ของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน หรือของคณะกรรมการ ป.ป.ป. หรือของตัวประธาน ป.ป.ป. หรือของกรรมการ ป.ป.ป. บางคน
3. ถ้าเป็นของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน หรือของคณะกรรมการ ป.ป.ป. มีการบันทึกหรือรายงานหรือสรุปไว้ เป็นทางการที่ใดหรือไม่ หรือเป็นเพียงความรู้สึกเพียงพูดๆ กัน
4. เท่าที่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ ป.ป.ป. ก่อนหน้านี้มีพยานเพียงรายเดียว ที่ขอถอนคำให้การ โดยไม่ระบุว่า เป็นพยานในเรื่องเกี่ยวกับราคากลางยาหรือไม่ การที่ประธานป.ป.ป. ให้ข่าวว่า มีบางรายถึงกับถอนคำให้การ แปลว่ามีผู้ถอนคำให้การมากกว่าหนึ่งรายใช่หรือไม่
5. พยานที่ถอนคำให้การไปนั้น มีผลทำให้ผลสรุป เรื่องราคากลางยาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้สาวไปไม่ถึงนักการเมืองจริงหรือไม่
6. หลังการเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนเรื่องการทุจริต จัดซื้อยาของ ป.ป.ป. เลขาธิการ ป.ป.ป. แถลงว่า การสอบสวน เรื่องราคากลางยาใกล้แล้วเสร็จ ฉะนั้นที่ประธาน ป.ป.ป. แถลงว่า การเปิดเผยข้อมูลของ ป.ป.ป.ที่ผ่านมา "ทำให้ไม่มีผู้กล้าให้ข้อมูล เกรงจะถูกเปิดเผย ไม่ได้รับความคุ้มครอง" และเป็นส่วนหนึ่งของ "สาเหตุที่ไม่สามารถสอบไปถึงนักการเมืองได้" นั้นมีข้อเท็จจริงเพียงใด มีพยานกี่ปากที่จะให้การสาวไปถึงนักการเมือง ในกรณียกเลิก ราคากลางยาแต่ไม่กล้ามาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ป. เพราะกลัวข้อมูลถูกเปิดเผย

คำถามทั้ง 6 ข้อนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ป. เลขาธิการ ป.ป.ป. และโดยเฉพาะประธาน ป.ป.ป. จะต้องตอบให้กระจ่างไม่เช่นนั้น จะสรุปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากว่า ประธาน ป.ป.ป. มิได้แถลงเรื่องนี้ โดยปราศจากอคติ

คงไม่ต้องตั้งคำถามต่อไปว่าหากเป็นเช่นนั้น จะส่งผลกระทบ ต่อการทำหน้าที่ประธาน ป.ป.ป.หรือไม่ แล้วสมควรจะทำอย่างไร


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600