งานพิเศษอย่างหนึ่งของผู้เขียน คือ งานคุ้มครองผู้บริโภค ผู้เขียนเป็นกรรมการคนหนึ่งของสมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค ซึ่งเป็นสมาคมผู้บริโภคที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 ซึ่งอันที่จริงได้ก่อตั้งเป็นชมรม
ก่อนหน้านั้นมาหลายปีดีดักแล้ว
ปี พ.ศ.2522 ประเทศไทยประกาศใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฉบับแรก
สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค เริ่มดำเนินงาน
เป็นเรื่องเป็นราวมานับแต่นั้น ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน
เข้าไปร่วมดำเนินงานจนกระทั่งสมาคมเป็นปึกเป็นแผ่น ส่วนผู้เขียนเข้าไปร่วมงานกับเขาเมื่อต้นปีนี้เอง
จะเรียกว่าเป็นกรรมการใหม่ก็คงได้ แต่คงไม่ใช่สมาชิกใหม่
เพราะผู้เขียนสมัครเป็นสมาชิกสมาคมนี้มาได้กว่าห้าปีแล้วครับ
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องการจะประชาสัมพันธ์สมาคมหรอก แต่อยากจะให้พวกเราตื่นตัวทางด้านงานคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
ให้มากขึ้นอีกสักหน่อย เพราะมีคนเขาดูถูกประเทศเราว่า
มีมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคค่อนข้างต่ำ
สู้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็ไม่ได้
เรื่องงานคุ้มครองผู้บริโภคในมาเลเซียเป็นปึกแผ่น
แน่นหนามานานหลายปีดีดักแล้วครับ เขามีเอ็นจีโอ
หรือองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ที่ทำงานคุ้มครองผู้บริโภค
จนกระทั่งมีชื่อเสียงระดับโลกอยู่หลายสมาคม ยกตัวอย่างกันง่ายๆ
คือ สมาคมผู้บริโภคแห่งปีนัง ที่มีชื่อเรียกย่อว่า CAP
สมาคมนี้เติบโตขึ้นมาจนกระทั่งทุกวันนี้
มีเงินจ้างคนทำงานเต็มเวลาให้สมาคมได้มากกว่าครึ่งร้อย
มีเงินจ้างนักวิชาการระดับปริญญาเอกมาทำงานให้ด้วยซ้ำ
สมาคมระดมเงินมาจากหลายแหล่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินบริจาค ซึ่งคนที่ไม่เข้าใจมักจะเปรียบเปรยเอาว่าเอ็นจีโอเหล่านี้
รับเงินต่างชาตินั่นแหละครับ
CAP ได้รับเงินบริจาคทั้งจากคนมาเลเซีย
ชาวต่างชาติ และจากองค์กรต่างๆ ปีละหลายล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินทุนทำวิจัยเรื่องผู้บริโภคร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
ในมาเลเซีย CAP มีเงินทุนอีกส่วนหนึ่งได้มาจาก
การขายหนังสือภาษาอังกฤษทั่วโลก
สมาคมผู้บริโภคในมาเลเซียมีนับได้หลายสิบ
มีเงินทองจ้างคนทำงานเต็มเวลาได้หลายร้อย ส่วนสมาคมผู้บริโภคเมืองไทยแทบจะไม่มีสมาคมไหนเลย
ที่เป็นมืออาชีพอย่างมาเลเซีย ที่เห็นทำงานเข้มแข็ง
มีเงินพอจะจ้างคนทำงานสักคนสองคนก็เห็นจะมีแต่
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแห่งเดียว วิจารณ์กันอย่างนี้
ขออย่าได้โกรธกันเลยครับ
การไม่เติบโตของเอ็นจีโอด้านผู้บริโภคเมืองไทย
เป็นไปได้เชื่องช้าอย่าได้ไปโทษใครเลย ต้องโทษตัวผู้บริโภคเอง ก็อย่างที่เขาบอกว่าคุณภาพของผู้แทนราษฎรสะท้อนคุณภาพของผู้เลือก
ฉันใดฉันนั้น คุณภาพของเอ็นจีโอผู้บริโภคสังคมใด ก็สะท้อนคุณภาพของผู้บริโภคในสังคมนั้นไม่ต่างกัน
แต่การเปลี่ยนแปลงกำลังจะก้าวไปในทางที่ดี บรรยากาศงานคุ้มครองผู้บริโภคเมืองไทยกำลังจะเปลี่ยนไป ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานหรอกครับการรวมกลุ่มของผู้บริโภคเมืองไทย
จะเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วและในทางที่ดีขึ้น เห็นทีจะต้องยกความดีส่วนหนึ่งให้กับ 'อินเทอร์เนต'
ถึงวันนี้มีคนไทยใช้อินเทอร์เนตประมาณ 6-7 แสนคน
เชื่อกันว่าภายในปี 2543 จะมีคนไทยใช้อินเทอร์เนตกว่า 2-3 ล้านคน คนเหล่านี้แหละครับที่จะสร้างบรรยากาศให้งานคุ้มครองผู้บริโภค
เต็มไปด้วยความเข้มข้น เว็บไซต์ของคนไทยที่ให้บริการ
ผ่านอินเทอร์เนตมีนับได้หลายพัน ในจำนวนนี้มีนับได้เป็นร้อย
ที่ทำงานคุ้มครองผู้บริโภคกลายๆ คือไม่ตรงนัก
ตัวอย่างเช่น server ที่ได้รับความนิยมมากๆ อย่าง
sanook.com เปิดหน้า 'สนทนาหน้าแป้น' แบ่งเป็นหลายเวที มีการตั้งคำถามแล้วก็เชิญชวนคนทั่วไปเข้าไปแสดงความเห็น ลองไปเปิดดูซีครับจะเห็นว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้บริโภคไทย
เป็นไปอย่างน่าสนใจ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีอาจารย์ไทยสักคน
ให้นักศึกษาลองทำวิจัยเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคไทยผ่านอินเทอร์เนต
น่าจะเข้าท่าไม่น้อย จะได้เห็นพัฒนาการที่น่าสนใจทีเดียวครับ
หากใครใช้อินเทอร์เนต ผู้เขียนมีเวบไซต์ที่น่าสนใจมานำเสนอ
10 เว็บไซต์ ลองเปิดเข้าไปดูซีครับ
จะได้ประโยชน์ในงานคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อยเลย
เวบไซต์ทั้ง 10
-
www.consumersinternational.org
เป็นเวบไซต์ขององค์กรผู้บริโภคสากล จากเวบไซต์นี้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับองค์กรผู้บริโภคอื่นๆ
ได้ทั่วโลก รวมถึงสาขาขององค์กรผู้บริโภคสากลในภาคพื้นเอเชีย
และแปซิฟิก ที่มีชื่อเรียกย่อว่า CI ROAP ด้วย
www.fda.moph.go.th เป็นเวบไซต์ของสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย มีข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย
www.thaitrade.com และ www.dit. go.th
เป็นเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์
ผู้บริโภคสามารถติดตามดัชนีราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
หรือแม้กระทั่งราคารถยนต์ได้ที่นี่
www.fraud.org เป็นเวบไซต์ของศูนย์ข่าวสารแห่งชาติ
ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงหลอกลวงผู้บริโภคของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา นำเสนอข่าวสารทุกวันที่เกี่ยวข้องกับการกลโกง
ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกสหรัฐอเมริกา
www.consumer.gov เป็น เวบไซต์ของหน่วยงาน
คุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์
www.cpsc.gov เป็นเวบไซต์ของคณะกรรมการ ว่าด้วยความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา
www.thelinks.com/to/consumer.htm
เป็นหน้าของผู้บริโภคของภาคเอกชนที่ให้ข้อมูลกว้างขวาง
ทางด้านผลิตภัณฑ์ทั้งให้ข้อมูลทางด้านการหลอกลวงผู้บริโภคด้วย
www.ftc.gov/bcp/conline/conline.htm เป็นหน้าของผู้บริโภค
ภายในเวบไซต์ของคณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธ์ของกระทรวงพาณิชย์
สหรัฐอเมริกา
www.onlinenews.net/consumer.htm เป็นหน้าของผู้บริโภค
ภายในเวบไซต์ของวารสารข่าว onlinenews
ซึ่งเป็นภาคเอกชน ซึ่งให้ข้อมูลที่ดีและน่าเชื่อถือ
|
ลองเข้าไปเยี่ยมเวบไซต์ที่ให้ชื่อไว้ทั้งหมดนั้นดู หากได้ผลประการใดแล้วลองมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
น่าจะเป็นวิธีการสร้างบรรยากาศการคุ้มครองผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง
เห็นด้วยไหมครับ
|