มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 20 ฉบับที่ 304 มิถุนายน 2540]

ลูกนอนท่าไหนจึงจะสบาย

อรทิพย์ เงารังษี


...ในบางครั้งเราจะเห็นว่าท่านอนของลูก ดูแล้วไม่น่าจะสบายได้เลย...

อย่างเช่นท่านอนคว่ำคู้เข่า ก้นโด่งซุกอยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่งของที่นอน หรือเตียงนอนของเด็กเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นลูกนอนในท่านี้แล้ว ก็อดที่จะรู้สึกอึดอัดแทนหรือบางครั้งก็เกิดอาการร้อนอกร้อนใจ ต้องพยายาม จับลูกให้พลิกนอนในท่าที่ (คุณพ่อคุณแม่) รู้สึกว่าสบายบ้าง อะไรเหล่านั้นเป็นต้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกน้อยของคุณจะรู้จักหาท่านอน ที่เขารู้สึกว่าสบายโดยธรรมชาติ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นที่จะต้องห่วง หรือพะวงจนเกินกว่าเหตุ ท่านอนของลูกจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป เรื่อยๆ ไม่จำกัด

อย่างเช่นในช่วงที่ลูกยังเป็นเด็กอ่อน คือในวันเพิ่งแรกเกิด หรือในต้นเดือนแรกๆ ท่านอนที่สบายของเขามักจะมีสภาพใกล้เคียงกับ การคุดคู้อยู่ในท้องแม่อยู่บ่อยครั้ง และก็มีบางครั้งที่เขาอาจจะนอนหงาย ผึ่งพุงกางเท้าแผ่หลาอย่างเต็มที่ ซึ่งท่านี้จะมองดูเป็นท่านอนที่สบายมากที่สุด จริงๆ แล้วท่านอนทั้ง 2 ท่าที่กล่าวถึงมาก็เป็นท่านอนที่ลูกน้อยสบายด้วยกันทั้งคู่ อีกรวมทั้งท่านอนที่แปลกและไม่แปลกอื่นๆ อีกด้วย

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พึงจะต้องคอยสังเกตและคอยระวังก็คือ เด็กอ่อนในช่วงอายุขวบปีแรก ไม่ควรที่จะนอนคว่ำหน้าบนเบาะ หรือบนที่นอนเป็นอันขาด เพราะได้มีการเก็บสถิติอันตราย ที่เกิดขึ้นจากการให้เด็กอ่อนนอนคว่ำหน้า ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดอันตราย ในลักษณะและอาการต่างๆ ได้ ในบางครั้งก็อาจจะร้ายแรงถึงชีวิตก็เคยมี ซึ่งจากข้อสันนิษฐานสาเหตุของการทำให้เด็กเสียชีวิต โดยไม่มีสาเหตุนี้ ก็มีสาเหตุของการที่เด็กนอนคว่ำหน้านี้เป็นสาเหตุหนึ่งด้วย

ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดในเวลากลางคืน ก็คือ ให้ลูกน้อยนอนหงาย หรือนอนตะแคง (ซึ่งต้องคอยพลิกให้นอนตะแคงทั้ง 2 ด้าน คือทั้งด้านซ้ายและด้านขวา) และเพื่อไม่ให้เกิดการพลิกตัวคว่ำหน้า หรือหงายหลังก็ควรจะใช้หมอนใบเล็กนุ่มๆ หนุนตรงส่วนด้าน และหน้าด้านหลังไว้

ส่วนท่านอนคว่ำนั้น ก็ควรจะเป็นท่านอนตอนกลางวัน เพราะเป็นตอนที่ลูกน้อยจะอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่เสียเป็นส่วนมาก นอกจากนั้นก็ควรที่จะจัดให้มีการนอนเปลี่ยนท่าต่างๆ ตราบใดที่ลูกน้อย ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่านอนต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้การเปลี่ยนท่านอนในรูปแบบต่างๆ นั้นจะช่วยให้เกิด การพัฒนาการที่ดีกับกระดูกสันหลัง รวมทั้งระบบประสาทสัมผัสทั่วๆ ไปด้วย อีกทั้งลูกน้อยได้มีการเปลี่ยนมุมมองต่างๆ กับสภาพแวดล้อม รอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นด้านข้าง ด้านบน ด้านล่าง ด้านหน้า ของตัวเขาเองอีกด้วย

สถานที่ที่เด็กอ่อนๆ จะนอนได้อย่างอบอุ่นและสุขสบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่กว้างใหญ่เท่าใดนัก บางครั้งอาจจะเป็น เปลหรือตะกร้าที่ใส่เข็น ซึ่งสามารถนำมาตั้งข้างๆ เตียงของคุณพ่อคุณแม่ได้พอดี

หลังจากเมื่อลูกโตขึ้นอีกระยะหนึ่ง จึงค่อยเปลี่ยนมาให้นอน ในเตียงสำหรับเด็กอันเล็กๆ โดยทั้งนี้อย่าลืมที่จะใช้หมอนใบเล็กๆ หรือแผ่นฟองน้ำกันชนิดติดกันไว้ให้รอบเตียง โดยเฉพาะส่วนด้านศีรษะ เพื่อกันไม่ให้ลูกถีบตัวดันหัวไปกระแทกลูกกรงเตียงด้วย

อรทิพย์ เงารังษี


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600