มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541]

เสียวฟัน…ฟันไม่เสียวด้วย

ดร.จอร์จ เยห์


"เสียวฟัน" หมายความว่าอย่างไร?

อาการเสียวฟัน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนจากการวิจัยพบว่าระหว่าง 8-30 เปอร์เซ็นต์หรือทุก 1 ใน 4 คนของผู้ใหญ่ทั่วโลก จะประสบกับอาการเสียวฟัน อย่างน้อยครั้งหนึ่งหรือมากกว่า และถ้ายิ่งไม่ระวัง หรือละเลยไม่หาวิธีแก้ไข อาจลุกลามเป็นเหตุให้เกิดโรคเหงือกหรือสูญเสียฟันในที่สุดได้ แต่ปัญหานี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจโดยคนส่วนใหญ่

อาการเสียวฟัน คือ การที่เคลือบฟันของเราสึกหรือเหงือกร่น ทำให้เนื้อฟันสัมผัสกับอาหาร หรือสิ่งกระตุ้นโดยตรง โดยปกติฟันของเราจะถูกปกป้องด้วยเคลือบฟันและเหงือก เมื่อเคลือบฟันของเราสึก หรือหลุดออก หรือเหงือกร่นมากขึ้น เคลือบฟันจะถูกเปิดออกให้สัมผัสกับสิ่งกระตุ้นภายนอก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน

  • การขบเคี้ยวหรือกัดฟันที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
  • กินอาหารที่เป็นกรด หรือรสเปรี้ยว เช่น น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู ไวน์ น้ำอัดลม
  • การแปรงฟันมากเกินไป ใช้ขนแปรงแข็ง

ลักษณะของฟัน หรืออาการเสียวฟันที่เกิดขึ้น เริ่มต้นเมื่อเคลือบฟันถูกกัดกร่อนจากปัจจัยข้างต้น จนเกิดเป็นช่องขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เมื่อรับประทานอาหารเปรี้ยวจัด เย็นจัด ร้อนจัด หรือแปรงฟันไปเสียดสี จะกระตุ้นของเหลวในท่อฟัน (Fluid in the Dentinal Tubules) และเนื้อเยื่อภายในฟันที่เรียกว่า A Delta Fiber ทำให้เกิดอาการเสียวแปลบเฉียบพลัน จนไม่สามารถ รับประทานอาหารได้อย่างมีความสุข

นอกจากนั้นจากการวิจัยยังพบด้วยว่า ในวัยผู้ใหญ่ช่วงอายุ ระหว่าง 25-45 ปี จะมีปัญหาเสียวฟันมากกว่าและพบสูงสุด ในช่วงอายุ 30 กว่าปี โดยมักจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาจเป็นเพราะผู้หญิงแปรงฟันบ่อยและแรงเกินไป คนสูงอายุจะเสียวฟันน้อยกว่าคนหนุ่มสาว เพราะเนื้อเยื่อ และของเหลวในท่อฟันจะลดลง รับความรู้สึกจากสิ่งกระตุ้นได้น้อยกว่า และฟันที่มีอาการเสียวฟันมากที่สุดจะเป็นด้านตรงข้ามกับมือข้างที่ถนัด ของผู้มีอาการเสียวฟัน กล่าวคือ คนถนัดขวาจะเสียฟันด้านซ้าย คนถนัดซ้ายจะเสียวฟันด้านขวา

ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ ของอาการเสียวฟัน สามารถป้องกันและรักษาได้ หากเข้าใจสาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และเตรียมหาวิธีป้องกันแก้ไขที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันอาการเสียวฟัน

  1. แปรงฟันถูกวิธี ผู้ที่ชอบแปรงฟันแรงๆ มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิด อาการเสียวฟันมาก การแปรงฟันแรงมากเกินไปและแปรงฟันผิดวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้แปรงชนิดขนแข็งกดลงไปแรงๆ หรือแปรงตามขวาง โดยหวังให้ฟันขาวเป็นประกายเงางามนั้นจะมีผลทำลายผิวเคลือบฟัน และเร่งให้เนื้อฟันถูกเปิดเร็วขึ้น และเหงือกอาจเป็นแผลได้
    วิธีทำความสะอาดฟันที่มีอาการเสียวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้แปรงที่ขนอ่อนนุ่มแปรงรอบ ๆ และใต้แนวเหงือก ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างเหงือกและส่วนบนของซี่ฟัน และควรทำความสะอาดให้ทั่วทุกซอกฟันไม่ควรแปรงฟันแรงเกินไป

  2. ควรลดการรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือเปรี้ยวจัด เพราะอาจมีผลให้เคลือบฟันค่อยๆสึกออกจากผิวฟัน ทำให้เนื้อฟันถูกเปิดออก

  3. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนรอบๆ แนวเหงือก เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งก่อให้เกิด อาการเหงือกร่น และเนื้อฟันถูกเปิดได้ในที่สุด

ขั้นตอนการรักษาของทันตแพทย์

  1. ตรวจสอบสภาพเคลือบฟันว่ามีรอยสึกกร่อนอย่างไร และควรเอกซ์เรย์เพื่อวินิจฉัย
  2. ตรวจประวัติ/พฤติกรรม การบริโภคว่าชอบกินของร้อนจัด เปรี้ยวจัดหรือแปรงฟันอย่างไร
  3. ดูอาการว่า ปวด เสียวฟันแบบเฉียบพลัน หรือปวดทรมานยาวนาน
  4. การบำบัดรักษาให้ตรงอาการ และการแนะนำป้องกัน

บุคลิกของกลุ่มผู้มีอาการเสียวฟัน

  • คนที่แปรงฟันมาก บ่อย และใช้แปรงขนแข็ง
  • กลุ่มบูลีเมีย (Bulimia) หรือ คนลดน้ำหนัก ที่ทำให้ขาดสารอาหารบางอย่าง
  • กลุ่มซีโรสโตเมีย (Xerostomia) คือ คนที่มีน้ำลายน้อย ไม่สามารถลดกรดในช่องปาก
  • คนที่ชอบกินของเปรี้ยว และน้ำอัดลมเป็นประจำ

การบำบัดรักษาอาการเสียวฟัน

  1. บำบัดโดยทันตแพทย์ ด้วยการใช้สารเคลือบรูปแบบต่าง ๆ เพื่ออุดรอยสึกกร่อนบนเคลือบฟันที่จะนำสู่ท่อฟันเรียกว่าวิธี ออกซาเลท (Oxalate)
  2. การบำบัดด้วยตนเองที่บ้าน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือยาสีฟันเพื่อลดอาการเสียวฟัน
    • ใช้ยาสีฟันที่มีสารโปแตสเซียมไนเตรดที่องค์การอาหารและยา แห่งสหรัฐรับรอง รวมถึงโปแตสเซียมคลอไรด์ และโปแตสเซียมไนเตรด
    • ใช้ยาสีฟันที่มีสารสตรอนเดียม คลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต
    • ยาสีฟันผสมโปแตสเซียมไนเตรด และโซเดียมฟลูออไรด์
  3. มีสุขนิสัยที่ดี รักษาความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

จากการวิจัยพบว่า ยาสีฟันมีส่วนผสมของโปแตสเซียมไนเตรด มีส่วนช่วยหยุดยั้งขบวนการส่งผ่านความรู้สึกที่บริเวณปลายประสาทฟัน และช่วยลดอาการเสียวฟัน นอกจากนี้สารสตรอนเดียมคลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต สามารถช่วยเคลือบปิดท่อในเนื้อฟัน บริเวณที่เนื้อฟัน ถูกเปิดออกและป้องกันไม่ให้เนื้อฟันสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น ของร้อน ของเย็น อาหารที่มีรสเปรี้ยว หรือจากการสัมผัส อันเป็นสาเหตุให้เกิดผลกระทบต่อปลายเส้นประสาท ที่อยู่บริเวณนั้นทำให้เกิดความรู้สึกเสียวฟัน

(หมายเหตุ) สรุปการสัมนาเรื่อง "อาการเสียวฟัน" โดย ดร.จอร์จ เยห์ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย จากสหรัฐอเมริกา วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2540 ณ โรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ จัดโดย บริษัท บล็อก ดรัก คัมปะนี (ไทยแลนด์) จำกัด

ดร.จอร์จ เยห์


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600