มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 4 เมษายน 2542]

เด็กยุคใหม่ ฟันไม่ผุ

ทญ.สุมนา สวัสดิชูโต


จากการสำรวจภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติปี 2537 พบว่า ในเด็กกลุ่มอายุ 3 ปี มีค่าเฉลี่ยอัตราผุ ถอน อุดในฟันน้ำนม 3.4 ซี่ต่อคน ส่วนในกลุ่มอายุ 6 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 5.6 ซี่ต่อคน คือ เด็ก 1 คนจะพบฟันผุได้ถึง 3-6 ซี่ และฟันยิ่งขึ้นมานานจะมีโอกาสผุได้มากขึ้น ฟันที่ผุมักจะเป็นฟันตัดหน้าบน และฟันกามน้ำนมซี่ที่ 1 ทั้งบนและล่าง ส่วนฟันตัดหน้าล่าง พบว่ามีอัตราการผุต่ำสุด ทั้งนี้เพราะฟันหน้าล่าง ซึ่งอยู่บริเวณรูเปิดของต่อมน้ำลาย จะมีน้ำลายมาชะล้างทำความสะอาดฟัน อยู่ตลอดเวลา และมีลิ้นคอยกวาดคราบอาหารออกจากฟัน แสดงว่า ฟันที่สะอาดก็จะไม่ผุ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่องปากนานกว่าฟันกรามที่ขึ้นทีหลัง

แต่ก็พบได้บ่อยๆ ว่า เด็กมีฟันน้ำนมผุหมดทั้งปาก เนื่องจากผู้ปกครองไม่ได้ทำความสะอาดฟันให้ หรือทำแต่ไม่ดีพอ ประจวบกับการเลี้ยงด้วยนมหรือของเหลวอื่นที่ผสมน้ำตาล

มีรายงานว่า การเกิดฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียนสัมพันธ์กับการเลี้ยงด้วยนมหวาน หรือของเหลวอื่นที่ผสมน้ำตาล รวมทั้งระยะเวลาและความถี่ ในการให้อาหารเหล่านั้น กล่าวคือ ถ้าเด็กดูดอาหารหรือของเหลว ที่ผสมน้ำตาลในระยะเวลานานหรืออมอยู่ในช่องปากนานๆ หรือหลับคาขวดนม ช่วงเวลาที่คราบของเหลวเหล่านี้อยู่ในช่องปาก และติดที่ตัวฟันจะนานกว่าปกติ การให้เด็กดูดนมบ่อยๆ เมื่อร้องไห้หรืองอแง จะทำให้ฟันได้สัมผัสน้ำตาลบ่อยขึ้น กรดที่เกิดในช่องปากก็จะเกิดบ่อยและอยู่นาน ฟันจึงมีโอกาสผุได้มากขึ้น ดังที่มักพบว่าเด็กที่ตื่นมาดูดนมตอนกลางคืน อัตราการเกิดฟันผุ จะสูงกว่าเด็กที่ไม่ตื่นกลางคืน

ลักษณะการผุของฟันในเด็กวัยนี้เป็นแบบเฉพาะคือ จะผุตามคอฟันรอบตัวฟัน สาเหตุมาจากคราบนมและน้ำตาล ที่ติดตามตัวฟัน ระยะแรกของการผุจะเห็นว่า ผิวฟันเป็นสีขาวขุ่น เกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุจากการที่ถูกกรดกัด มักพบบริเวณคอฟัน และด้านประชิดรอยขุ่นขาวนี้เกิดได้ตั้งแต่อายุ 10-20 เดือน หรือหลังจากฟันขึ้นแล้ว ประมาณ 4-5 เดือน ในเด็กที่ไม่แปรงฟัน หรือแปรงไม่สะอาด ถ้ายังไม่ได้รับการดูแล รอยฝ้าขาวนี้จะกร่อนไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นเนื้อฟัน เนื้อฟันจะค่อยๆ เปื่อยยุ่ย หลุดลอกออกไปเป็นชิ้นๆ ฟันที่ผุนี้ ถ้าผุรอบคอฟัน และกร่อนไปเรื่อยๆ อาจพบได้ว่า ฟันจะหักออกมาเอง ขณะเด็กดูดนมหรือกัดเคี้ยวอาหาร

การทำฟันให้เด็กวันนี้ จะค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร เพราะเด็กเป็นวัยที่จะกลัวคนแปลกหน้า ซึ่งหมอฟันด้วยแล้ว เด็กจะกลัวมาก และกลัวการทำฟันไปด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุขึ้น วิธีป้องกันก็คือ การแปรงฟัน ซึ่งฟังดูง่ายมาก แต่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ปกครองบางราย

ที่ว่าเป็นเรื่องยาก เพราะผู้ปกครองมักจะบอกว่า เด็กไม่ยอมให้แปรง การที่เด็กไม่ยอมแปรงฟันนั้น เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับการแปรงฟัน ถ้าจะให้ง่ายจะต้องให้เด็กรู้จักแปรงสีฟันตั้งแต่เล็กๆ และผู้ปกครองต้องทำความสะอาดช่องปากให้เด็กตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้น หรืออย่างช้าก็เริ่มขึ้น ผู้ปกครองบางคนคิดว่า ต้องให้ฟันน้ำนมขึ้นครบหมดก่อนจึงแปรงฟันได้ เพราะกลัวแปรงสีฟันจะไปโดนเหงือกลูกเป็นความเข้าใจที่ผิด

ปัจจุบันมีแปรงสำหรับเด็กเล็กซึ่งมีขนแปรงหลายขนาดตั้งแต่ มีขนแปรงกระจุกเดียวสำหรับแปรงสีฟันที่เริ่มขึ้น ขนแปรง 2 แถว 3 แถวใหญ่ขึ้นมาตามลำดับ เลือกให้เหมาะกับขนาดซี่ฟันและช่องปาก แปรงที่ใช้ขนแปรงควรจะนุ่ม ถ้าแปรงถูกเหงือกจะได้ไม่เจ็บ ถ้าไม่มีแปรงสีฟันเหล่านี้ให้ใช้ผ้ากอซหรือผ้าพันแผล ตัดเป็นชิ้น หรือผ้าอ้อมชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดฟันและเหงือกแทนก็ได้ เมื่อฟันกรามเริ่มขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นใช้แปรงสีฟันแทน ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามจะมีหลุมร่อง การใช้ผ้าเช็ดฟันจะไม่สะอาด เพราะเช็ดตามร่องไม่ได้ จึงควรใช้แปรงสีฟัน

ผู้ปกครองที่เช็ดช่องปากให้ลูกอยู่เสมอ จะพบว่า เมื่อเปลี่ยนมาเป็นแปรงสีฟันลูกก็จะยอมให้แปรงแต่โดยดี เพราะเด็กจะรู้ว่าแปรงฟันแล้วจะสบายในปาก ผู้ปกครองที่ไม่เคยเช็ดฟันให้ลูกตั้งแต่เด็ก เมื่อฟันขึ้นมากแล้ว จะมาแปรง จะพบว่าเด็กจะไม่ยอม ระยะแรกก็ควรบังคับ ถ้าเด็กร้อง ก็ต้องยอมให้ร้องไป เมื่อแปรงเสร็จแล้วเด็กจะรู้สึกสบายช่องปาก ก็จะยอมให้แปรงได้ต่อไป

วิธีแปรงฟันเด็กเล็ก ถ้าเด็กไม่ยอมการแปรงจะค่อนข้างยุ่งยาก วิธีที่จะแปรงถ้าเด็กดิ้นหรือร้อง คือจับให้เด็กนอนตัก ให้เอาขาของผู้ที่จะแปรงโหนหนีบขาเด็กไว้ไม่ให้ดิ้น จับศีรษะให้อยู่กับที่ แล้วจึงแปรง ถ้าเด็กร้องจะแปรงได้ดีกว่าเพราะเด็กจะอ้าปาก แต่การแปรงต้องแปรงเบาๆ และไม่ควรดุหรือตี เด็กจะยิ่งต่อต้าน และไม่ชอบการแปรง ยาสีฟันที่ใช้ควรเป็นยาสีฟันสำหรับเด็ก ไม่มีรสซ่าหรือเผ็ดมาก บีบยาสีฟันลดลงบนขนแปรงเล็กน้อย ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว ไม่ควรใช้ยาสีฟันมากเกินไป เพราะเด็กที่ร้องมักจะไม่ยอมบ้วนปาก จะกลืนยาสีฟันลงไปด้วย

เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้วควรกล่าวชม ให้กำลังใจเด็กด้วย และบอกให้เด็กรู้ว่า จะต้องทำอย่างนี้ทุกวัน เพื่อเด็กจะได้เตรียมตัว และยอมปรับตัวให้ความร่วมมือมากขึ้น ในที่สุดก็จะยอมให้แปรงแต่โดยดี ดังที่ได้กล่าวแล้ว การผุของฟันมีส่วนสัมพันธ์กับการดูดนม ถ้าเด็กใช้เวลาดูดนานหรือดูดบ่อยๆ ฟันจะผุได้มากขึ้น ดังนั้นจึงควรให้นมเป็นเวลา ไม่ควรให้เด็กจับขวดนมดูดเอง เพราะเด็กจะติดสัมผัสจากขวดนมได้ จะทำให้เลิกนมขวดได้ยากขึ้น

เมื่อเด็กเริ่มหยิบจับของได้เองถึงประมาณ 1 ขวบขึ้นไป ให้เด็กหัดดื่มนมจากแก้ว ซึ่งจะดีกว่าการดูดจากขวด เพราะระยะเวลาที่ฟันจะสัมผัสกับน้ำนมน้อยกว่า ดูดนมเสริมแล้ว ให้ดูดน้ำตามทุกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ควรให้นมเด็กอิ่มมากเกินไป เด็กจะดูดน้ำต่อไปได้ การดูดน้ำให้ดูดเพียงเล็กน้อย เพื่อล้างคราบนมและชะล้างกรดที่เกิดในช่องปากขณะดูดนมให้จางลง กรณีเกิดจากเชื้อแบคทีเรียช่องปากย่อยอาหารพวกแป้งและน้ำตาล แล้วปล่อยน้ำจำพวกกรดออกมา กรดนี้ที่เป็นตัวทำให้ฟันผุ

เมื่อเด็กโตพอให้หัดดื่มน้ำตามหรือบ้วนหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรหัดให้เด็กรับประทานผักผลไม้ด้วย เพราะอาหารพวกนี้ นอกจากจะบำรุงฟันแล้ว ยังช่วยทำความสะอาดฟันด้วย

ถ้าพบว่าฟันน้ำนมมีฝ้าขาว แสดงว่าผิวฟันถูกกรดกัดจนกร่อนแล้ว จะช่วยป้องกันไม่ไห้เป็นมากขึ้นได้โดยการทาฟลูออไรด์ ซึ่งก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ ถ้ารอยกร่อนนี้กินลึกเข้าไปในเนื้อฟัน จะต้องรีบอุดฟัน ฟันน้ำนมที่ผุนี้จะลุกลามเร็วมาก เนื่องจากเคลือบฟันบาง เนื้อฟันร่วน และฟันซี่เล็ก

ผู้ปกครองจึงควรดูแลเอาใจใส่ฟันน้ำนม เริ่มด้วยการแปรงฟันเสียแต่วันนี้ และฝึกนิสัยในการดูดนม หรือทานอาหารเสียใหม่ลูกท่านก็จะปลอดภัยจากโรคฟันผุ ถ้ามีฟันที่ผุไปแล้ว ควรพามาให้ทันตแพทย์ตรวจรักษาก่อนที่จะสายเกินไป

ทญ.สุมนา สวัสดิชูโต


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600